บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group แถลงผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2563 พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลประจำปี 2563 จำนวน 3 บาทต่อหุ้น

         เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ได้แถลงผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ในการประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst’s Briefing) ว่า บริษัทฯ มีกำไร จากการดำเนินงาน 2,445 ล้านบาท ลดลง 5.74 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรลดลง มาจากโรงไฟฟ้า Paju Unit 2 ในประเทศเกาหลีใต้ มีการหยุดเดินเครื่องเพื่อบำรุงรักษา ซึ่งเป็นไปตามแผนบำรุงรักษา ทำให้เสียโอกาสในการผลิตไฟฟ้าเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 217 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงกำไรสุทธิของบริษัท ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ กำไรที่เพิ่มขึ้นจาก อัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 821 ล้านบาท และการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ทางบัญชีเป็น TFRS 9 จำนวน 433 ล้านบาท ซึ่งมาจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของโครงการ Boco Rock Wind Farm แม้ว่ากำไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ จำเป็นต้องประกาศจ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลจำนวน 3 บาทต่อหุ้น (ลดลง 0.25 บาทต่อหุ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว) เพื่อสำรองเงินไว้ใช้สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

         ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว จำนวน 28 แห่ง คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 5,475.07 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจำนวน 3 แห่ง คิดเป็นกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 330.78 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงกังดง กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 49 เปอร์เซ็นต์ มีกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จำนวน 19.80 เมกะวัตต์ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 97.99 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเริ่มต้นเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (SCOD) ในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเทิน 1 บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ มีกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. จำนวน 514.30 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิต ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว จำนวน 130 เมกะวัตต์ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 73.92 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะ SCOD ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โครงการหยุนหลิน (โรงไฟฟ้าพลังงานลม Offshore Wind; ไต้หวัน) เป็นโครงการที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการซื้อหุ้นเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา โดยถือหุ้นในสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ มีกำลังการผลิตตามสัญญา ซื้อขายไฟฟ้า 640 เมกะวัตต์ เฟสแรก 352 เมกะวัตต์ เฟสที่สอง 288 เมกะวัตต์ ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 48.20 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าเฟสแรกจะ SCOD ในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 และเฟสที่สองจะ SCOD ในไตรมาสที่ 3 ปี 2564

         นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค (TPN) บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 44.60 เปอร์เซ็นต์ ให้บริการขนส่งน้ำมันผ่านระบบท่อที่เชื่อมต่อจากสถานีคลังน้ำมันในสระบุรี ถึงคลังน้ำมันของ TPN ในขอนแก่น ระยะทาง 342 กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ประมาณ 43.42 เปอร์เซ็นต์ คาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ปี 2564