กฟผ.ร่วมกับ มูลนิธิกฤษณาไกรสินธุ์และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงนามMOU โครงการความร่วมมือการส่งเสริมการปลูกสมุนไพรอินทรีย์ ณ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ใกล้เคียง และพื้นที่ชุมชนที่ กฟผ. ให้การสนับสนุนโครงการ มุ่งสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรและชุมชน

         วันนี้ (8กันยายน 2563)ศาสตราจารย์ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ประธานมูลนิธิกฤษณา ไกรสินธุ์พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนายพัฒนา แสงศรีโรจน์รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการความร่วมมือการส่งเสริมการปลูกสมุนไพรอินทรีย์ณพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้พื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่ชุมชนที่กฟผ. ให้การสนับสนุนโครงการ ณ ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

         ศาสตราจารย์ดร.กฤษณาไกรสินธุ์ประธานมูลนิธิกฤษณาไกรสินธุ์กล่าวว่าโครงการความร่วมมือการส่งเสริมการปลูกสมุนไพรอินทรีย์ฯ นี้เกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้มีอาชีพมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากทั้ง กฟผ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และหน่วยงานอื่น ๆ จนทำให้สามารถดำเนินโครงการได้อย่างครบวงจรโดย กฟผ. ได้สนับสนุนและคัดเลือกชุมชนเพื่อเป็นพื้นที่แปลงปลูกนำร่องในสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาสโดยทีมงานได้ติดตามผลการปลูกขมิ้นชันอินทรีย์ของชุมชนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจโดยเมื่อนำไปทดสอบสารทางยาพบว่ามีค่าที่สูงมากและได้ตามมาตรฐานสากล รวมถึง กฟผ. ยังได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อทำการวิจัยและสนับสนุนรถยนต์สำหรับดัดแปลงเป็นรถตรวจสอบคุณภาพขมิ้นชันเคลื่อนที่คันแรกของโลกซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการอีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากบริษัททิปโก้ไบโอเท็คจำกัดในการรับซื้อสมุนไพรจากชุมชน และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) ที่ให้รถยนต์เพื่อนำมาดัดแปลงเป็นรถแปรรูปสมุนไพรคันแรกของโลกเพื่อใช้ผลิตยาจากขมิ้นชัน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเครือข่ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาจ.ยะลาโรงพยาบาลจะแนะจ.นราธิวาสและโรงพยาบาลกะพ้อจ.ปัตตานี รับซื้อและจำหน่ายยาสมุนไพรคุณภาพสูงจากชุมชนให้กับประชาชนในราคาย่อมเยา อีกด้วย

         ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.นิวัติแก้วประดับอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่าการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ทางมหาวิทยาลัยได้มีส่วนร่วมและสนับสนุนทางด้านวิชาการ โดยนำนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้งานวิจัยมาช่วยสนับสนุนโครงการฯ ตั้งแต่กระบวนการปลูกการดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจนถึงการยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพโดยผ่านการศึกษาทดลองและค้นคว้าวิจัยในพื้นที่ปลูกเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนด้วยการเสริมสร้างแนวคิดการอยู่ร่วมกันแบ่งปันกันช่วยเหลือพึ่งพากันเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนและกลายเป็นสังคมชุมชนตัวอย่างต่อไป

         ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.นิวัติแก้วประดับอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่าการดำเนินงานโครงการดังกล่าวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ทางมหาวิทยาลัยได้มีส่วนร่วมและสนับสนุนทางด้านวิชาการ โดยนำนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้งานวิจัยมาช่วยสนับสนุนโครงการฯ ตั้งแต่กระบวนการปลูกการดูแลเก็บเกี่ยวผลผลิตไปจนถึงการยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพโดยผ่านการศึกษาทดลองและค้นคว้าวิจัยในพื้นที่ปลูกเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนด้วยการเสริมสร้างแนวคิดการอยู่ร่วมกันแบ่งปันกันช่วยเหลือพึ่งพากันเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนและกลายเป็นสังคมชุมชนตัวอย่างต่อไป