กสทช. ร่วมกับ กฟผ. ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาบุคลากร ทำกิจกรรมเพื่อสังคมและวางระบบ ICT ปูทางสู่โครงข่ายระบบไฟฟ้าและโทรคมนาคมที่มั่นคงระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมประโยชน์ทั้งในระดับชุมชนสังคม ประเทศชาติ และภูมิภาค

20140625-01

          เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2557 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกัน เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ พัฒนาบุคลากรและระบบงานของทั้งสององค์กร (HRD) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (CSR) ตลอดจนความร่วมมืออื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน (AEC)

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ จะนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ระหว่างสำนักงาน กสทช. กับ กฟผ. เพื่อพัฒนาบุคลากรและระบบงานของทั้งสององค์กร ซึ่ง กสทช. ได้มีการจัดตั้ง NBTC ACADEMY และ ศูนย์ DATA CENTER เพื่อรองรับด้วยแล้ว สำหรับการเตรียมความพร้อมสู่ AEC กสทช. จะร่วมพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์กฎระเบียบในการกำกับดูแลด้านกิจการสื่อสาร ให้สอดรับกับแนวทางที่เหมาะสมต่อทิศทางการพัฒนาไปสู่ Thailand Smart Grid สู่ Smart ASEAN Power Grid อันจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้า และอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศไทยในอนาคต รวมถึงร่วมมือกันในการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกับหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้เห็นความสำคัญในการบริหารโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงระหว่างประเทศที่ก่อสร้างอยู่ร่วมกับโครงข่ายระบบไฟฟ้า (Optic Fiber (OPGW) on HV Power Transmission Line) ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้โครงการ ASEAN Power Grid เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมที่มั่นคงระหว่างประเทศในภูมิภาคเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของ ASEAN โดยรวม นอกจากความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ยังจะมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (CSR) อื่นๆ ต่อไปในอนาคต

          นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จาก กทช. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา จึงมีแนวคิดที่จะร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ หรืองานวิจัยเพื่อการพัฒนาองค์กร อันเป็นจุดเริ่มต้นของการลงนามในครั้งนี้ นอกจากนี้ MOU ยังเน้นความร่วมมือเพื่อเตรียมพร้อมสู่ AEC ในปี 2558 ไม่ว่าจะเป็น Thailand Smart Grid สู่ Smart ASEAN Power Grid ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระบบ ICT สนับสนุนเครือข่ายการเชื่อมโยง เริ่มตั้งแต่ภาคผลิต (Supply Side) ภาคปฏิบัติการ (Operation Side) และภาคผู้ใช้ไฟ (Demand Side) ให้สามารถสื่อสารข้อมูลถึงกันและกันได้อย่างครบวงจร อันจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าของประเทศในอนาคต รวมทั้งร่วมมือกันในการให้ความรู้ ความเข้าใจ และนำเสนอต่อหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ในรูปแบบ Smart ASEAN Telecommunication Grid เพื่อให้เห็นความสำคัญในการบริหารโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสงระหว่างประเทศที่ก่อสร้างอยู่ร่วมกับโครงข่ายระบบไฟฟ้า (Optic Fiber (OPGW) on HV Power Transmission Line) ภายใต้โครงการ ASEAN Power Grid เพื่อผลักดันให้เป็นโครงข่ายโทรคมนาคมที่มั่นคงระหว่างประเทศในภูมิภาคอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนสังคม (CSR) ร่วมกันด้วย ซึ่งจะได้มีการศึกษารายละเอียดของความเป็นไปได้ของโครงการต่อไป