กฟผ. นำ 4 ผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม สุดเจ๋งของผู้ปฏิบัติงาน ร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 ได้แก่ นวัตกรรมเครื่องกำจัดวัชพืชลอยน้ำแบบบดละเอียดสู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน หุ่นยนต์อเนกประสงค์เพื่อบำรุงรักษางานสายส่ง การพัฒนารูปแบบการตรวจแบคทีเรียโคลิฟอร์มในน้ำดื่มแบบเม็ด และโปรแกรมถอดรหัสสัญญาณความสั่นสะเทือน ค้นหา Bearing ที่มีความเสียหายในระยะเริ่มต้น ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในฐานะรัฐวิสาหกิจไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

         เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2563 ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ และนายสาธิต ครองสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 (Thailand Research Expo 2020) ซึ่งสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายการวิจัย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน” โดยภายในงานมี รองศาสตราจารย์นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมกล่าวต้อนรับหน่วยงานและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานจากทุกภาคส่วน ในโอกาสเริ่มวันแรกของการจัดมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 ณ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

         รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า มหกรรมงานวิจัยฯ ได้จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 15 ซึ่งนับเป็นเวทีระดับชาติที่นำเสนอผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีคุณภาพ แสดงให้เห็นถึงพลังของการสร้างสรรค์ และความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงบูรณาการองค์ความรู้ไปสู่การพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติเชิงวิชาการ นโยบาย สังคม/ชุมชน และพาณิชย์/อุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มวิจัย ได้แก่ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ และงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อน BCG Economy Model การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่จะผนึกกำลังทุกภาคส่วน ช่วยกันขับเคลื่อนงานวิจัยของไทยให้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

         สำหรับภายในงานประกอบด้วย ภาคนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงพระมหากรุณาธิคุณต่องานวิจัยไทย นิทรรศการนวัตกรรมตอบโจทย์โรคอุบัติใหม่ นิทรรศการชุมชนเข้มแข็งด้วยวิจัยและนวัตกรรม และนิทรรศการผลงานสายอุดมศึกษา ในส่วนภาคการประชุม มีหัวข้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือ New Normal รวมถึงหัวข้อเกี่ยวกับปัญหาสำคัญ ของประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข และการถ่ายทอดเทคนิคกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรม Highlight Stage เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ รวมแล้วกว่า 300 ผลงาน และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย

         ในส่วน กฟผ. ได้ร่วมนำผลงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เป็นผลงานของผู้ปฏิบัติงาน ไปจัดแสดงในงานจำนวน 4 ผลงาน ได้แก่ 1. ผลงานประดิษฐ์เรื่อง นวัตกรรมเครื่องกำจัดวัชพืชลอยน้ำแบบบดละเอียดสู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน จากเขื่อนภูมิพล 2. หุ่นยนต์อเนกประสงค์เพื่อบำรุงรักษางานสายส่ง จากฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ 3. การพัฒนารูปแบบ การตรวจแบคทีเรียโคลิฟอร์มในน้ำดื่มแบบเม็ด จากฝ่ายแพทย์และอนามัย และ 4. โปรแกรมถอดรหัสสัญญาณ ความสั่นสะเทือน ค้นหา Bearing ที่มีความเสียหายในระยะเริ่มต้น จากฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ

         งานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 สิงหาคม 2563 ผู้ปฏิบัติงานที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน ใน 2 รูปแบบ คือ แบบ Online เข้าชมงานโดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.researchexpo.nrct.go.th และ www.nrct.go.th ซึ่งสามารถร่วมชมนิทรรศการ ประชุมและสัมมนา ผ่านทางออนไลน์ได้ทุกหัวข้อ และแบบ Onsite ซึ่งสามารถเข้าร่วมงานและ ชมนิทรรศการได้ ณ สถานที่จัดงาน โดยงดการลงทะเบียนหน้างานและ Walk in ซึ่งเป็นไปตามมาตรการคัดกรองโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ในวันที่ 4 สิงหาคม 2563 จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดงาน