กฟผ. เดินหน้าโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้ เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หลัง สศช. มีมติให้ความเห็นชอบโครงการ คาดสามารถนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติได้กลางปีหน้า

20131211-01

          นายมงคล สกุลแก้ว รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ. เปิดเผยว่าโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตกและภาคใต้เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แล้ว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 โดยโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งกำลังไฟฟ้าจากภาคกลางไปยังภาคใต้ ซึ่งเป็นการช่วยเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ สนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต รองรับการเป็น Smart Grid เพิ่มความคล่องตัวในด้านปฏิบัติการควบคุมและจ่ายไฟฟ้าในภาคใต้ รวมทั้งกรณีที่ต้องปลดโรงไฟฟ้าเข้า/ออก ในการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ และโรงไฟฟ้าที่หยุดซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงลดความเสียหายจากการเกิดไฟฟ้าดับ

          สำหรับแผนงานก่อสร้างโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 แบ่งงานเป็น 3 ส่วนได้แก่ งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี จอมบึง – บางสะพาน 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี บางสะพาน 2 – สุราษฎร์ธานี 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 314 กิโลเมตร และงานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี สุราษฎร์ธานี 2 – ภูเก็ต 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 186 กิโลเมตร งานทั้ง 3 ส่วน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 ส่วนระยะที่ 2 ได้แก่ งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี บางสะพาน 2 – สุราษฎร์ธานี 2 วงจรคู่ (วงจรที่ 3 และ 4 ตามแนวสายส่ง 230 เควี เดิม) ระยะทางประมาณ 313 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565 โดยมีงบประมาณเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการฯ คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 63,200 ล้านบาท

          ทั้งนี้ หลังจากที่ สศช. ให้ความเห็นชอบแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือรอความเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จากนั้นกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะเสนอโครงการฯ ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการฯ โดยคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจาก ครม. ประมาณกลางปี 2557