ผู้บริหาร กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษา ร่วมประชุมสรุปการทำงานของทีมชุมชนสัมพันธ์ 4 ทีม 4 ตำบล ที่ได้ลงพื้นที่ให้ข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ตามโครงศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว สร้างความพอใจให้กับประชาชนรอบโรงไฟฟ้า พร้อมรวมเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติม

20140526-02

          เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ (ชพฟช.) นายพล คงเสือ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 3 (ชฟฟ3.) นายถาวร งามกนกวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารเชื้อเพลิง (ชชห.) เป็นประธานประชุมสรุปผลการปฏิบัติการผู้ปฏิบัติงานด้านชุมชนสัมพันธ์ ทั้ง 4 ทีม คือทีมตำบลปกาสัย ตำบลคลองขนาน ตำบลเกาะศรีบอยา และตำบลตลิ่งชัน ที่ลงพื้นที่ให้ข้อมูลข่าวสาร สร้างความเข้าใจ โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ด้วยเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วของ กฟผ. ครบ 7 วัน ณ ห้องประชุมอันดามัน 1 โรงไฟฟ้ากระบี่ โดยมี นายสมชาย สันติสถาวรณ์ ผู้ช่วยอำนวยการโรงไฟฟ้าภาคใต้ ว่าที่พันตรี ดร.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ–วิชาการ (ช.อสค-ว) นายอดุลย์ เป็งถา หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่โดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน (หก-ศก.) ผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ และผู้แทนบริษัทที่ปรึกษา คือบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด เข้าร่วมประชุม

          นายเผ่าพงษ์ เต็มสัมฤทธิ์ ชพฟช. กล่าวว่า กฟผ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้ากระบี่ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ต้องการให้ทั้งสองโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะเป็นโครงการที่มีความสำคัญกับการเพิ่มความมั่งคงด้านพลังงานของประเทศ รองรับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้แต่การทำงานในปัจจุบันยากมากขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมากขึ้นผู้ที่ทำงานด้านชุมชนและต้องลงพื้นที่พบกับชุมชนก็ยากขึ้น ตลอด 7 วันที่ผ่านมา ทั้ง 4 ทีม ได้ลงพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ในเบื้องต้นนั้นได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จากการประเมินผลการลงพื้นที่พบว่า มีพื้นที่ที่ กฟผ. ดำเนินการได้ตามปกติและพื้นที่ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งต้องใช้ความพยายามมากขึ้น ผู้บริหารทุกคนพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงาน ขอให้ หก-ศก. เป็นหลักในการประสานงานนำทีมเข้าพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์มากขึ้นและเชื่อมั่นว่าหากเราดำเนินการเช่นนี้ต่อไป ประชาชนจะมีการรับรู้ เข้าใจและยอมรับการทำงานของ กฟผ. มากขึ้น ส่วนพื้นที่ที่ยังมีปัญหาก็ต้องพยายามต่อไป ขอให้ทุกกลุ่มสรุปการทำงาน สรุปปัญหาความวิตกกังวลของชุมชนทุกวันเพื่อประเมิลผลการทำงาน และกำหนดแนวทางการทำงานในเชิงรุกเพื่อความความสำเร็จตามแผน และขอให้ทุกทีมสรุปการทำงานและนำไปเผยแพร่ต่อไป

          นายพล คงเสือ ชฟฟ3. กล่าวว่า การลงพื้นที่ทั้ง 4 ตำบลรอบโรงไฟฟ้ากระบี่ของทั้ง 4 ทีมในครั้งนี้ ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา การทำงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับความรู้ความเข้าใจการทำงานของ กฟผ. มากยิ่งขึ้น ในส่วนของผู้บริหารจะรีบประสานงานกับนักวิชาการจากสถาบันที่น่าเชื่อถือมาพูดแทน กฟผ. โดยเร็วต่อไป ให้กำลังใจทุกคนขอให้ร่วมกันทำงานเป็นทีมมากขึ้น และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขอให้ทุกฝ่ายและทุกคนมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ความสำเร็จของการสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ และสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วของ กฟผ.

          นายถาวร งามกนกวรรณ ชชห. กล่าวว่า ขอให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานเป็นทีมเพื่อความสำเร็จของการพัฒนาโรงไฟฟ้ากระบี่โรงใหม่ ทุกคนมีส่วนสำคัญในการทำงานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อให้คนไทยทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอมีราคาที่เหมาะสม ผวก. และผู้บริหารพร้อมจะให้คำปรึกษาในการทำงาน และได้ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยขอให้แต่ละทีมสรุปการทำงานในเพื่อร่วมกันแก้ไขต่อไป ส่วนข้อเสนอแนะและข้อกังวลของประชาชน เช่น เรื่องการเดินเรือขนถ่ายถ่านหิน ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การเวนคืนที่ดินและทรัพย์สิน ผลกระทบต่ออาชีพ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การจ้างงาน การให้บริการรถบริการแก่เด็กนักเรียน ผลกระทบทางการท่องเที่ยว เราก็จะร่วมกันแก้ไขปัญหาและสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนโดยเร็วที่สุด