มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกับ กฟผ. เปิดตัวงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “การพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาต้นแบบสำหรับสถานพยาบาล กฟผ.” มุ่งหวังการให้บริการด้านเภสัชกรรมที่ถูกต้องแม่นยำ ลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมต่อยอดนำไปใช้กับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนในอนาคต

         วานนี้ 25 มีนาคม 2564 นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร รองผู้ว่าการบริหาร เป็นประธานกล่าวเปิดพิธี Kick off งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เรื่อง “การพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาต้นแบบสำหรับสถานพยาบาล กฟผ.” ร่วมกับ รศ.ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้ว คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เพื่อร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์ที่จะช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความถูกต้องในการให้บริการด้านเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วย โดยมีนายชฎิล ศุขะพันธ์ุ ผู้ช่วยผู้ว่าการพัฒนาองค์การ ทันตแพทย์อาทิตย์ อุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์และอนามัย รศ.ดร.กัมปนาท เทียนน้อย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.เพชร เจียรนัยศิลาวงศ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ดร.เต็มสิริ ทรัพย์สมาน รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้บริหารและคณะวิจัยจาก กฟผ. ทั้งฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายโรงงานและอะไหล่ ฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบสารสนเทศ และฝ่ายแพทย์และอนามัย รวมถึงผู้บริหารและคณะวิจัยจาก มจพ. เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช 2 สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         นายสุทธิชัย จูประเสริฐพร กล่าวว่า ปัจจุบัน กฟผ. มีนโยบายในการสนับสนุนการพัฒนางานนวัตกรรม ทั้งในด้านพลังงานไฟฟ้า และด้านอื่น ๆ เช่น ด้านนวัตกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์จากการที่ กฟผ. ได้เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยผลิตนวัตกรรมตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันบวกและความดันลบให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วประเทศทั้งในปีนี้และปีที่ผ่านมา

         การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่คณาจารย์จาก มจพ. ได้นำเสนองานวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาต้นแบบให้สถานพยาบาล กฟผ. ซึ่ง กฟผ. พร้อมให้ทุนสนับสนุน และเห็นว่างานวิจัยชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ของ มจพ. บวกกับความร่วมมือของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ในระดับประเทศ และพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ ด้วยการผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทย ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านการตรวจรักษาของหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศต่อไป

         ด้าน รศ.ดร.อุดมเกียรติ นนทแก้ว คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. ได้กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. มีความสนใจในการพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาตั้งแต่ปี 2560 โดยได้ร่วมมือกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการศึกษาจัดยารูปแบบต่าง ๆ การทดลองทำโครงงานนักศึกษา จนปัจจุบันอยู่ในระหว่างการจดอนุสิทธิบัตรของหุ่นยนต์จัดยาแบบเม็ด

         สำหรับโครงการนี้ ทีมวิจัยจาก มจพ. ได้เข้าศึกษาการพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาต้นแบบให้กับสถานพยาบาล กฟผ. ตั้งแต่ปี 2562 ร่วมกับทีมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของ กฟผ. ในการพัฒนาคอนเซ็ปต์ ออกแบบ รวมทั้งได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล และคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบจาก มจพ. มาร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์จัดยาให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ IT ของสถานพยาบาล รวมถึงออกแบบให้มีความสวยงามเหมาะสมต่อการใช้งาน เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งโครงการนี้นอกจากจะเป็นการพัฒนานวัตกรรมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการทำงานแบบ Spin-off ของคณะวิศวกรรมศาสตร์อีกด้วย โดยคาดหวังว่าหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้ อีกทั้ง เนื่องด้วยประเทศไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ดังนั้น อุปกรณ์ที่จะมาช่วยส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการนำเข้าจากต่างประเทศนั้นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังไม่มีหน่วยงานใดที่จะนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปใช้งานจริง จึงขอขอบคุณ กฟผ. ที่ได้ร่วมพัฒนาและนำหุ่นยนต์ตัวนี้ไปใช้งานในสถานพยาบาล กฟผ. และหากใช้งานได้ดีจะสามารถขยายไปใช้งานยังสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนต่อไปได้

         “การสร้างนวัตกรรมเป็นเรื่องยาก แต่เป็นหน้าที่ของ มจพ. ที่จะต้องทำ เพื่อช่วยให้สังคมไทยพัฒนาขึ้น ประชาชนได้รับการบริการที่ดีขึ้น วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมมือกับ กฟผ. ซึ่งเป็นองค์การชั้นนำระดับประเทศที่จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศด้วยนวัตกรรม จึงขอให้ทั้ง กฟผ. และ มจพ. ผสานความร่วมมือกันในระยะยาวเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มจพ. กล่าวเพิ่มเติม