EGATi เร่งเดินหน้างานก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังงานน้ำ น้ำเงี๊ยบ 1 เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าไทยและลาว คาดสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ กฟผ. ได้ประมาณเดือนมกราคม 2562

          เมื่อกลางเดือน พ.ย.57 ที่ผ่านมา นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นตัวแทนร่วมงานรับรองการบรรลุข้อตกลงทางด้านการเงินและการเริ่มก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี๊ยบ 1 โดยมี ท่านสมดี ดวงดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประธาน ร่วมด้วย นายพิษณุ จันทร์วิทัน เอกอัครราชฑูตไทยประจำ สปป.ลาว นายฮิโรยูกิ คิชิโนะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำ สปป.ลาว ท่านสมบัติ เยียร์ รี เฮอ เจ้าเเขวงไซสมบูรณ์ นายมาโกโตะ ยากิ ประธานบริษัทคันไซ อิเล็กทริก พาวเวอร์ นายธนา พุฒรังษี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) ดร. สมบูรณ์ มโนรมย์ ผู้จัดการใหญ่ LAO HOLDING STATE ENTERPRISE (LHSE) นายโยชิฮิโร ยามาบายาชิ กรรมการผู้จัดการ NAM NGIEP 1 POWER COMPANY LIMITED (NN1PC) นายคริสโตเฟอร์ ธีม ตัวแทน ASIAN DEVELOPMENT BANK (ADB) ดร.มาโกโตะ คาไน รองประธานกรรมการโอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น และผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการฯ นี้ เข้าร่วมงาน ณ โรงเเรมดอนจันทน์พาเลซ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

          ท่านสุลิวง ดาลาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป.ลาว กล่าวว่า โครงการฯ นี้ เป็นนโยบายของรัฐบาล สปป.ลาว ที่ต้องการพัฒนาประเทศ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนลาวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไปพร้อมกับการพัฒนาพลังงานโดยเฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

          นายธนา พุฒรังษี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (EGATi) กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของบริษัทในเครือของ กฟผ. ในส่วนของบริษัท EGATi ที่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี๊ยบ 1 โดยโครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจของรัฐบาลไทย-สปป.ลาว เพื่อส่งเสริมและให้ความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป.ลาว สำหรับจำหน่ายให้แก่ประเทศไทย จำนวน 7,000 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้กับประเทศ ทั้งยังเป็นพลังงานสะอาด และมีราคาไม่เเพง เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ และเป็นการสร้างโอกาสต่อๆ ไปของ EGATi ใน สปป.ลาว อีกด้วย

          โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำเงี๊ยบ 1 ได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน จาก ASIAN DEVELOPMENT BANK (ADB) และการระดมเงินทุนจากธนาคารในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย BANK OF TOKYO-MITSUBISHI UFJ, MIZUHO BANK, SUMITOMO-MITSUI BANKING CORPORATION และ THE JAPAN BANK FOR INTERNATIONAL COOPERATION (JBIC) นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากธนาคารในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระเงินมากกว่า 21 ปี เพื่อให้โครงการสามารถแข่งขัน และขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทยในราคาถูก

          ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี๊ยบ 1 ประมาณ 5 ปี และจะสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ในเชิงพาณิชย์เข้าสู่ระบบ กฟผ. ได้ประมาณเดือนมกราคม 2562 โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี๊ยบ 1 มีกำลังผลิต 134.5 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังผลิตทั้งหมด 269 เมกะวัตต์ ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ย 1,490 ล้านหน่วยต่อปี โดยส่งพลังงานไฟฟ้าผ่านสายส่งขนาด 230 เควี เชื่อมโยงจากโรงไฟฟ้ามายังสถานีไฟฟ้าแรงสูงนาบงในฝั่งลาว และส่งต่อมายังสถานีไฟฟ้าแรงสูงอุดรธานี 3 ในฝั่งไทยด้วยระบบ 500 เควี การซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการน้ำเงี้ยบ 1 มีอายุสัญญา 27 ปี โดยมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุประมาณ 2.54 บาท โดยขณะนี้มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างประมาณร้อยละ 5