สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ปรับทัพรับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครจากต่างจังหวัดเสริมกำลังกรุงเทพมหานครร่วมแก้ปัญหารับผู้ป่วยตกค้างตามบ้านให้ถึงมือโรงพยาบาลสนามเร็วที่สุด โดยมี กฟผ. ร่วมให้การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันตัว ค่าอาหาร และที่พัก

         วานนี้ 28 เมษายน 2564 นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน พร้อมด้วยนายอาทิตย์ อุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์และอนามัย และนางฤดีมาส ปางพุฒิพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ เป็นผู้แทน กฟผ. ส่งมอบเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และน้ำดื่ม ให้แก่ ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับอาสาสมัครที่จะเป็นกำลังเสริมในการแก้ปัญหารับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตกค้างตามบ้านเรือนให้ถึงมือโรงพยาบาลสนามโดยเร็ว ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ กฟผ.

         ดร.นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันฯ ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการรับผู้ป่วยตามบ้านที่ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเร็วที่สุด และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ในกรุงเทพมีไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องขอกำลังเสริมจากมูลนิธิอาสาสมัครต่าง ๆ จากต่างจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี

         “ความร่วมมือกับ กฟผ. ครั้งนี้ได้รับมอบอุปกรณ์ป้องกันตัวต่าง ๆ ประกอบด้วย Surgical mask จำนวน 160 กล่อง ชุดกาวน์กันน้ำ จำนวน 1,000 ชุด หมวกคลุมผม จำนวน 5,000 ชิ้น หน้ากาก KN95 จำนวน 1,500 ชิ้น สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 50 มิลลิลิตร จำนวน 1,500 ขวด เจลแอลกอฮอล์ ขนาด 180 มิลลิลิตร จำนวน 510 ขวด ถุงมือ จำนวน 100 กล่อง และน้ำดื่ม จำนวน 100 แพ็ค ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร พร้อมทั้งงบประมาณ 200,000 บาท ที่ได้รับจาก กฟผ. จะได้นำไปสนับสนุนค่าอาหารที่พักเจ้าหน้าที่ต่างจังหวัดที่มาช่วยงานต่อไปและขอขอบคุณ กฟผ. เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนในครั้งนี้” รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าว

         ด้าน นายจรัญ คำเงิน ได้กล่าวถึงการสนับสนุนของ กฟผ. ในการรับมือกับสถานการณ์ โควิด- 19 ในครั้งนี้ว่า กฟผ. มุ่งเสริมทั้งการป้องกันและการรักษา โดยเน้นการส่งมอบตู้ตรวจโควิด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในครั้งนี้ และได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งด้านความคล่องตัวในการใช้งานและความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ โดยหลังจากนี้จะได้ขยายการช่วยเหลือด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่อไป

         อนึ่ง ในฐานะหน่วยงานของประชาชน กฟผ. มีนโยบายให้ความช่วยเหลือทุกวิกฤตการณ์ของประเทศในทุก ๆ ด้านเท่าที่สามารถจะดำเนินการได้ โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท เพื่อส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ป้องกันโควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลทั้งสิ้น 247 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงสนับสนุนช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจชุมชนและสังคมเพื่อให้ประเทศไทยกลับสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด