ผู้ว่าการ กฟผ. เข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ด EGATi ท่านใหม่ พร้อมเปิดใจ ไม่เคยมีแนวคิดยุบหรือแปรรูป EGATi เนื่องจากยังสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย รวมถึงไม่ทับซ้อนกับ EGCO และ RATCH เนื่องจากเน้นโครงการ G to G พร้อมฝากผู้เกี่ยวข้อง มุ่งความสำคัญไปที่โครงการในมือให้มีประสิทธิภาพ และให้อดทนต่อปัญหาการขาดทุน ซึ่งจะเริ่มคลี่คลายได้ภายหลังจากโครงการโรงไฟฟ้าประสบความสำเร็จ ขณะที่ บอร์ด EGATi เตรียมระดมสมองเพื่อจัดทำแผนธุรกิจ ในวันที่ 30-31 ตุลาคม พ.ศ. 2556 นี้

          เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) มีมติแต่งตั้งให้นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ประธานบอร์ด EGATi) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป

20131028-01

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. ในฐานะประธานบอร์ด EGATi เปิดเผยว่า จากนี้ไป บทบาทของ EGATi จะยังคงเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดั้งเดิมในการจัดตั้งบริษัท คือ เพื่อเป็นตัวแทนของ กฟผ. ในการลงทุนโครงการต่างๆ ในต่างประเทศ ที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจเกี่ยวเนื่องทั้งในรูปแบบการจัดหาพลังงานไฟฟ้าส่งเข้าประเทศเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และรูปแบบการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ กฟผ. พร้อมทั้งส่งรายได้กลับประเทศ เพื่อสนับสนุน กฟผ. ให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรนานาชาติ และเป็น National Champion ของประเทศไทย โดย EGATi จะมีความแตกต่างจากบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงต้องแสวงหากำไรเพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน (ผู้ถือหุ้น) ด้วยการแข่งขันกับภาคเอกชนขณะที่ EGATi มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมิได้มีผลกำไรเป็นเป้าหมายสูงสุดหากแต่มุ่งเน้นการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทย และสนองนโยบายภาครัฐในการเป็นหุ้นส่วนที่ร่วมพัฒนาไปพร้อมกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการพัฒนาโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ (G to G) เป็นต้น

         “จะเห็นได้ว่า บทบาทของ EGATi นั้น มีความชัดเจนและแตกต่างจากบริษัทในเครืออีก 2 แห่ง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแข่งขันกันเอง หรือมีความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน หากแต่สามารถผนึกกำลังเพื่อให้เกิดการสร้างพลังร่วม (Synergy) ระหว่างกันได้ เนื่องจากบางโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่เกินกว่าที่ EGATi จะสามารถเข้าไปลงทุนเพียงลำพัง ก็สามารถนำ EGCO และ RATCH เข้าไปร่วมลงทุน เพื่อรักษาสัดส่วนการลงทุนของ กฟผ. และประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา EGATi ก็สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย มีโครงการที่มีศักยภาพในความรับผิดชอบที่ชัดเจน จึงขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจอีกครั้งว่า ฝ่ายบริหารของ กฟผ. ยังไม่เคยมีแนวคิดที่จะยุบ/เลิก หรือแปรรูป EGATi อย่างแน่นอน แม้ว่า EGATi จะมีผลประกอบการที่ขาดทุนต่อเนื่องทุกปี แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติของบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งมีแต่รายจ่าย เนื่องจากการลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าที่โรงไฟฟ้าจะสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงไม่เพียงแค่ต้องทำงานหนักเท่านั้น แต่ยังต้องมีความอดทนรอคอยผลสำเร็จในอนาคตอีกด้วย”

          ประธานบอร์ด EGATi กล่าวต่อไปว่า ไม่อยากให้กังวลกับปัญหาการขาดทุนสะสมมากจนเกินไปนัก จนส่งผลให้ต้องเร่งพยายามหาโครงการใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้อย่างเร่งด่วน แล้วกลายเป็นผลกระทบต่อการดำเนินโครงการในความรับผิดชอบ เนื่องจาก ผวก. และฝ่ายบริหารมีความเข้าใจในปัญหาดังกล่าว ซึ่งการพยายามสร้างรายได้ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ความคาดหวังของ ผวก. และฝ่ายบริหาร กลับเป็นการให้ความสำคัญกับโครงการลงทุนที่มีความชัดเจนแล้ว จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี้ยบ 1 ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 289 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำฮัจยี ในสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 1,360 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำมายตง ในสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 7,000 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ (Quang Tri) ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 1,200 เมกะวัตต์ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามแผนหรือเร็วกว่าแผนที่วางไว้ พร้อมทั้งมีการควบคุมค่าใช้จ่ายให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งภายหลังจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี้ยบ 1 เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี พ.ศ. 2562 EGATi ก็จะเริ่มรับรู้เงินปันผลจากโครงการดังกล่าวมาเป็นรายได้ ปัญหาเรื่องการขาดทุนสะสมก็จะเริ่มคลี่คลายลง ส่วนเรื่องการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างระบบส่งไฟฟ้า และโทรคมนาคม เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ก็นับว่าเดินไปถูกทางแล้ว

          สำหรับปัญหาเรื่องความคล่องตัว ไม่ควรมองเฉพาะเรื่องการเสนอขอยกเว้นกฎระเบียบเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานด้วยวิธีการอื่นได้อีก เช่น การปรับวัฒนธรรมการทำงานภายในหน่วยงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปในเชิงรุกมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการพยายามเร่งรัดติดตามงานต่างๆ อย่างใกล้ชิดและเข้มข้นเพื่อให้งานสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรหวังพึ่งพา กฟผ. เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองในแง่ที่ว่า จะนำหน่วยงานต่างๆ ของ กฟผ. ไปสร้างพลังร่วม (Synergy) ให้แก่ EGATi ได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ ทิศทางของ EGATi จะยิ่งมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ภายหลังการสัมมนาคณะกรรมการบริษัท เพื่อจัดทำแผนธุรกิจ ประจำปี พ.ศ. 2557-2561 ในช่วงระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม พ.ศ. 2556