นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2563 ให้กับสถานประกอบการที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ โดยโรงไฟฟ้าบางปะกงเข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคมจากผลงาน “บางปะกง โมเดล”

         เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2563 (The Prime Minister's Industry Award 2020) เพื่อมอบให้กับสถานประกอบการที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความวิริยะอุตสาหะในการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดทุกด้านทั้งกระบวนการผลิตและกระบวนการทำงาน ที่มีคุณภาพคำนึงถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสถานประกอบการอุตสาหกรรมอื่น ๆ สะท้อนถึงความสามารถและความพร้อมขององค์กรนั้น ๆ ที่จะมีส่วนร่วมขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยการมอบรางวัลอุตสาหกรรมปีนี้ ได้มีการพิจารณาคัดเลือกสถานประกอบการให้ได้รับรางวัล จำนวนทั้งสิ้น 39 รางวัล ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นเป็นปีที่ 28 โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ และผู้ประกอบการธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมกว่า 600 คน ร่วมงาน ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรกองทัพบก กรุงเทพฯ

         ในการนี้ นายดำรงค์ ไสยะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าบางปะกง เป็นผู้แทน กฟผ. เข้ารับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2563 ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคมจากผลงาน “บางปะกง โมเดล” นวัตกรรมเชิงสังคม ที่มีจุดเริ่มต้นจากในช่วงปี 2553 บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงเกิดปัญหาปลากะพงขาวในกระชัง และตามธรรมชาติ ตายโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นวงกว้างทั่วปากแม่น้ำบางปะกง ซึ่งในขณะนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังบางส่วน ขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง เลี้ยงปลาแบบครูพักลักจำ โดยที่ไม่มี ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปลากะพงขาวเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาจากปราชญ์ชาวบ้าน และขาดเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วย ในการตัดสินใจของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเตือนภัยเมื่อค่าออกซิเจนที่ละลายน้ำลดต่ำลง จึงส่งผลให้เกิดความสูญเสียผลผลิตและภาระหนี้สินตามมา ตลอดจน ปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำบางปะกงเสื่อมโทรมส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร สัตว์น้ำ วัยอ่อนในธรรมชาติ และระบบนิเวศป่าชายเลน

         ดังนั้น “บางปะกงโมเดล” จึงเกิดขึ้น เพื่อเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ เกษตรกร หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและ เอกชน เพื่อวิเคราะห์ผลกะทบและวางแผนแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อให้สร้างอาชีพเลี้ยงปลากะพงในกระชังปากแม่น้ำบางปะกง อยู่คู่กับแม่น้ำบางปะกงตลอดไป และได้รวบรวมองค์ความรู้การเลี้ยงปลากะพง จัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงปลากะพงขาว ในกระชังปากแม่น้ำบางปะกง (บ้านลุงทิน) เช่น นวัตกรรมระบบเติมอากาศแบบอัตโนมัติที่สามารถเพิ่มอัตรารอดของปลากะพง และ การส่งเสริมการแปรรูปปลากะพงขาว โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ กะพงแดดเดียว เพื่อสร้างมูลค่า ลดปัญหาการถูกกดราคา จากตลาด นอกจากการขยายผลไปยัง พื้นที่ต้นน้ำและกลางน้ำของแม่น้ำบางปะกงแล้ว ยังมีแผนงานขยายผล บางปะกงโมเดล ไปทั่วภูมิภาคของประเทศ ผ่าน กลุ่ม กฟผ. ( EGAT Group ) และภาคีเครือข่ายโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และ กลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งบางปะกงโมเดลไม่เพียงสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดความขัดแย้ง และยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าบางปะกง อยู่ดีมีสุข ตลอดจน เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศของแม่น้ำบางปะกงให้ยั่งยืนอีกด้วย