ประธาน กกพ. แถลงผลการซ้อมการลดการใช้ไฟฟ้าไม่ได้ตามเป้า แต่พอใจต่อการประสานงาน ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน พร้อมรณรงค์ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า ด้าน กฟผ. ยืนยันมีความพร้อม ทั้งด้านระบบส่ง โรงไฟฟ้า และเชื้อเพลิงสำรอง ประชาชนภาคใต้สามารถดำรงชีพได้ตามปกติ ย้ำบอลโลกไม่มีผลต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการใช้ไฟน้อย

20140611-01

          เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2557 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดแถลงข่าวสื่อมวลชน ร่วมใจลดการใช้ไฟฟ้าช่วงแหล่ง JDA-A18 หยุดจ่ายก๊าซฯ โดยมี ศ.กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พร้อมด้วยนายนภดล มัญฑะจิตร กรรมการ กกพ. นายสุชาลี สุมามาลย์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง (รวส.) และนายเกียรงไกร ตันตยกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการจำหน่ายและบริการ (กฟภ.) ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 11 สำนักงาน กกพ. ชั้น 19 อาคารจัตุรัสจามจุรี

          ศ.กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธาน กกพ. เปิดเผยว่า กกพ. ได้มีการซ้อมแผนการลดการใช้ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2557 เวลา 18.30 – 22.30 น. เพื่อประเมินผลการลดการใช้ไฟฟ้าจริงที่สามารถทำได้ และปรับปรุงแผนก่อนที่เกิดเหตุการณ์หยุดจ่ายก๊าซฯ จริง ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน - 10 กรกฎาคม 2557 ซึ่งการซ้อมแผนดังกล่าว ไม่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 250 เมกะวัตต์ แต่พอใจกับการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำให้ทุกคนได้ทราบข้อจำกัดในการดำเนินการ

          “กกพ. ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการลงพื้นที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้าจากทุกภาคส่วน จึงขอความร่วมมือประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญในการลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 18.30 – 22.30 น. เพื่อรักษาความมีเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้เพียงพอต่อความต้องการ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงกับระบบไฟฟ้าของภาคใต้” ประธาน กกพ. กล่าว

          สำหรับก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง JDA-A18 จะหยุดจ่ายก๊าซฯ ในวันที่ 13 มิถุนายน - 10 กรกฎาคม 2557 รวม 28 วัน ทำให้ปริมาณก๊าซฯ หายไป 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา ที่มีกำลังผลิตประมาณ 710 เมกะวัตต์ ต้องหยุดเดินเครื่อง และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาคใต้ โดยเฉพาะเวลา 18.30 – 22.30 น. ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด

          ด้านนายสุธน บุญประสงค์ รวส. กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนภาคใต้ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงวันและเวลา ดังกล่าว เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพราะเดิมทีภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้า 2,300 เมกะวัตต์ เมื่อโรงไฟฟ้าจะนะ หยุดผลิตกระเเสไฟฟ้า ทำให้เหลือกำลังผลิตประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ และต้องนำกระแสไฟฟ้าจากภาคกลางมาเสริมในระบบภาคใต้ราว 700 เมกะวัตต์ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยประชาชนภาคใต้ยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ ไม่ต้องวิตกกังวล ทั้งนี้ กฟผ. ได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ ทั้งสถานีไฟฟ้าแรงสูง ระบบสายส่งไฟฟ้าเเรงสูง โรงไฟฟ้าต่างๆ และเชื้อเพลิงตลอดระยะเวลาดังกล่าวไว้แล้ว

          สำหรับช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลกที่ประเทศบราซิล ซึ่งคาดว่าจะมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนั้น ขออย่าได้วิตกกังวลซึ่งหากเทียบเวลาการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลกแล้ว จะเป็นช่วงเวลาที่บ้านเรามีการใช้ไฟฟ้าน้อย จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล

          “แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอ กกพ. ได้เตรียมมาตรการรองรับการขาดกำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ที่ กฟผ. นำเสนอ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีแผนปฏิบัติงานเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากมาตรการเพิ่มการส่งพลังงานจากภาคกลางไปยังภาคใต้ จาก 700 เมกะวัตต์ จนถึง 950 เมกะวัตต์ แต่หากมีการใช้ไฟฟ้าเกินจากนี้ กฟผ.และ กฟภ.ถึงจะนำมาตรการหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่มาพิจารณา โดยแผนดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบต่อสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล หน่วยงานด้านความมั่นคง หรือท่าอากาศยาน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม หากทุกคนช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า ก็ไม่มีความจำเป็นต้องนำมาตรการดังกล่าวมาใช้” นายสุธน กล่าวในที่สุด