กฟผ. ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี อย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้มอบอีก 2,400 ถุง ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายการส่งมอบถุงยังชีพรวม 9,600 ถุง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากพิษ COVID-19 แก่ประชาชนในครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ภายใต้โครงการ “รวมพลังฝ่าวิกฤต โควิด–19”

         เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง นายภัทรกฤช เตชะศิกานต์ รองผู้ว่าการการเงินและบัญชี (CFO) พร้อมด้วย นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย นำผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพจำนวน 2,400 ถุง บรรจุข้าวสารอาหารที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งในครั้งนี้นับเป็นการมอบถุงยังชีพครั้งสุดท้าย ภายใต้โครงการ “รวมพลังฝ่าวิกฤต โควิด–19” ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ทั้งสิ้นจำนวน 9,600 ถุง เพื่อหวังช่วยบรรเทาผลกระทบในด้านความเป็นอยู่ให้กับประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยแบ่งทีมกระจายลงพื้นที่ตามวัด 9 แห่ง ในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ประกอบด้วย วัดสักใหญ่ วัดโพธิ์เผือก วัดโตนด วัดบางอ้อยช้าง วัดซองพลู วัดหูช้าง วัดโคนอนมหาสวัสดิ์ วัดศรีประวัติ และวัดใหม่ผดุงเขต เพื่อให้การแจกจ่ายประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะได้นำไปแจกจ่ายแก่ลูกบ้านต่อไป เพื่อลดการมารวมตัวกันของประชาชนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ตามประกาศของรัฐบาลเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

         นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย กล่าวว่า ในนามของพี่น้องชาวอำเภอบางกรวยนนทบุรี ขอขอบคุณ กฟผ. ที่ไม่ทอดทิ้งและให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอบางกรวยเสมอมา โดยตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 พี่น้องชาวบางกรวยก็ได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563 เป็นต้นมา โดย กฟผ. นำข้าวกล้องไข่เจียวพร้อมน้ำดื่มมามอบให้กับโรงทานตามวัดต่าง ๆ ของอำเภอบางกรวย วันละ 300 ชุดต่อวัดตลอดทั้งเดือนเมษายน หลังจากนั้นยังมีโครงการมอบถุงยังชีพ ซึ่งประกอบไปด้วยวัตถุดิบในการดำรงชีวิตให้กับชาวบ้าน อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ เกลือ มาม่า รวมถึง 9,600 ชุด การช่วยเหลือเหล่านี้แม้จะไม่มากไม่น้อย แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ถือว่ามีคุณค่าสำหรับจิตใจของประชาชนเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขามีกำลังที่จะต่อสู้ชีวิต ต่อสู้โรคภัย และพร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงแรก ๆ แม้จะมีการต่อต้านบ้าง แต่เมื่อเห็นหน่วยงานภาครัฐมาช่วยกันดูแลผู้ได้รับผลกระทบทำให้เปลี่ยนความคิดจากต่อต้านเป็นยอมรับ ส่งผลให้ภาครัฐสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในพื้นที่อำเภอบางกรวยได้ดี จนปัจจุบันไม่มียอดผู้ติดเชื้อแล้ว

         นายอนันต์ จิระพิบูลย์พันธ์ ช่างระดับ 8 ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ (อสป.) ผู้แทนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. กล่าวว่า ในวันนี้นอกจากจะมาในฐานะผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังมาในฐานะจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ซึ่งมีเป้าหมายในการร่วมกันทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงได้ร่วมกับโครงการ “รวมพลังฝ่าวิกฤต โควิด–19” ของ กฟผ. มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยการมาร่วมมอบในครั้งนี้ พวกเราจิตอาสามีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหวังจะช่วยให้ประชาชนได้คลายความเดือดร้อน

         ด้านตัวแทนชุมชนโดยรอบวัดศรีประวัติที่ได้รับมอบถุงยังชีพในครั้งนี้ นางเหมือน วันดี กล่าวว่า ช่วงนี้ลำบากมาก เพราะงานไม่ได้มีทุกวัน เนื่องจากตนทำงานรับจ้างทั่วไป ตัดหญ้า จัดสวน ตัดต้นไม้ พอมีโรคระบาด COVID-19 ทำให้ไม่มีคนจ้าง ขาดรายได้ วันนี้ได้รับของจาก กฟผ. รู้สึกดีใจมาก สิ่งของเหล่านี้น่าจะช่วยต่อชีวิตให้มีอาหารและของใช้ต่อไปได้อีกหลายวัน

         สำหรับ โครงการรวมพลังฝ่าวิกฤต โควิด-19 เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจาก กฟผ. ได้ดำเนินโครงการตั้งโรงทานข้าวกล้องไข่เจียว กฟผ. เพื่อมอบให้แก่วัดในพื้นที่อำเภอบางกรวยจำนวน 11 แห่ง และวัดในพื้นที่อำเภอเมืองจำนวน 3 แห่ง ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย กฟผ. เห็นว่าโครงการดังกล่าวช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ สถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันนั้นยังไม่สิ้นสุดลง กฟผ. จึงได้ดำเนินโครงการรวมพลังฝ่าวิกฤตโควิด-19 ต่อเนื่องมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งมีการส่งมอบถุงยังชีพต่อเนื่องจำนวน 4 ครั้ง ตลอดเดือนพฤษภาคม 2563 ได้แก่วันที่ 6, 14, 21 และ 28 พฤษภาคม 2563 จนครบ 9,600 ถุง โดยมอบให้แก่วัด 9 แห่งในพื้นที่อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี