เขื่อนอุบลรัตน์ ปรับลดการระบายน้ำ จากวันละ 20 ลบ.ม. เหลือวันละ 17 และ 15 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่าง

         นายประเสริฐ อินทับ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ปรับลดการระบายน้ำจากเดิมวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เหลือวันละ 17 ล้าน ลบ.ม. และตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2564 ปรับลดการระบายน้ำลงอีกเหลือวันละ15 ล้าน ลบ.ม. เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นไปตามมติการประชุมคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่น เพื่อปรับลดการระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์โดยไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อน

         ทั้งนี้ จากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่และร่องมรสุมส่งผลให้มีฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์ ในช่วงวันที่ 25 กันยายน – วันที่ 6 ตุลาคม 2564 รวม 1,031 ล้าน ลบ.ม. สูงสุด 148 ล้าน ลบ.ม./วัน ในวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์ควบคุม และมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณน้ำเต็มความจุ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่นจึงมีมติให้เขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำ เพื่อรักษาสมดุลปริมาณน้ำไหลเข้าและระบายให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยพิจารณาระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนในลำน้ำพองและลำน้ำชีควบคู่กันไป เขื่อนอุบลรัตน์จึงได้ปรับเพิ่มการระบายจากปกติวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 20 ล้าน ลบ.ม./วัน ในช่วงวันที่ 4 - 7 ตุลาคม 2564 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ลำน้ำพองไม่เกิดผลกระทบ แต่เนื่องจากบริเวณแม่น้ำชี ซึ่งรับมวลน้ำจากปริมาณฝนตกหนักในจังหวัดชัยภูมิและพื้นที่ตอนบน ทำให้มีปริมาณน้ำมากและล้นตลิ่งในบางจุด คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่นจึงได้จัดประชุมทบทวนแผนการระบายน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ขึ้นอีกครั้งเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่าง ตามข้อสั่งการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เขื่อนอุบลรัตน์ จึงได้ปรับลดการระบายน้ำลงเหลือวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม เป็นต้นมา ซึ่งปัจจุบันเหลือพื้นที่รองรับน้ำได้อีก 210 ล้าน ลบ.ม. โดยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากน้ำไหลเข้าอ่างยังมากกว่าปริมาณน้ำระบาย อีกทั้งหากมีปริมาณฝนตกจากอิทธิพลของพายุหรือร่องมรสุม อาจต้องปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมต่อไป โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนของ กฟผ. แบบ Real Timeได้ที่เว็บไซต์ water.egat.co.th และ Mobile Application “EGAT ONE”