กฟผ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 6 ประจำปี 2562 – 2565 และมอบงบประมาณสนับสนุนแก่ สอศ. จำนวน 16,500,000 บาท เพื่อใช้ในการต่อยอดพัฒนางานวิจัยในสถานศึกษาเพื่อชุมชนตามโครงการชีววิถีฯ พร้อมจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่สถานศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการชีววิถีฯ ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2561

         เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดพิธีลงนามความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง กฟผ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ครั้งที่ 6 ประจำปี 2562 – 2565 โดยมี นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ดร.สาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม นายจิระศักดิ์ มัณฑางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ. และนางสิลาณี ภูริวัฒนกุล นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ ร่วมลงนาม พร้อมกันนี้ กฟผ. ได้มอบงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานโครงการชีววิถีฯ ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแก่ สอศ. จำนวน 16,500,000 บาท เพื่อใช้ในการต่อยอดพัฒนางานวิจัยในสถานศึกษาเพื่อชุมชนตามโครงการชีววิถีฯ ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช 2 สำนักงานใหญ่ กฟผ. จังหวัดนนทบุรี

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับใหม่นี้ กฟผ. และ สอศ. จะร่วมมือกันดำเนินโครงการชีววิถีฯ ให้บรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อประโยชน์อย่างสูงสุดของทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งตลอดระยะเวลาความร่วมมือที่ผ่านมาได้สร้างคุณประโยชน์ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การดำรงชีวิต การประกอบอาชีพเกษตรกรรม สามารถช่วยพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมโครงการให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีอาหารปลอดภัยไว้รับประทาน และสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจากการดำเนินงานร่วมกัน ปัจจุบันสามารถยกระดับชุมชนให้เป็น “ชุมชนต้นแบบชีววิถี กฟผ.” ได้ถึง 54 ชุมชน จากเป้าหมาย 89 ชุมชน ภายในปี 2565

         ด้าน ดร.สาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขอขอบคุณ กฟผ. ที่ได้สนับสนุนการดำเนินโครงการชีววิถีฯ ในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินงานความร่วมมือในครั้งนี้ สอศ. จะดำเนินโครงการชีววิถีฯ เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการสร้างเครือข่าย นำไปสู่การไขปัญหาความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย สอศ. ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติ โดยการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาให้นักเรียน นักศึกษาได้ปฏิบัติจริงในสถานศึกษา และจะดำเนินโครงการชีววิถีฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและขยายผลการดำเนินงานสู่สังคมโดยรอบต่อไป

         นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลให้แก่สถานศึกษาและผู้เข้าร่วมโครงการชีววิถีฯ ที่มีผลงานดีเด่น ในระดับประเทศ ประจำปี 2561 แบ่งรางวัลออกเป็น 8 ประเภท ดังนี้ ประเภทที่ 1 การดำเนินงานภายในวิทยาลัยดีเด่นแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ 1. ด้านการดำเนินงานภายในวิทยาลัยดีเด่น ประเภทศูนย์การเรียนรู้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร 2. การดำเนินงานภายในวิทยาลัยดีเด่น ประเภทแปลงสาธิต รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยการอาชีพตรัง

         ประเภทที่ 2 ครู บุคลากรทางการศึกษานำไปใช้และขยายผลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายดุสิต สะดวก จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม ประเภทที่ 3 นักศึกษาปัจจุบันนำไปใช้และขยายผลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายพร้อมพงษ์ ลาหู่นะ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย

         ประเภทที่ 4 ราษฎรที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางไลลา บุญเทียม บ้านเลขที่ 96 หมู่ 2 บ้านคลองยาง ตำบลคลองยาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ประเภทที่ 5 ชุมชนที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ชุมชนบ้านไทรย้อย หมู่ 12 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

         ประเภทที่ 6 โรงเรียนที่ได้รับความรู้จากวิทยาลัยและใช้ได้ผลดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนบ้านคลองนกกระทุง (เรียงราษฏร์อุทิศ 2) หมู่ 4 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ประเภทที่ 7 การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในโครงการชีววิถีฯ ดีเด่นรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ชุดเลี้ยงกบในขวดพลาสติก และปลูกผักระบบ Aquaponics ผสมจุลินทรีย์ EM จากวิทยาลัยการอาชีพไชยา

          และประเภทที่ 8 งานวิจัยในโครงการชีววิถีฯ ดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลการเสริมหญ้ารูซี่หมักอีเอ็มที่ระดับต่างกันต่อสรรถภาพการผลิตไก่งวงลูกผสม จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด

         สำหรับโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กฟผ. ได้ทำความร่วมมือกับ สอศ. โดยได้เริ่มดำเนินการในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยประมง มาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินกิจกรรมตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมให้ความรู้แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยจัดทำแปลงสาธิตตามโครงการชีววิถีฯ ใน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์น้ำ ปศุสัตว์ และการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันมีสถานศึกษาสังกัด สอศ. เข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 112 แห่ง ก่อให้เกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมตามโครงการชีววิถีฯ รวม 93 ชิ้น และงานวิจัยในโครงการชีวิวิถีฯ จำนวน 51 เรื่อง