การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผยโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 อิงมาตรฐานเทคโนโลยีนานาชาติ เปิดโอกาสผู้เข้าประกวดราคาทุกประเทศ ชี้ราคาประมาณการเพิ่มเพื่อประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมมลสารที่ดีขึ้นพร้อมยืนยันไม่กระทบกับค่าไฟฟ้าแน่นอน แต่หากดำเนินการล่าช้าอาจมีผลต่อค่าไฟและความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ

20141127-M01-01

          นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีการประกวดราคาโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 กำลังผลิตติดตั้ง 600 เมกะวัตต์ ซึ่งกิจการร่วมค้า ALSTOM Power System SA, ALSTOM (Thailand) Ltd. and Marubeni Corporation (ALSTOM/Marubeni) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ในราคา 38,000 ล้านบาท ภายหลัง กฟผ. ได้เจรจาต่อรองราคากับกิจการร่วมค้าดังกล่าว จนได้ราคาก่อสร้าง 35,312 ล้านบาท โดยสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่า กฟผ. เขียนกรอบการจ้าง (Term of Reference-TOR) เอื้อประโยชน์ให้เอกชนเฉพาะกลุ่ม และราคาค่าก่อสร้างสูงเกินไปนั้น

          นายรัตนชัย กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากกรอบการจ้างงานจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 มีข้อกำหนดด้านเทคนิคตามมาตรฐานนานาชาติ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตจากประเทศต่างๆ สามารถเข้าร่วมการประกวดราคาได้ “กรณีที่มีการระบุให้ผู้เข้าประกวดราคาต้องมีประสบการณ์ในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์หลัก เช่น เครื่องกำเนิดไอน้ำ (Steam Generator) กังหันไอน้ำ (Steam Turbines) เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) และผ่านการเดินเครื่องในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวน 5 เครื่องนั้น ก็เพื่อให้แน่ใจได้ว่าผู้เข้าประกวดราคามีศักยภาพในการดำเนินโครงการให้สำเร็จได้ตามแผน และอุปกรณ์เคยผ่านการเดินเครื่องจนเป็นที่น่าเชื่อถือ เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ถือเป็นกำลังผลิตสำคัญของประเทศที่จะดำเนินการล่าช้าไม่ได้”

          สำหรับกรณีราคาค่าก่อสร้างนั้น นายรัตนชัย กล่าวว่า เนื่องจากถ่านหินที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ต้องใช้ถ่านหินลิกไนต์ในเหมืองแม่เมาะ ซึ่งมีคุณสมบัติด้อยกว่าถ่านหินชนิดอื่นคือ มีซัลเฟอร์ร้อยละ 3 และแคลเซียมออกไซด์ ร้อยละ 40 ส่งผลให้การออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ จึงต้องมีลักษณะพิเศษเพื่อให้ได้กำลังผลิตตามที่ กฟผ. กำหนด รวมทั้งต้องออกแบบอุปกรณ์ที่ควบคุมมลสารที่โรงไฟฟ้าปล่อยออกและหม้อต้มน้ำ (Boiler) ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ส่งผลให้วงเงินราคาก่อสร้างสูงกว่าวงเงินที่ประมาณการไว้เดิม

20141127-M01-02

          “กฟผ. ได้กำหนดค่าควบคุมมลสารที่ดีกว่ามาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากที่สุด ส่งผลต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนในการควบคุมมลสารของสิ่งแวดล้อมจึงทำให้ราคาค่าก่อสร้างสูงกว่าราคาประมาณการ แต่ยังอยู่ภายในวงเงินที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าแต่อย่างใด” ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 อยู่ระหว่างการพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ให้ความเห็นก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้าง โดยมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ประมาณปี พ.ศ. 2561 หาก กฟผ. ยกเลิกการประกวดราคาและดำเนินการประกวดราคาใหม่ จะต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี ซึ่งจะทำให้ กฟผ. ต้องปรับราคาโครงการให้สูงขึ้นกว่าเดิม และอาจกระทบต่อราคาค่าไฟฟ้า รวมทั้งจะกระทบกับความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศ เนื่องจากจะต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เครื่องที่ 4-7 ที่มีอายุการใช้งานนานต่อไป ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าของประเทศในอนาคต