จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา และโรงไฟฟ้าบางปะกง จัดกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า เป็นจังหวัดแรกของประเทศ ภายใต้โครงการ “ฉะเชิงเทรา จังหวัดประหยัดไฟ (KICK OFF)”

20140618-02

          เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2557 นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการ “ฉะเชิงเทรา จังหวัดประหยัดไฟ (KICK OFF)” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดโดยมีนายฐิติ สุขนิยม ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้กล่าวรายงาน และนายอมรพันธ์ ลีลาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าบางปะกง ได้นำผู้ปฏิบัติงานจิตอาสาจากฝ่ายต่างๆ จำนวน 80 คน เข้าร่วมกิจกรรม ณ บริเวณศาลาจตุรมุข ด้านหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา

          นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานพลังงานจังหวัด และโรงไฟฟ้าบางปะกงซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการรณรงค์การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ซึ่งหลายท่านทราบดีว่า โรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ไม่สามารถเดินเครื่องได้ เนื่องจากมีการหยุดซ่อมแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเรื่องดังกล่าว นับว่ามีผลต่อความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองตอบต่อนโยบายความมั่นคงด้านพลังงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จังหวัดฉะเชิงเทราจึงได้มีการบูรณาการร่วมกับ สำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา และ โรงไฟฟ้าบางปะกง จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น ซึ่งนับเป็นจังหวัดแรกของประเทศ ที่มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้

          สำหรับกิจกรรมภายในงานนั้น เริ่มขึ้นในเวลา 09.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนจากโรงไฟฟ้าบางปะกง ตลอดจนพี่น้องประชาชน และเยาวชนจิตอาสา ร่วมกันนับถอยหลัง นำจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าสู่โหมดการประหยัดพลังงานไฟฟ้า เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ของประเทศ ซึ่งบรรยากาศของงานโดยรวมก็เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในช่วงที่ประธานในพิธี กดปุ่มเปิดโครงการที่ได้มีการจำลองสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่แหล่งผลิตไฟฟ้า ของประเทศในพื้นที่ภาคใต้บางส่วนไม่สามารถเดินเครื่องผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ เนื่องจากมีการหยุดซ่อมแซมระบบขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ (JDA-A18) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้ มาแสดงให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้รับชม เพื่อสร้างความตระหนัก และความร่วมมือของคนในพื้นที่ให้เกิดขึ้น