ผลงานด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กฟผ. กวาด 4 รางวัล ในเวทีประกวด ASEAN Energy Awards 2013 จากผลงานทั้งหมดของไทยที่ส่งประกวด 16 รางวัล ได้รับถึง 13 รางวัล นับเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในอาเซียนต่อเนื่องทุกปี

20130930-01

          เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ผู้แทนหน่วยงานและองค์กรพัฒนาด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมงานประกาศรางวัลการประกวดผลงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนระดับภูมิภาคอาเซียน หรือ ASEAN Energy Awards 2013 ซึ่งจัดขึ้นในงานกาลาดินเนอร์ของการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานกลุ่มประเทศอาเซียนครั้งที่ 31 ผลการตัดสินรางวัลจากการประกวดปรากฏว่า ประเทศไทยได้รับรางวัลรวมถึง 13 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศจำนวน 9 รางวัล และรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รางวัล จากผลงานของไทยที่ส่งประกวด 16 รางวัล จากทั้งหมด 37 รางวัล และได้ครองแชมป์ประเทศที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในอาเซียนต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ณ บาหลี นูซาดัว คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เกาะบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

          ผลงานที่ได้รับรางวัลในฐานะตัวแทนประเทศไทยทั้งสิ้น 13 รางวัล เป็นผลงานของ กฟผ. ถึง 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภท Community-based off-Grid Category หรือโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบส่งไฟฟ้า ได้แก่ ผลงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำชุมชนบ้านคลองเรือ จาก กฟผ. ร่วมกับ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภท Best Practices-Clean Coal Use and Technology in Power Generation Category เป็นผลงานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภท Best Practices in Surface Coal Mining Category เป็นผลงานของเหมืองแม่เมาะ และรางวัล Excellence in Energy Management ได้แก่ นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ อดีตผู้ว่าการ กฟผ. ในการทำหน้าที่ Power Hapua Chairman and Governer EGAT of Thailand โดยมี นายรังสรรค์ อัฒมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. และ ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายอดิศักดิ์ กิจเจริญธนารักษ์ วิศวกรระดับ 11 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และ นายจักรพงศ์ อุทธาสิน ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ เป็นผู้แทนรับรางวัลตามลำดับ

          สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ส่งผลงานเข้าประกวด ได้รับรางวัลทั้งหมด 37 รางวัล ประกอบด้วย ประเทศไทย 13 รางวัล อินโดนีเซีย 7 รางวัล มาเลเซีย 5 รางวัล เมียนมาร์ 4 รางวัล สิงคโปร์ 4 รางวัล เวียดนาม 3 รางวัล และฟิลิปปินส์ 2 รางวัล โดยที่อินโดนีเซียและสิงคโปร์ครองถ้วยร่วมกัน 1 รางวัล ซึ่งประเทศไทยถือเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในกลุ่มภูมิภาคนี้ นับตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนในระดับอาเซียน จากความสำเร็จในครั้งนี้ยังเอื้อประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือด้านการอนุรักษ์พลังงานภายในประเทศเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในระดับอาเซียน