เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2561 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Farm) ณ ศูนย์เรียนรู้ชีววิถี เขื่อนภูมิพล

         จากปัญหาสภาพภูมิอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิโลกร้อนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ การระบาดของแมลงศัตรูพืชส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชของเกษตรกร การนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการเพาะปลูกพืชเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะส่งเสริมและช่วยเหลือให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สมบูรณ์ มีคุณภาพ อันจะทำให้รายได้ของเกษตรกรและคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

         งานวิจัยโรงเรือนอัจฉริยะ จัดทำโดยเขื่อนภูมิพลร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้นำองค์ความรู้ วิธีการ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในการควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น แสง อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศและบนดิน รวมทั้งการให้สารอาหารพืชแบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และเผยแพร่ข้อมูลให้กับเกษตรกรในพื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล ซึ่งจะทำให้ผลผลิตตรงกับความต้องการของตลาด เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร เผยแพร่ให้กับเกษตรกรในพื้นที่รอบๆ โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล

         ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญมากที่ช่วยในเรื่องของการเกษตรในด้านคุณภาพของผลผลิต การเพิ่มผลผลิต อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุน และนำไปสู่รายได้ที่ทำให้คุณภาพชีวิตเกษตรกรดีขึ้น และเชื่อว่าโรงเรือนอัจฉริยะต้นแบบของเขื่อนภูมิพล จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ได้นำหลักการและแนวความคิดไปปรับใช้ให้ผลผลิตของตนเองมีคุณภาพมากขึ้น สุดท้ายขอขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขื่อนภูมิพล ที่ทำให้เกิดโรงเรือนอัจฉริยะต้นแบบนี้ขึ้นในจังหวัดตาก หวังว่าที่นี่จะเป็นศูนย์เรียนรู้แห่งใหม่ที่ให้แรงบันดาลใจแก่เกษตรกรในพื้นที่ของจังหวัดตาก นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองอย่างเต็มศักยภาพ

         ด้านรองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า นายณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า โรงเรือนอัจฉริยะ สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อคุณภาพของผลผลิตและสามารถปลูกพืชที่มีราคาตามความต้องการของตลาด ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกร ผลการวิจัยของเขื่อนภูมิพลครั้งนี้ มีพืช 2 ชนิด คือ เมล่อนกับสตอเบอร์รี่ ซึ่งในอนาคตเราสามารถขยายผลไปยังพืชชนิดอื่นๆ ได้อีกมากมาย

         โรงเรือนอัจฉริยะนับเป็นนวัตกรรมของ กฟผ. ซึ่งผู้ปฏิบัติงานเขื่อนภูมิพลได้นำทักษะ ความเชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ในด้านต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานภายนอกพัฒนาให้เกิดเป็นการทำการเกษตรแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จึงเป็นศูนย์เรียนรู้ที่ดีสำหรับนักเรียน นักศึกษา และเกษตรกรที่สนใจ รวมทั้งผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้และนำไปต่อยอดได้