จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวล โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และสถานที่ที่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันอย่างสถานที่ราชการ อาคารสำนักงาน โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น หลายหน่วยงานจึงจัดมาตรการคัดกรองบุคลากรเข้า – ออก สถานที่เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด

         กฟผ. ได้มีการออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และได้มีมาตรการคัดกรองคนเข้า – ออก อาคารทั้งหมด 7 จุด แบ่งเป็น 4 จุดใช้เครื่อง Thermoscan เพื่อใช้วัดอุณหภูมิร่างกายผู้ที่เดินผ่านโดยไม่สัมผัส และอีก 3 จุด ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบยิงอินฟาเรด โดยได้ปิดทางเข้าออกอื่น เพื่อให้การตรวจคัดกรองอยู่ในการควบคุมของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

         หลายคนอาจจะได้ยินชื่อและรู้จักเครื่อง Thermoscan (เทอร์โมสแกน) กันมาบ้างว่าใช้ตรวจจับความร้อนของร่างกายหรือวัตถุต่าง ๆ แต่ไม่รู้รายละเอียดว่ามีหลักการทำงานอย่างไร และยังเป็นอุปกรณ์ที่ กฟผ. มีไว้ใช้ในภารกิจอื่นๆของ กฟผ. ด้วย วันนี้จึงได้พูดคุยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการเรื่องนี้ ได้แก่ นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า (อบฟ.) และ นายชัช ศรีถนอมวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรงงานและอะไหล่ (อรอ.) ซึ่งทั้งสองท่านจะมาไขข้อสงสัยให้เราได้ทราบกัน

เครื่อง Thermoscan (เทอร์โมสแกน) คืออะไร

         เทอร์โมสแกน คือ กล้องถ่ายภาพความร้อน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิที่พื้นผิวของวัตถุเป้าหมาย ซึ่งเป็นการวัดแบบไม่สัมผัสและไม่ทำลายวัตถุ ช่วยให้เห็นภาพการกระจายของอุณหภูมิของวัตถุ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

หลักการทำงานของเครื่องเทอร์โมสแกนเป็นอย่างไร

         สำหรับหลักการทำงานนั้น กล้องถ่ายภาพความร้อนจะตรวจจับรังสีอินฟราเรดที่แผ่ออกจากวัตถุเป้าหมาย ผ่านเลนส์ของกล้องภาพถ่ายความร้อนและแปลงให้อยู่ในรูปของสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ โดยเครื่องจะประมวลผลสร้างภาพความร้อน และแสดงผลออกมาในรูปของตัวเลข สี หรือกราฟ

         ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวมีข้อจำกัด คือ หากมีวัตถุมาบังวัตถุเป้าหมายที่ต้องการตรวจสอบอุณหภูมิจะไม่สามารถตรวจสอบวัตถุเป้าหมายได้ และในกรณีที่วัตถุเป้าหมายมีขนาดเล็กกว่าพื้นที่ขอบเขตการมองเห็นของกล้องภาพถ่ายความร้อน จะทำให้การวัดอุณหภูมิวัตถุเป้าหมาย คลาดเคลื่อนได้

การนำมาใช้ในงานคัดกรองบุคลากรก่อนเข้าอาคาร

         การนำเทอร์โมสแกนมาคัดกรองบุคลากรก่อนเข้าอาคาร ควรให้บุคลากรเดินผ่านเครื่องตรวจวัดทีละคน เพื่อให้ได้ผลการตรวจวัดที่แม่นยำ โดยใช้เวลาประมาณคนละ 3 วินาที และหากพบผู้ต้องสงสัยก็จะมีบุคลากรทางการแพทย์ใช้เครื่องมือวัดอุณหภูมิร่างกายแบบประชิดตัวอีกครั้งเพื่อยืนยันอุณหภูมิจริงของร่างกาย ซึ่งช่วยให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและผู้ตรวจประเมินมีความปลอดภัยไม่ต้องใกล้ชิดกับผู้รับการตรวจคัดกรอง

         สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่จะใช้เครื่องเทอร์โมสแกนควรผ่านการอบรมการใช้กล้องและมีใบรับรองเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เครื่องมือ เพื่อให้ผลการตรวจวัดที่มีความถูกต้องมากที่สุด

กฟผ. ใช้เครื่องมือนี้ในงานอะไรบ้าง

         ฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า (อบฟ.) และฝ่ายโรงงานและอะไหล่ (อรอ.) เป็น 2 หน่วยงานของ กฟผ. ซึ่งเอื้อเฟื้อนำเครื่องเทอร์โมสแกนที่ใช้งานอยู่ภายในหน่วยงาน มาให้ใช้สำหรับภารกิจตรวจคัดกรองตามจุดทางเข้าต่างๆ ภายในสำนักงานใหญ่ กฟผ. นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ อบฟ. ได้เล่าว่า สำหรับ อบฟ. นั้น ใช้เครื่องเทอร์โมสแกนในภารกิจงานซ่อมบำรุงรักษาในเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะใช้งาน ตัวอย่างเช่น ตรวจสอบความร้อนอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงไฟฟ้า ตรวจสอบความร้อนของมอเตอร์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางกล เพื่อนำมาวิเคราะห์สภาพ วางแผน และแก้ไขปัญหาในงานบำรุงรักษาต่อไป

         ด้าน นายชัช ศรีถนอมวงศ์ อรอ. ได้อธิบายเสริมทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มเติมอีกว่า นอกจากจะใช้ภารกิจงาน ซ่อมบำรุงรักษาในเชิงป้องกันแล้ว อรอ. ยังได้นำมาใช้สนับสนุนงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ในประเภทงานตรวจประเมินสภาพฉนวน ความร้อนของผนัง Boiler (HRSG) เพื่อกำหนดปริมาณงานซ่อมตามสภาพ งานตรวจการรั่วไหลของ Valve, งานวัดอุณหภูมิผิว Bearing ของเครื่องจักรหมุนเพื่อประเมินสภาพ เป็นต้น และด้วยจำนวน infrared sensor ที่มากทำให้สามารถตรวจวัดอุณหภูมิพื้นผิววัตถุได้อย่างแม่นยำแม้ว่าจะอยู่ในระยะไกล (มากกว่า 50 เมตร) แตกต่างจากอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิแบบ Temperature Gun (แบบวัดไข้) ซึ่งมี infrared sensor น้อย ทำให้จำกัดระยะห่างระหว่างเครื่องมือกับผิวที่ตรวจวัดอุณหภูมิ เช่น บางยี่ห้อกำหนดระยะ ความแม่นยำที่ 5-15 เซนติเมตร

         ทั้งนี้ การนำเครื่องเทอร์โมสแกนมาใช้ตรวจคัดกรองนั้น เป็นการแบ่งมาใช้เพียงบางส่วน ซึ่งมีการวางแผนการใช้งานเพื่อให้ภารกิจตรวจสอบและบำรุงรักษาของ กฟผ. ยังคงสามารถเดินหน้าไปได้ต่อเนื่อง อย่างไม่มีสะดุด เพราะ กฟผ. ให้ความสำคัญกับการดูแลโรงไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคง สามารถส่งความสุขสู่ประชาชนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีใช้อย่างเพียงพอทุกครัวเรือน