กฟผ. ร่วมงานสัมมนา “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน” เพื่อชี้แจงข้อมูลและสร้างความเข้าใจด้านสถานการณ์พลังงานไฟฟ้า และผลกระทบจากการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติแหล่ง JDA-A18 พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30 - 22.00 น. ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน-10 กรกฎาคม นี้

20140516-02

          เมื่อวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2557 สำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้จัดสัมมนา “รวมพลังคนไทย ลดใช้พลังงาน” โดยมี นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน เป็นประธานจัดงาน มีผู้แทนจากทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา สื่อมวลชน ประชาชน และผู้สนใจ เข้าร่วมสัมมนา ประมาณ 500 คน ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

          การสัมมนาครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย ประกอบด้วย นายทนงศักดิ์ วงษ์ลา ผู้อำนวยการกลุ่มราคาและคุณภาพบริการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายสาคร พยัคฆเรือง ผู้ช่วยผู้ว่าการควบคุมระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายอมร รังสาคร ผู้อำนวยการกลุ่มฝึกอบรมภาคปฏิบัติด้านการจัดการพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และนายพรชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจสถานการณ์ด้านพลังงานไฟฟ้า และผลกระทบจากการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งพัฒนาร่วมระหว่างไทย-มาเลเซีย A-18 (JDA-A18) ที่จะปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่รวม 28 วัน ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน - 10 กรกฎาคม 2557 รวมถึงรับทราบแผนการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติและเพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ เอกชน ทั้งภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และประชาชน ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30 - 22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีเป้าหมายให้ลดการใช้ไฟฟ้าประมาณ 200-250 เมกะวัตต์ เพื่อทำให้ระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความมั่นคง และสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ

          นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. ชี้แจงว่า เกี่ยวกับกำลังผลิตและคาดการณ์การใช้ไฟฟ้า จากการที่โรงไฟฟ้าจะนะ ในจังหวัดสงขลาหยุดเดินเครื่อง ทำให้กำลังผลิตในระบบภาคใต้หายไป 710 เมกะวัตต์ ในช่วงเวลาดังกล่าวต้องนำไฟฟ้าจากภาคกลางผ่านสายส่งเชื่อมโยงภาคกลาง-ภาคใต้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกินพิกัดความมั่นคงประมาณ150 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ กฟผ. ได้มีการวางแผนเตรียมความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์ และบุคลากร รับมือวิกฤตไฟฟ้า โดยการตรวจสอบ เตรียมการวางแผนให้โรงไฟฟ้าในภาคใต้พร้อมให้บริการ 100 เปอร์เซ็นต์ มีการประสานงานสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้ากระบี่ โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ต่อเนื่องช่วง 28 วันดังกล่าว และมีการตรวจสอบระบบส่ง ระบบป้องกัน ให้มีความพร้อมเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม กฟผ. ยังต้องขอความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกภาคส่วนช่วยลดการใช้พลังงาน ในช่วงเวลา 18.30 - 22.00 น. ตลอด 28 วันดังกล่าวด้วย เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีความมั่นคง และสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ