กฟผ. รับมอบ “กระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่” จำนวน 20 เครื่อง ผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์พลังงานเพื่อการเกษตร จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน ภายใต้ความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กับ สอศ. ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน รวมถึงสนับสนุน การพัฒนาการอาชีวศึกษาด้านการเกษตร อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย

         เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน เป็นผู้แทน กฟผ. รับมอบนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์พลังงานเพื่อการเกษตร “กระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่” จำนวน 20 เครื่อง ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง กฟผ. และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมโครงการชีววิถีฯ และภาคการเกษตรต่อไป โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้แทนส่งมอบ พร้อมด้วย นายแสวง ทาวดี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน นายชัยมงคล เสนาสุ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา คณะอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน และผู้บริหาร กฟผ. ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 15 อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         นายจรัญ คำเงิน กล่าวว่า กฟผ. และ สอศ. ถือได้ว่าเป็นพันธมิตรภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนช่วย กฟผ. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาสังคมฐานรากเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคนไทย สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไทยต่อไป

         นายสุเทพ แก่งสันเทียะ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ขอบคุณ กฟผ. ที่เล็งเห็นความสำคัญ ของการจัดการอาชีวศึกษา และมีความเชื่อมั่นในผลงานการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในโครงการชีววิถีฯ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน คือกระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ อย่างหลากหลาย และได้มอบโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาและครูการเกษตรอาชีวศึกษา โดยการสนับสนุนงบประมาณให้จัดทำกระเป๋าฯ จำนวน 20 เครื่อง เพื่อนำไปใช้ในการช่วยเหลือเกษตรกรและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้เรียน ที่ได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติงานจริง เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการอาชีวศึกษาด้านการเกษตร และยังช่วยเหลือคุณภาพชีวิตของเกษตรกรอีกด้วย

         ด้าน นายแสวง ทาวดี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน ในฐานะสถาบันการศึกษาผู้คิดค้นนวัตกรรมฯ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการผลิตกระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่ มาจากการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระหว่าง กฟผ. และ สอศ. ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษา พัฒนาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับงานในโครงการชีววิถีฯ โดยคณะอาจารย์ได้ร่วมกับนักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน พัฒนามาตั้งแต่ปี 2561 และส่งเข้าประกวดการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในโครงการชีววิถีฯ ดีเด่น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ระดับประเทศ ในประเภทที่ 7 ต่อมาได้พัฒนาต่อเนื่องจนเสร็จสมบูรณ์ในปี 2563 พร้อมส่งมอบให้ กฟผ. นำไปใช้ประโยชน์ในโครงการชีววิถีฯ ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

         ทั้งนี้ กระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่มีแนวคิดการสร้างมาจากการที่คณะอาจารย์และนักเรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน ได้ลงพื้นที่ห่างไกลไฟฟ้าใช้ในภาคการเกษตรและภาคครัวเรือน พื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น ที่นา ที่สวน บนดอย ที่ราบสูง เมื่อเล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเกิดแนวคิดการออกแบบสิ่งประดิษฐ์เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ตามโครงการชีววิถีฯ 4 กิจกรรมคือ 1. กิจกรรมด้านการเพาะปลูกพืช 2. กิจกรรมด้านการประมง 3. กิจกรรมด้านการใช้กับปศุสัตว์ และ 4. กิจกรรมการใช้กับสิ่งแวดล้อม กระเป๋าพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแบบเคลื่อนที่สามารถพัฒนาด้านคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตประจำวันได้ เนื่องจากมีหลอดไฟแสงสว่างภายในตัวสปอร์ตไลท์ส่องนำทาง สามารถชาร์ตแบตเตอร์รี่มือถือ ต่อใช้กับหม้อหุงข้าว ตู้เย็นต่อใช้กับหม้อหุงข้าว พัดลม หลอดไฟ กาน้ำร้อน อื่น ๆ ที่เป็นระบบ 12 VDC (กระแสตรง) และยังสามารถ นำอินเวอร์เตอร์แปลงไฟ จาก 12 VDC เป็น 220 V AV (กระแสสลับ ขนาดไม่เกิน 500W ) เพื่อใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าปกติได้