จากที่ได้ไปชมบรรยากาศความสวยงามของวิวทิวทัศน์และสภาพภูมิประเทศในดินแดนกระทิงดุ หรือประเทศสเปน ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นประเทศที่แดดดี ลมแรง มาก! จนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดแห่งหนึ่งของยุโรป ที่เลื่องลือด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้ศึกษาและเลือกใช้เทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และวิถีชีวิตประชาชนที่อาศัยอยู่ เพื่อให้แหล่งผลิตไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

          สำหรับนวัตกรรมไฟฟ้าที่แรก ขอพาไปชมที่ La Plana Hybrid Prototype and Test Plant เมืองซาราโกซา ซึ่งเป็นแหล่งทดลองระบบการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานหรือระบบไฮบริด ที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลักและใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำรอง โดยได้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน Lithium Ion Battery และ Redox-Flow Battery เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้า พร้อมทั้งพัฒนาซอฟแวร์ระบบควบคุมเพื่อสั่งการและบริหารจัดการกระบวนการผลิตและใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ด้วยระบบของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบของประเทศ ซึ่งนับนับเป็นจุดเริ่มต้นของระบบไมโครกริดด้วย

          ต่อมาที่ โรงไฟฟ้าขยะ Zabalgarbi เมืองบิลเบา ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแปลงขยะที่ไร้ค่ามาใช้ผลิตไฟฟ้า ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิงหลักและก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงเสริม ซึ่งเมืองแห่งนี้ได้รณรงค์ให้ประชาชนรู้จักคัดแยกขยะให้ถูกประเภท ก่อนรวบรวมและส่งไปที่โรงไฟฟ้าขยะ

          และท้ายสุดที่ โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแสงอาทิตย์ Valle 1-2 เมืองกาดิซ ซึ่งก่อตั้งโดยบริษัท Torresol บนพื้นที่ขนาด 6,336 ไร่ ซึ่งใหญ่เทียบเท่าสนามฟุตบอลกว่า 200 สนาม และเป็นพื้นที่ที่มีค่า ความเข้มของแสงอาทิตย์สูงมาก จึงเหมาะต่อการนำพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้าด้วยขนาดกำลังผลิตติดตั้งรวม 100 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 320 ล้านหน่วยต่อปี หรือจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชนได้ถึง 80,000 ครัวเรือน โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับการใช้ระบบกักเก็บพลังงาน ในรูปแบบเกลือเหลว (Molten Salt) ที่ทำให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ นอกจากนั้นแผงโซลาเซลล์ของที่นี่ยังมีความโดดเด่นและสวยงาม โดยมีลักษณะเป็นกระจกโค้งทรงพาราโบล่าที่สามารถปรับทิศทางตามการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ได้ด้วยระบบไฮโดรลิค ซึ่งจะสะท้อนรวมรังสีความร้อนจากแสงอาทิตย์แล้วถ่ายเทไปตามท่อรับความร้อนซึ่งอยู่ตรงกลางของกระจกโค้ง โดยภายในท่อบรรจุน้ำมันร้อน (Heat Oil) ที่สามารถสะสมความร้อนได้ ซึ่งอุณหภูมิของน้ำมันร้อนหลังจากได้รับความร้อนจะมีค่าสูงถึง 393๐C ซึ่งสามารถกักเก็บพลังงานความร้อนได้นาน 7.5 ชั่วโมง ทั้งนี้ความร้อนที่สะสมอยู่ในน้ำมันร้อนดังกล่าว ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปผลิตไฟฟ้า ส่วนที่เหลือจะถูกถ่ายเทไปกักเก็บไว้ที่ถังเกลือร้อนเหลว เพื่อเตรียมนำไปผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืนต่อไป หลังจากที่ความร้อนของเกลือเหลวถูกนำไปใช้แล้ว เกลือเหลวเหล่านั้นจะถูกนำไปกักเก็บในถังเกลือเหลวเย็น เพื่อรอนำไปใช้เป็นตัวกักเก็บพลังงานความร้อนต่อไป

ระบบ Wind Hydrogen Hybrid ที่ลำตะคอง จ.นครราชสีมา

          กลับมาที่ แหล่งผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ซึ่งมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นองค์กรหลักในการดูแลและรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ ได้ติดตามเทรนด์พลังงานสะอาดของโลกอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าให้ก้าวทันและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง เช่นการพัฒนาและติดตั้ง ระบบ Wind Hydrogen Hybrid ที่บริเวณรอบอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ลำตะคองชลภาวัฒนา จ.นครราชสีมา เพื่อใช้กักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากกังหันลมไว้ในรูปแบบของไฮโดรเจน เพื่อช่วยให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชม. หรือการติดตั้ง แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดในอนาคต ซึ่งจะเริ่มใช้งานในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมถึงการเตรียมติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนธันวาคมนี้ โดยเป็นโครงการโซลาร์ลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกด้วย

          เมื่อทิศทางพลังงานของโลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด จึงเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าไทยที่จะต้องปรับตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประเทศไทยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ประสิทธิภาพสูง และสามารถใช้งานได้จริง เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

เรื่อง : ธัญญา ศิริจรรยานนท์