ผู้บริหาร กฟผ. นำทีมผู้ปฏิบัติงาน ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อสนับสนุนเงินทุนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันบวกและความดันลบ เจลอนามัย “น้ำใจ” กฟผ. พร้อมเสาเหยียบแอลกอฮอล์เจล ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และโรงพยาบาลอาภากรณ์เกียรติวงศ์ ซึ่งอยู่ในสังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือให้ประเทศไทยก้าวผ่านพ้นวิกฤต COVID-19

         เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยทันตแพทย์อาทิตย์ อุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์และอนามัย นายชัช ศรีถนอมวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายโรงงานและอะไหล่ นางสุกัญญา วรรธนะประทีป ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมมอบเงินสนับสนุน จำนวน 500,000 บาท ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันบวก จำนวน 1 ตู้ เจลอนามัย “น้ำใจ” กฟผ. จำนวน 5 แกลลอน และแบบขวดปั๊มอีกจำนวน 20 ขวด พร้อมเสาเหยียบแอลกอฮอล์เจล จำนวน 5 ชุด แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ โดยมีพลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมการแพทย์ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี และในวันเดียวกัน ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลอาภากรณ์เกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อส่งมอบตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันลบ จำนวน 1 ตู้ เจลอนามัย “น้ำใจ” กฟผ. จำนวน 5 แกลลอน และแบบขวดปั๊มอีกจำนวน 20 ขวด พร้อมเสาเหยียบแอลกอฮอล์เจล จำนวน 5 ชุด โดยมีพลเรือตรี ชลธร สุวรรณกิตติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคาร OPD โรงพยาบาลอาภากรณ์เกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

         นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ กล่าวว่า ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจถือเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายของ กฟผ. นอกจากนี้ยังมีเจลอนามัย “น้ำใจ” กฟผ. และเสาเหยียบแอลกอฮอล์เจลที่ร่วมกันผลิตขึ้น ซึ่งได้ทยอยส่งมอบให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง สำหรับโรงพยาบาลพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีหน้าที่ในการดูแลคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องแยกตัวเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาล ผ่านการดูแลจากกองทัพเรือ โดยโรงพยาบาลแห่งนี้ จะให้การตรวจคัดกรองผู้ที่กลับมาเหล่านี้ พร้อมทั้งให้รักษาผู้ป่วย COVID-19 ด้วย

         ในส่วนของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ แม้จะเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แต่ก็เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการตรวจคัดกรองประชาชนทั่วไปที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อการเป็น COVID-19 ซึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะพัทยานั้นถูกจัดให้เป็นที่เป็นพื้นที่สีแดง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่วนอำเภอสัตหีบนั้นก็อยู่ในบริเวณใกล้กัน เพราะมีกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องมาแยกตัวเพื่อสังเกตอาการอยู่ที่นี่ ดังนั้น โรงพยาบาลเหล่านี้จึงต้องทำงานหนัก เนื่องจากต้องรับกลุ่มเสี่ยงเข้าตรวจคัดกรอง และให้การรักษา อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ กฟผ. มอบให้เหล่านี้จึงทำให้บุคลากรทางการแพทย์รู้สึกปลอดภัย จึงหวังว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์แก่โรงพยาบาลที่จะร่วมมือกันช่วยเหลือประชาชนในประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ และ กฟผ. ขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ที่ช่วยเสียสละ เป็นแนวหน้าในการร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องชาวไทย และช่วยให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น

         พลเรือตรี เกิดศักดิ์ วีระโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ ได้รับมอบหมายให้ดูแลคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และต้องมาอยู่อาคารรับรองของฐานทัพเรือสัตหีบ โดยได้จัดเวรให้มีทีมแพทย์และพยาบาลไปดูแลในแต่ละเวลา ซึ่งที่ผ่านมา จังหวัดชลบุรี มีผู้ป่วย COVID-19 สะสมจำนวนมาก มีผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเข้ามาตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์กว่า 170 ราย และมีผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 4 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม การจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นค่อนข้างลำบากและขาดแคลน จึงขอขอบคุณ กฟผ. ที่เห็นความสำคัญ โดยทางโรงพยาบาลก็วางแผนที่จะนำตู้เก็บสิ่งส่งตรวจที่ได้รับไปใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไป และมั่นใจว่าเรามีขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อ พร้อมทั้งดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 อย่างเต็มที่

         ด้านพลเรือตรี ชลธร สุวรรณกิตติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลฯ ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทีมแพทย์และพยาบาลเข้าไปดูแลคนไทยที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งเข้าพักอยู่ที่อาคารรับรองฐานทัพเรือสัตหีบเช่นเดียวกัน โดยทำงานควบคู่กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สำหรับโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์กำลังจะเปิดคลินิกสำหรับผู้ป่วยทางเดินหายใจ ซึ่งอาจจะมีคนไข้ที่มีความเสี่ยงเป็น COVID-19 เข้ามาด้วย จึงต้องดำเนินการคัดกรองเบื้องต้น และหากพบว่าเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ก็จะส่งไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์อีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลก็ได้เตรียมพร้อมเปิดห้องพักผู้ป่วยที่เป็น COVID-19 ด้วย เพื่อรองรับหากมีการระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจังหวัดชลบุรียังคงมีเคสผู้ป่วยอยู่ ซึ่งเราได้ดำเนินการดูแลจัดทีมแพทย์และพยาบาลเข้าไปดูแลโดยตลอด สำหรับตู้เก็บสิ่งส่งตรวจที่ได้รับจาก กฟผ. ในวันนี้ ถือเป็นตู้แรกที่มีในโรงพยาบาล ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจผู้ป่วยทางเดินหายใจ ซึ่งก็รวมถึงการตรวจผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ด้วย เพราะอาการสองกลุ่มนี้มีความใกล้เคียงกัน