กฟผ. ร่วมกับ สพฐ. รวมพลังเครือข่ายอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม มุ่งผลักดันโครงการห้องเรียนสีเขียว ให้เป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันความรู้ สู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Based Society) สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมประกาศผลการดำเนินงานและมอบรางวัล EGAT Green Learning Awards 2019 แก่โรงเรียน ครู และชุมชนในเครือข่ายฯ

         วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563) นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และนายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล EGAT Green Learning Awards 2019 ให้แก่โรงเรียน ครู และชุมชน ภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียว ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช สำนักงานใหญ่ กฟผ. อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ดำเนินกิจกรรมลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 โดยมีการพัฒนาต่อยอดสู่โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างทัศนคติที่ดีในการอนุรักษ์พลังงานแก่ครูและนักเรียน โดยรณรงค์ให้เกิดวินัย สร้างค่านิยมในการประหยัดไฟฟ้าและการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถเป็นวิทยากรผู้นำในการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมจากภายในโรงเรียนสู่บ้านนักเรียนและชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของโรงเรียนและชุมชน ช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย โดยในปี 2563 กฟผ. มุ่งผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Based Society) เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนและเยาวชนที่อยู่ในเครือข่ายด้านพลังงาน เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่และแบ่งปันความรู้สู่สังคม รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม ในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในระดับโรงเรียนตามแนวคิดศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียว

         สำหรับพิธีมอบรางวัล EGAT Green Learning Awards 2019 เพื่อประกาศเกียรติคุณและสร้างกำลังใจในการเป็นแบบอย่างที่ดีและมีผลงานโดดเด่นในการสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 7 ประเภท ได้แก่ ประเภทโรงเรียนสีเขียวที่เป็นต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม จำนวน 11 โรงเรียน ประเภทโรงเรียนคาร์บอนต่ำที่ลดการใช้พลังงานที่โรงเรียน จำนวน 80 โรงเรียน ประเภทโรงเรียนคาร์บอนต่ำสู่ชุมชนที่ได้ขยายผลลดการใช้พลังงานสู่บ้านนักเรียน จำนวน 94 โรงเรียน ประเภทอาคารเบอร์ 5 ในสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จำนวน 10 โรงเรียน ประเภทชุมชนประหยัดพลังงานเบอร์ 5 จำนวน 1 แห่ง ประเภทครูหัวใจรักพลังงานซึ่งเป็นครูต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปี จำนวน 15 คน และประเภทวิทยากรครูผู้สนับสนุนกิจกรรมโครงการห้องเรียนสีเขียวตลอดปี 2562 จำนวน 23 คน ทั้งนี้ กฟผ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนไปสู่สังคมแห่ง การเรียนรู้ โดยปัจจุบันมีจำนวนโรงเรียน เยาวชน และครูที่อยู่ในเครือข่ายอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียว รวมจำนวน 464 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา นอกจากนี้ในกิจกรรมส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียวที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี 2562 พบว่า สามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้กว่า 12.8 ล้านหน่วย ลดค่าไฟฟ้าได้กว่า 56.3 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 7 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

         “กฟผ. หวังว่าความร่วมมือภายใต้โครงการห้องเรียนสีเขียว จะสามารถขยายผลจากโรงเรียน สู่ครัวเรือนและสังคมในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขยายเครือข่ายในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม จนสามารถตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และนำไปสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อมของประเทศต่อไป” รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวในตอนท้าย