กรมทรัพยากรน้ำ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือแนวทางการการขับเคลื่อนภารกิจตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ เพื่อกำหนดกรอบการคิดค่าน้ำให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ด้าน กฟผ. เผยการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่เป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำ หากมีการคิดค่าใช้น้ำอาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และผู้ใช้น้ำ

         เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 หมวดที่ 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำ ทั้งภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การประปา การผลิตพลังงานไฟฟ้า การเกษตร รวมถึงกิจการอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง โดยความคิดเห็นเหล่านี้จะเป็นข้อมูลให้กับที่ปรึกษานำไปทบทวนกำหนดหลักเกณฑ์ และกรอบการคิดค่าน้ำในส่วนที่กรมทรัพยากรน้ำ เพื่อให้สามารถกำหนดเงื่อนไขคิดค่าน้ำได้อย่างเหมาะสม และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำน้อยที่สุด โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ในการนี้ นายประเสริฐ อินทับ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นางวีนัส หลงสมบุญ ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจพลังงาน พร้อมผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้แทน กฟผ. เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสายชล กรมทรัพยากรน้ำ กรุงเทพฯ

         นายประเสริฐ อินทับ กล่าวว่า ในส่วนของการผลิตพลังงานไฟฟ้า ตาม พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ หมวด 4 ซึ่ง กฟผ. ได้จัดอยู่ในการใช้น้ำประเภทที่ 2 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม แต่หากพิจารณาการผลิตพลังงานไฟฟ้า ของ กฟผ. ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน โรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อน มีเพียงโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนที่กรมชลประทานจัดเก็บค่าชลประทานในอัตราลดหย่อน สำหรับผู้ใช้น้ำเพื่อกิจการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กชลประทาน ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมชลประทาน กับ กฟผ. ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ไม่เสียค่าใช้น้ำ เนื่องจากเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่ระบายน้ำตามแผนความต้องการน้ำเพื่อการชลประทาน อุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตร และการป้องกันบรรเทาอุทกภัย การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำ โดย กฟผ. มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนก่อสร้างและบำรุงรักษาอ่างเก็บน้ำ อาคารรับน้ำและประตูระบายน้ำ ค่าชดเชย และค่าทดแทนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีการคิดค่าใช้น้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่จะส่งผลต่อต้นทุนและค่า Ft ทั้งนี้ กฟผ. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกำหนดหลักเกณฑ์การคิดค่าน้ำ ไม่ควรส่งผลกระทบต่อประชาชน และผู้ใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม

         สำหรับขั้นตอนต่อไปเมื่อกฎหมายลำดับรองของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่จะบัญญัติกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ หมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ มีผลบังคับใช้ หน่วยงานทั้ง 3 ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะนำไปกำหนดกรอบค่าน้ำที่แต่ละหน่วยงานจัดเก็บต่อไป ซึ่งตามกรอบเวลา หมวด 4 จะเริ่มบังคับใช้ต้นปี 2564 โดยผู้ใช้น้ำอยู่เดิม (ประเภทที่ 2, 3) ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายใน 60 วัน นับแต่วันที่กฎกระทรวงตามมาตรา 48 บังคับใช้