รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานชี้แจงนโยบายในเวที Bangkok Post Forum 2019 ในหัวข้อ “ทิศทางประเทศไทยภายใต้รัฐบาลใหม่” เผยนโยบายหลักที่กระทรวงพลังงานจะเร่งทำให้เกิดภายใน 3 เดือนแรกคือ อยากเห็นพลังงานเป็นของคนไทยทุกคน (Energy for All) ดึงจุดแข็งของประเทศสร้างความมั่นคงพลังงาน พร้อมเตรียมปรับพีดีพีเพิ่มพลังงานทดแทน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและประชาชนเข้าถึงพลังงานมากขึ้น

         วันนี้ (5 สิงหาคม 2562) บางกอกโพสต์จัดงาน Bangkok Post Forum 2019 ในหัวข้อ “ทิศทางประเทศไทยภายใต้รัฐบาลใหม่” ซึ่งเป็นเวทีสร้างความรู้ความเข้าใจถึงแนวทางการพัฒนาประเทศในมิติเศรษฐกิจ สังคม และเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณชน โดยเชิญ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเสวนา ณ ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

         นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กรอบนโยบายหลักของกระทรวงพลังงานจะดำเนินงานภายใต้ทิศทางพลังงานของโลก ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของสหประชาชาติ โดยพลังงานต้องมีต้นทุนราคาที่เป็นธรรมสามารถยอมรับได้ ประชาชนจ่ายไหว (Affordable) และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งต้องเป็นพลังงานสะอาด ไม่สร้างมลภาวะ (Clean Energy)

         นโยบายหลักที่กระทรวงพลังงานจะเร่งทำให้เกิดภายใน 3 เดือนแรกคือ อยากเห็นพลังงานเป็นของคนไทยทุกคน หรือ Energy for All โดยดึงจุดแข็งของประเทศคือการเป็นประเทศเกษตรกรรม นำพืชพลังงานมาใช้ในภาคพลังงาน พร้อมแก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ โดยยกเลิกการแก้ที่ปลายเหตุแบบการนำมาผลิตไฟฟ้า แต่จะส่งเสริมให้นำมาทำเป็นไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้น คือ จาก B7 เป็น B10 หรือ B20 นอกจากนี้ต้องอาศัยศักยภาพของประเทศไทยที่มีที่ตั้งเหมาะสมในด้านการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้าของอาเซียน

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อไปว่า แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 – 2580 (PDP 2018) จะมีปรังปรุงอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยส่วนที่คาดว่าจะมีการปรับคือ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนและประชาชนเข้าถึงพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ หรือชีวมวล มุ่งหวังให้ประชาชนที่เป็น SME ร่วมทุนกับชุมชนเปิดเป็นโรงไฟฟ้าชุมชน โดยมีเป้าหมายให้สามารถใช้ไฟได้อย่างเพียงพอในชุมชน หากเหลือสามารถซื้อขายกันภายในชุมชน และหากยังเหลืออีกจึงจะขายเข้าระบบเป็นลำดับสุดท้าย

         นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังได้เตรียมปรับตัวด้านพลังงานให้สอดคล้องกับภาวะ Disruptive Technology โดยมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี อาทิ Grid Modernization Smart Grid และ Energy Storage รวมถึงแก้ปัญหาการต่อต้านโรงไฟฟ้า โดยจะกำหนดให้ชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้าต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าชุมชนอื่น รวมถึงได้รับสิทธิประโยชน์เพื่อชุมชน อาทิ ใช้ไฟฟ้าราคาถูก เป็นต้น เพราะถือเป็นผู้เสียสละอยู่ในพื้นที่ที่ตั้งโรงไฟฟ้า เพื่อให้การขยายโรงไฟฟ้าในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น และขณะนี้กระทรวงพลังงานเตรียมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการปรับแนวทางการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก ซึ่งจะนำไปผูกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเร่งดำเนินการให้มีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้