3 การไฟฟ้าผนึกกำลังเดินหน้านำร่องมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายพลังงานหรือมาตรการ EERSพร้อมจัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับพันธมิตรและผู้เข้าร่วมโครงการฯตั้งเป้าสามารถประหยัดไฟฟ้าในปี 2562 ได้กว่า 20 ล้านหน่วย

     วันนี้ (13 พฤษภาคม2562) นายวีรวัจน์ บัวทอง รองผู้ว่าการแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และนายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพรรองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)ร่วมเป็นประธานในงานแถลงข่าวและการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการนำร่อง EERS โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าร่วมงาน ณ ห้องริชมอนด์บอลรูม โรงแรมริชมอนด์

     นายวีรวัจน์ บัวทองรองผู้ว่าการ กฟน. กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการนำร่องมาตรการ EERS มีเป้าหมายเพื่อนำร่องศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และศักยภาพของภาคการใช้ไฟฟ้าต่างๆจากการลงพื้นที่จริง โดย ในปี 2562 กฟน. มีโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานทั้งหมด 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ กฟน. ล้างแอร์ลดโลกร้อน เป็นโครงการที่ กฟน.ให้บริการล้างเครื่องปรับอากาศแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นประจำทุกปีในอัตราค่าบริการพิเศษเพียง 300 บาท จำนวนจำกัดที่ 25,000 เครื่องเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตระหนักถึงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศและประหยัดพลังงาน ลดค่าไฟฟ้า ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โครงการส่งเสริมการประหยัดไฟฟ้าด้วยหลอด LED ซึ่งนำร่องในกลุ่มอาคาร/โรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กโดย กฟน. จะสนับสนุนผลประหยัดให้หน่วยละ 1 บาท รวมทั้งโครงการจำนวน 1 ล้านบาทเริ่มรับสมัครตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2562 หรือจนกว่าเงินสนับสนุนจะหมดซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหรือดาวน์โหลดใบสมัครผ่านทางเว็บไซต์ กฟน.และโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร (MEAEnergy Saving Building) หรือโครงการประกวดอาคารประหยัดพลังงานเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานสำหรับอาคารที่ได้รับรางวัลจะได้รับเครื่องหมายแสดงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและเงินรางวัลโดยคาดว่าจะเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการได้ในปลายปี2562

     นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร รองผู้ว่าการ PEA กล่าวว่า ในส่วนของ PEA ได้ดำเนินงานเพื่อรองรับมาตรการ EERS ในช่วงโครงการนำร่องฯ ปี 2562 ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย โครงการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานในภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมภาคอาคารธุรกิจ และครัวเรือน ให้คำแนะนำในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบธุรกิจ ESCO โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ อาทิ โครงการบริหารจัดการเพื่อการประหยัดพลังงานในมหาวิทยาลัยรามคำแหงโครงการภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเพื่อพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในสำนักงานใหญ่การประปาส่วนภูมิภาคและการจัดงานสัมมนาในรูปแบบ ESCO Matching หรือประชุมสัมมนาผู้ใช้ไฟรายใหญ่ เพื่อแนะนำโครงการ EERS และเป็นสื่อกลางให้กับลูกค้ากับผู้ประกอบการธุรกิจ ESCO โดย PEA จะเข้าไปดำเนินการตรวจวัด และวิเคราะห์ประเมินผลการประหยัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่สนใจดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งจะจัดครั้งแรกในวันที่3 มิถุนายนนี้

     ด้าน นายกฎชยุตม์ บริบูรณ์จตุพร รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่ากฟผ. ได้บูรณาการงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้ามาเป็นแนวทางและแผนงานโครงการนำร่องในปี 2562 อย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วย โครงการที่ปรึกษาพลังงาน เข้าให้คำปรึกษาตรวจวัดการใช้พลังงานก่อนและหลังปรับปรุง รวมถึงเป็นที่ปรึกษาในรูปแบบ ESCO และเชิญชวนลูกค้าทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมทั้งรายใหญ่และรายเล็ก (SME) เข้าร่วมโครงการ โครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5 ดำเนินการนำร่องร่วมกับการเคหะแห่งชาติซึ่งจะมีแผนงานเปิดตัวบ้านเบอร์ 5 แห่งแรก ณ โครงการเคหะชุมชนบ่อวิน จังหวัดชลบุรีในกลางเดือนมิถุนายนนี้ โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพพลังงานในสถานศึกษา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำรวจและตรวจวัดการใช้พลังงานของโรงเรียนให้คำปรึกษาการจัดการพลังงาน จัดกิจกรรมให้ความรู้ จัดทำรายงานผลการประหยัดพลังงาน โครงการโรงแรมประหยัดพลังงาน ร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรการลดการใช้พลังงานและวิเคราะห์ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต่อจำนวนแขกเพื่อหาปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดได้ของแต่ละโรงแรม โครงการส่งเสริมการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (RAC NAMA) ดำเนินการออกแบบตู้แช่ เพื่อใช้งาน NaturalRefrigerant โครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานภาคการเกษตร นำร่องเปลี่ยนหลอดประหยัดพลังงานที่ดอยอินทนนท์ โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 Ranking หรือเบอร์ 5 ติดดาวจัดทำมาตรฐานการประหยัดพลังงานที่สูงกว่าเดิม และแบ่งระดับเกณฑ์ประสิทธิภาพฉลากเบอร์ 5 ให้สะท้อนผลการประหยัดพลังงานที่ละเอียดมากขึ้น และโครงการเสื้อผ้าเบอร์ 5 ส่งเสริมการติดฉลากเบอร์ 5 กับเสื้อผ้าเบอร์ 5

     สำหรับมาตรการ EERS เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 - 2579 (EnergyEfficiency Plan : EEP 2015) ซึ่งเป็นมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน (Energy Efficiency Resources Standards : EERS) โดยกำหนดให้ 3 การไฟฟ้า ดำเนินโครงการนำร่องในช่วงปี 2561 – 2565 เพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า ก่อนนำมากำหนดแนวทางเป็นการดำเนินงานมาตรการภาคบังคับในปี 2566 - 2579 อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป โดยแบ่งมาตรการดำเนินงานที่เหมาะสม 3 ประเภท ประกอบด้วยมาตรการให้คำปรึกษาดำเนินงานในลักษณะที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีศักยภาพทุกภาคส่วนมาตรการใช้แรงจูงใจทางการเงิน สนับสนุนการเงินแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและมาตรการลักษณะภาพรวม (Mass) ส่งเสริมการประหยัดพลังงานในภาพรวมทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงโครงการนำร่องนี้ รวม 206 ล้านหน่วย