หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าขนอม มั่นใจภาคใต้ไม่เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง หลังจากที่ JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซฯ

20140617-02

          เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะ ได้เดินทางไปติดตามการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อ 14 จังหวัดภาคใต้ ในช่วงที่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Thailand-Malaysia Joint Development Area: JDA) แปลงที่ A18 หยุดซ่อมบำรุง ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน - 10 กรกฎาคม 2557 ณ โรงไฟฟ้าขนอม ของบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ของ บมจ.ปตท. จังหวัดนครศรีธรรมราช และตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ ของบริษัท ไทย ไบโอแก๊ซ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

          พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมโรงไฟฟ้าขนอมและรับฟังรายงานสรุปสถานการณ์จากนายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการ กฟภ. และนายชาญกิจ เจียรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด ว่า ได้รับข้อมูลเป็นที่พอใจ เพราะทุกหน่วยงานมีมาตรการรับมือวิกฤตไฟฟ้าเป็นอย่างดี ทั้งด้านการผลิตและการวางแผนรองรับ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ที่ยืนยันจะช่วยขายไฟฟ้าให้กับไทยในช่วงวิกฤต ทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ภาคใต้อย่างแน่นอน

          “อย่างไรก็ตาม ขอให้ กฟผ. กฟภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าได้ประมาท แม้จะเตรียมแผนไว้อย่างรัดกุมแล้วก็ตาม โดยต้องจัดเตรียมรถโมบาย หรือรถผลิตไฟฟ้าสำรองเคลื่อนที่ไว้ให้พร้อมยามฉุกเฉินทันที และหากมีความจำเป็นต้องเวียนดับไฟ ขอให้เตรียมการสื่อสาร ให้พี่น้องประชาชนรับทราบล่วงหน้า และได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะถ้าระบบไฟฟ้ามั่นคง จะส่งผลให้เศรษฐกิจดี สังคมดีแต่ถ้าขาดไฟฟ้าการพัฒนาประเทศคงไม่อาจทำได้โดยง่าย”

          ต่อประเด็นเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง กล่าวว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติแต่อย่างใด โดยกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ แต่เบื้องต้นควรจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้มากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาการสื่อสารกับชาวบ้านยังเข้าไม่ถึงระดับชุมชนเพียงพอ โดยการสื่อสารต้องเป็นรูปแบบที่เข้าใจง่าย แผนภาพ หรือ กราฟ ที่เข้าใจยาก ต้องปรับเป็นข้อความการสื่อสารที่เข้าใจง่าย หรือสื่อสารด้วยคำพูด บอกเล่าพูดคุยอย่างเป็นกันเอง หากชุมชนมีความเข้าใจว่า การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เป็นโครงการที่จำเป็น และเป็นพลังงานที่สะอาดจริง คงจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี

          ด้าน นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่าจากการที่แหล่งก๊าซธรรมชาติ JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อบำรุงรักษา ทำให้โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา กำลังผลิต 710 เมกะวัตต์ ต้องหยุดเดินเครื่อง ส่งผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ เมื่อรวมกับกระแสไฟฟ้าที่ส่งมาจากภาคกลางตามปกติแล้ว จะมีเหลือเพียงประมาณ 2,320 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในภาคใต้ในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,450 เมกะวัตต์ซึ่งกระทรวงพลังงาน กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีมาตรการรองรับเพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่อย่างเพียงพอ และเกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

          “จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด พบว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมา (13-15 มิถุนายน 2557) สภาพระบบผลิต-ส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ในภาคใต้ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ตามปกติ รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ในช่วงเวลา 18.30-21.30 น. ได้อย่างเพียงพอ ภายใต้การเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ของศูนย์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อ 14 จังหวัดภาคใต้ของ กฟผ.”

          ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ กฟผ. ได้ดำเนินการตามมาตรการรองรับ โดยด้านโรงไฟฟ้า ได้ตรวจสอบโรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องได้ให้มีความพร้อมผลิตไฟฟ้าตลอดช่วงที่ JDA-A18 หยุดซ่อมบำรุง

  • ด้านระบบส่งไฟฟ้า ได้ตรวจสอบอุปกรณ์สำคัญและระบบป้องกันให้พร้อมใช้งานและปรับปรุงระบบป้องกันพิเศษให้มีความสมบูรณ์

  •  ด้านเชื้อเพลิง ได้จัดเตรียมสำรองน้ำมันเตาที่โรงไฟฟ้ากระบี่และน้ำมันดีเซลที่โรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ให้มีปริมาณสำรองสูงสุดก่อน JDA-A18 หยุดซ่อมบำรุง และประสาน บมจ.ปตท. จัดแผนเติมน้ำมันสำรองตลอดจนกว่าการซ่อมบำรุงจะแล้วเสร็จ

  •  ด้านการลดการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม (Demand Response) กฟผ. ร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กระทรวงพลังงาน กฟภ. ร่วมรณรงค์ลดการใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอุตสาหกรรมของภาคใต้

  •  ด้านการประสานงานกับการไฟฟ้ามาเลเซีย กฟผ. ได้ขอซื้อไฟฟ้าเสริมระบบในช่วงเวลา 18.00-21.00 น. เพื่อเสริมกำลังผลิต

          สำหรับการเตรียมความพร้อมกรณีกำลังผลิตไม่เพียงพอ อาจมีการเพิ่มกำลังไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้ 700-950 เมกะวัตต์ และจะดำเนินการประสาน กฟภ. ดับไฟบางพื้นที่ตามแผนที่จัดเตรียมไว้

20140617-02-2

          นายนำชัย หล่อวัฒนตระกูล ผู้ว่าการ กฟภ. กล่าวเสริมว่า ทาง กฟภ. ได้เตรียมการรณรงค์ประหยัดพลังงานในช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และหากจะเวียนดับไฟฟ้า จะเวียนดับพื้นที่ละประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจะแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า โดย กฟภ. มีช่องทางการสื่อสารมากมาย ทั้งรถโมบาย และ Social Media ต่างๆ เป็นต้น

          ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center กฟผ. หมายเลข 1416 และ Call Center กฟภ. หมายเลข 1129 รวมถึงสามารถติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิดแบบ Real-Time ได้ที่ http://jda18.erc.or.th และ http://www.sothailand.com/jda-a18