โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียนเซน้ำน้อย ใน สปป. ลาว ของราชบุรีโฮลดิ้ง วางแผนเริ่มดำเนินการก่อสร้างช่วงปลายปีนี้ หลังจากการจัดหาผู้ดำเนินงานด้านวิศวกรรมและก่อสร้างโครงการ และการจัดหาเงินกู้ยืมเพื่อพัฒนาโครงการได้สำเร็จ คาดสามารถจำหน่ายไฟให้ประเทศไทยได้ในปี 2561 มายังจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของภาคอีสาน

20131204-02

          นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงการการเซเปียนเซน้ำน้อย ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ได้เดินหน้ามาถึงขั้นตอนการก่อสร้างโครงการแล้ว หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้จำนวน 22,134 ล้านบาท และจัดหาผู้รับผิดชอบงานด้านวิศวกรรมและก่อสร้างโครงการ การก่อสร้างจะเริ่มดำเนินการได้ปลายปีนี้และจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี โดยมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ปี 2561 สำหรับไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณร้อยละ 90 ของกำลังผลิตติดตั้ง หรือประมาณ 370 เมกะวัตต์จะจำหน่ายให้กับ กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 27 ปี ส่วนที่เหลือจะขายให้กับการไฟฟ้าลาว เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตขึ้นของทั้งสองประเทศ

          “โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านบาท การพัฒนาโครงการจะใช้เงินทุนจากผู้ถือหุ้นประมาณ 9,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนทุนของบริษัทฯ ประมาณ 2,400 ล้านบาท จำนวนที่เหลือจะมาจากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่วนการก่อสร้างโครงการมีบริษัท SK Engineering and Construction เป็นผู้ดำเนินการ หากการพัฒนาและก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จตามกำหนด กระแสไฟฟ้าจะส่งผ่านระบบสายส่ง 500 กิโลโวลต์ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยอุบลราชธานี เพื่อเสริมระบบไฟฟ้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น” นายพงษ์ดิษฐ กล่าว

          โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียนเซน้ำน้อย กำลังผลิต 410 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่แขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว พัฒนาโครงการโดยบริษัท ไฟฟ้าเซเปียน เซน้ำน้อย จำกัด ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างราชบุรีโฮลดิ้ง (ถือหุ้นร้อยละ 25) บริษัท SK Engineering and Construction (ร้อยละ 26) บริษัท Korea Western Power (ร้อยละ 25) และรัฐวิสาหกิจถือหุ้นลาว (ร้อยละ 24) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 บริษัท ไฟฟ้าเซเปียน เซน้ำน้อย จำกัด ได้ลงนามสัญญาเงินกู้มูลค่า 22,134 ล้านบาท (ประมาณ 714 ล้านเหรียญสหรัฐ) กับสถาบันการเงินไทย 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาติ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2556 ได้ลงนามสัญญาจัดจ้างบริษัท SK Engineering and Construction เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการให้สำเร็จตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้