เรือโดยสารไฟฟ้าของ กฟผ. จำนวน 2 ลำ ได้ชื่อแล้วจากการประกวดตั้งชื่อเรือไฟฟ้า โดยผู้ปฏิบัติงานฝ่ายพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลและคุณภาพ คว้ารางวัลด้วยชื่อ “ชลพัฒน์ 1” และ “ชลพัฒน์ 2” ซึ่งมีความหมายถึงการพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำด้วยพลังงานสะอาด สอดคล้องกับนโยบายของ กฟผ. พร้อมเดินหน้าจดทะเบียนชื่อเรือไฟฟ้าก่อนใช้งานจริง มุ่งเชื่อมต่อการเดินทางในอนาคต

         ดร.สมชาย โชคมาวิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่า ตามที่ กฟผ. ได้เชิญชวนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ร่วมส่งชื่อเข้าประกวดการตั้งชื่อเรือไฟฟ้า กฟผ. จำนวน 2 ลำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมไปจดทะเบียนชื่อเรือไฟฟ้า และเพื่อสร้างความรู้สึกความเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงานฯ โดยมีหลักเกณฑ์การประกวด คือ ต้องเป็นชื่อภาษาไทย มีความเป็น สิริมงคล มีความไพเราะ และสื่อความหมายถึงองค์การ ซึ่งกรรมการตัดสินการประกวดฯ ประกอบไปด้วยผู้บริหาร กฟผ. จำนวน 7 ท่าน ได้แก่ ผู้ช่วยผู้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างและบริการ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการขนส่ง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและจัดการทรัพยากร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพทรัพยากรบุคคลและคุณภาพ และ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ

         ทั้งนี้ คณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ ได้พิจารณารายชื่อที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด จำนวน 74 รายชื่อ โดยรายชื่อเรือไฟฟ้า ที่ได้รับการตัดสินให้ได้รับรางวัล ได้แก่ “เรือ กฟผ. ชลพัฒน์ 1” และ “เรือ กฟผ. ชลพัฒน์ 2” ซึ่งผู้ชนะการประกวดตั้งชื่อเรือไฟฟ้าฯ ได้แก่ ดร.อติพงศ์ นันทพันธุ์ วิศวกรระดับ 10 โดยชื่อเรือไฟฟ้าดังกล่าว มีความหมายที่สื่อถึง กฟผ. ได้พัฒนาระบบขนส่งทางน้ำด้วยพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย กฟผ. ที่ต้องปรับตัวให้ทันสมัย มุ่งสู่พลังงานสะอาด เดินหน้าสู่สังคมไร้คาร์บอนในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่เป็นพลังงานสะอาด เป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยลดปัญหา PM2.5

         สำหรับเรือโดยสารไฟฟ้าที่ กฟผ. พัฒนาขึ้นมีจำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือไฟฟ้าแบบสองท้อง (Catamaran) และเรือไฟฟ้าแบบท้องเดียว (Mono Hull) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 214 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถแล่นด้วยความเร็วไม่น้อยกว่า 10 น็อต ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยระบบปรับอากาศในห้องโดยสารถูกออกแบบ ให้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาเซลล์ที่ติดตั้งอยู่บริเวณหลังคาเรือทั้ง 2 ลำ รองรับผู้โดยสารได้ลำละ 80 คน ซึ่งในระยะแรกจะทดสอบ การเดินเรือเพื่อศึกษาวิจัยและประเมินสมรรถนะของเรือ โดยนำมาใช้ในภารกิจของ กฟผ. ก่อน แล้วจึงจะขยายผลสู่การใช้ประโยชน์สำหรับภาคประชาชนในอนาคตเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง “ล้อ ราง เรือ” สนองนโยบาย One Transport ของภาครัฐต่อไป