รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เผยรายละเอียด 2 โครงการ Mega Project พัฒนา ระบบส่งของ กฟผ. ในระยะ 10 ปี เพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้า ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ สศช. และ กกพ. แล้ว เตรียมเสนอ ครม. คาดว่าจะได้รับการอนุมัติประมาณกลางปีนี้

          เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า และโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคเหนือตอนบนเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้ารวมวงเงินลงทุน 106,280 ล้านบาท ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) แล้ว

          นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กล่าวต่อไปว่า โครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางและกรุงเทพมหานครเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า มีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับโครงการพลังงานหมุนเวียนในอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีศักยภาพในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพ รวมกันทั้งหมดได้ประมาณ 10,000 เมกะวัตต์ ตามแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan : AEDP) และเพิ่มความสามารถการส่งไฟฟ้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ไปยังศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งเป็นการรองรับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ในกรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ASEAN Economic Community หรือ AEC โดยแผนงานก่อสร้างโครงการฯ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ได้แก่งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ร้อยเอ็ด 2 – ชัยภูมิ 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 168 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี อุบลราชธานี 3 – ร้อยเอ็ด 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2562 ส่วนระยะที่ 2 งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ท่าตะโก – สามโคก วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 183 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2564และระยะที่ 3 งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี อุบลราชธานี 3 - นครราชสีมา 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี ชัยภูมิ 2 - นครราชสีมา 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี นครราชสีมา 3 - คลองใหม่ วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 254 กิโลเมตร, งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี คลองใหม่ – บางปะกง วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2566 งบประมาณเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการฯ คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 94,040 ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการจนแล้วเสร็จโครงการประมาณ 10 ปี

          สำหรับโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคเหนือตอนบนเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นเขตที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงและเป็นเขตเศรษฐกิจในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือตอนบน ประกอบกับเพิ่มความคล่องตัวในด้านปฏิบัติการควบคุมและการจ่ายไฟฟ้าในภาคเหนือ โดยแผนงานก่อสร้างโครงการฯ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ได้แก่ งานก่อสร้างสายส่ง 230 เควี ลำพูน 3 - เชียงใหม่ 2 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่และเดิม) ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2562 ส่วนระยะที่ 2 งานก่อสร้างสายส่ง 500 เควี แม่เมาะ 3 - ลำพูน 3 วงจรคู่ (แนวสายส่งใหม่) ระยะทางประมาณ 163 กิโลเมตร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2564 งบประมาณเงินลงทุนค่าก่อสร้างโครงการฯ คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 12,240 ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการจนแล้วเสร็จโครงการประมาณ 8 ปี

          ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะรวบรวมความเห็นทั้ง 2 หน่วยงานและเสนอโครงการฯ ไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)เพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติ (ครม.) ต่อไป โดยคาดว่าโครงการฯ จะได้รับอนุมัติจาก ครม. ประมาณกลางปี 2558