random-csr-img00.jpg

         กฟผ. มอบเงินสนับสนุนโครงการเพาะต้นกล้าไม้โตเร็ว สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนงวดสุดท้าย ซึ่งเป็นโครงการจากความร่วมมือระหว่าง กฟผ. การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และคุณภาพชีวิต เพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของชุมชน

         เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานมอบเงินสนับสนุนโครงการเพาะต้นกล้าไม้โตเร็ว สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนจังหวัดบึงกาฬเป็นงวดสุดท้าย โดยมีนายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า นายฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน นายไชยวุฒิ สังข์สน หัวหน้ากองส่งเสริมพัฒนายาง การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบึงกาฬ (กยท.บึงกาฬ) นายสมผล สุพรหมอินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์ นายอำเภอเซกา นายอำเภอศรีวิไล นายอำเภอพรเจริญ นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุมภูทอก ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ

         นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวขอบคุณ กฟผ. กยท. และ มก. ที่ได้เข้ามาร่วมกันทำกิจกรรมโครงการเพาะกล้าไม้โตเร็ว สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน ที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อเป็นอาชีพเสริมควบคู่กับการทำสวนยางพารา สร้างรายได้เพิ่มให้กับกลุ่มสหกรณ์กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ทั้ง 9 กลุ่ม ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอศรีวิไล อำเภอพรเจริญ และ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เมื่อต้นไม้ที่ปลูกเติบโตซึ่งใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ปี ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแลต้นไม้ให้เติบโต ติดตามผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาปรับใช้ในอนาคต

         นายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ กล่าวว่า กฟผ. ได้ให้ความสำคัญในด้านการผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงเพียงพอควบคู่กับการดูแลสังคมสิ่งแวดล้อม โดยร่วมพัฒนาสังคมและชุมชนเสมอมา โครงการเพาะต้นกล้าไม้โตเร็ว สร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนนี้ เป็นโครงการ CSR ของ กฟผ. ที่มุ่งส่งเสริมสาธารณประโยชน์ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน ตามนโยบายโครงการประชารัฐ และโครงการไทยนิยม ยั่งยืนของรัฐบาล โดยการสนับสนุนให้กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ดำเนินการเพาะกล้าไม้โตเร็ว และนำไปส่งเสริมการปลูกในพื้นที่สวนยางพาราและพื้นที่ว่างของชุมชน ได้แก่ ต้นกระถินเทพณรงค์ และต้นกระถินเทพา ซึ่งเป็นการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชนในปัจจุบัน และในอนาคตเมื่อไม้โตเร็วอายุ 3 - 4 ปี สามารถนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งในและต่างประเทศได้ นอกจากนี้ หากต้นไม้โตเร็วมีอายุ 6 - 7 ปี สามารถจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ เพื่อทำเป็นเครื่องเรือน ประตู หน้าต่าง วงกบ และยังสามารถปลูกเป็นแนวรั้วกันลมได้ ซึ่ง กฟผ. ได้สนับสนุนงบประมาณตามโครงการ จำนวน 4.3 ล้านบาท โดย กยท. สนับสนุนเมล็ดพันธุ์กระถินเทพณรงค์ และกระถินเทพา มูลค่า 341,100 บาท สำหรับการมอบเงินในครั้งนี้ เป็นการมอบเงินงวดสุดท้ายให้กับ 9 กลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 468,084.95 บาท ปัจจุบันสหกรณ์และชุมชนได้นำพันธุ์กล้าไม้ ไปลูกในพื้นที่เป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่ประมาณ 1,190 ไร่