กฟผ. วางทุ่นเอกเริ่มก้าวสำคัญ โครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำเขื่อนสิรินธรแบบไฮบริด ขนาด 45 เมกะวัตต์ ใหญ่สุดในไทยอย่างเป็นทางการ มุ่งสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีผสมผสานพลังงานสะอาด คาดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์กลางปี 64 พร้อมดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของจังหวัดอุบลฯ

         เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี “วางทุ่นเอก” ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร ลงอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม เจริญพระพุธมนต์ในพิธี และมีนายสนอง มะลัยขวัญ นายอำเภอสิรินธร นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมในพิธี ณ อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

         นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า นับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีโครงการนำร่องด้านพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญของประเทศ ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธรแห่งนี้ จะเป็นโครงการต้นแบบในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ที่นอกจากสร้างเสถียรภาพของพลังงานหมุนเวียนให้มั่นคงด้วยระบบพลังงานแบบผสมผสานแล้ว ยังส่งเสริมให้จังหวัดอุบลราชธานีเป็นแหล่งความรู้ด้านพลังงานที่สำคัญแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ตลอดจนพัฒนาโครงการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด ทำให้ชุมชนรอบโรงไฟฟ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

         ด้าน นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยนำพลังงานหมุนเวียนหลากหลายรูปแบบมาผสานกัน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพมากที่สุด จึงได้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อน หรือเรียกว่าระบบไฮบริด ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) กำลังผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ 9 เขื่อนของ กฟผ. โดยนำร่องโครงการแรก ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดใหญ่ที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีความคืบหน้างานก่อสร้างของโครงการฯ อยู่ที่ร้อยละ 66 โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ได้ช่วงกลางปี 2564