กฟผ. ร่วมซ้อมแผนรองรับเหตุก๊าซฯจากแหล่งพม่าหยุดเพื่อซ่อมบำรุงเดือนเมษายนนี้ กับกระทรวงพลังงาน จำลองสถานการณ์ใกล้เคียงเหตุการณ์จริง ทดสอบความพร้อมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความมั่นใจพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤติพลังงาน

25580320d

เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๘ นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินพลังงานของประเทศ ประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับระบบไฟฟ้า โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงานและหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กฟผ. กฟน. PEA (กฟภ.) ผู้ประกอบกิจการโรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้าเอกชน รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมฝึกซ้อมแผนฯ ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น ๑๕ กระทรวงพลังงาน

25580320a

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน โดยเฉพาะการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่สูงมากถึง ๔,๗๐๐ ล้านลูกบาทฟุตต่อวัน เมื่อปริมาณก๊าซฯในระบบลดลง ย่อมมีผลกระทบต่อพลังงานไฟฟ้าด้วย โดยภาคการผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานที่สำคัญมากในการพัฒนาประเทศ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ ๗๐ และในช่วงวันที่ ๑๐ - ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ นี้ แหล่งก๊าซฯ ของสหภาพพม่า ๓ แหล่ง จะหยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อซ่อมบำรุง ได้แก่ แหล่งยาดานาและเยตากุน หยุดจ่ายก๊าซฯ ในวันที่ ๑๐ – ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ และ แหล่งซอติกา หยุดจ่ายก๊าซฯ ในวันที่ ๒๐ – ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิง รองรับสภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น จึงได้กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจร่วมกันโดยเฉพาะขั้นตอนการทำงาน หน้าที่รับผิดชอบ การประสานงานการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้เพื่อความร่วมมืออันดี

25580320b

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวรายงานว่า กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากการหยุดผลิตก๊าซฯ ไว้หลายส่วน อาทิ สั่งการให้ภาคการผลิตไฟฟ้าและปิโตรเลียมมิให้หยุดซ่อมบำรุงในช่วงดังกล่าว และให้เตรียมสำรองเชื้อเพลิงเต็มพิกัด พร้อมทั้งขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม ช่วยลดการใช้พลังงาน สำหรับการซ้อมแผนฯ ในครั้งนี้ ได้จำลองสถานการณ์ สมมติที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับระดมความคิดเห็น วางแผน และบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ทั้งในส่วนของการจัดหา (Supply Management) และการลดความต้องการ (Demand Restraint) เพื่อให้หน่วยงานเห็นภาพรวมของแนวทางแก้ไข โดยนอกจากให้มีศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (War Room) ที่กระทรวงพลังงานแล้ว ยังได้ VDO Conference ไปยังศูนย์บัญชาการฯ ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ กฟผ. เพื่อประสานงานอย่างทันเหตุการณ์อีกด้วย

สำหรับการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินฯ ได้จำลองสถานการณ์ ๒ เหตุการณ์ ได้แก่ ๑) วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ เกิดเหตุ Common Header ที่รับก๊าซฯจากอ่าวไทยทั้งหมด เกิดการรั่วไหลจำเป็นต้องมีการปิดซ่อม ทำให้ก๊าซฯ หายไปจากระบบเกือบทั้งหมด คาดว่าใช้เวลาซ่อม ๑๐ วัน ถือเป็นสถานการณ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบการผลิตไฟฟ้า NGV LPG และ อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นวงกว้าง ๒) วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ หัวจ่ายน้ำมันดีเซลที่คลังน้ำมันเชื้อเพลิง ของ ปตท. ที่จังหวัดสงขลา เกิดขัดข้องไม่สามารถจ่ายน้ำมันดีเซลไปยังสถานีบริการในพื้นที่ภาคใต้บางส่วน คาดว่าใช้เวลาซ่อมแซม ๕ วัน

25580320c

ในส่วนของ กฟผ. นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง ในฐานะผู้แทน กฟผ. และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมฝึกซ้อมแก้ไขสถานการณ์ร่วมกับคณะผู้บริหารจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ประจำห้องกลุ่มไฟฟ้า นางยุวดี ธงสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ ประจำที่ห้องกลุ่มวางแผนกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น ๑๕ กระทรวงพลังงาน และ นายสราวุธ เอี่ยมขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า-ปฏิบัติการ ประจำ ณ ศูนย์ปฏิบัติการ กฟผ. (EGAT Operation Center) ห้อง ๔๑๑ อาคาร ท.๑๐๐ เพื่อทำหน้าที่สื่อสารภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกับกระทรวงพลังงาน

นายสุธน บุญประสงค์ รวส. กล่าวว่า กรณีที่แหล่งก๊าซฯ ๓ แห่ง หยุดจ่ายก๊าซ ในวันที่ ๑๐ – ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ จากมาตรการเตรียมพร้อมรับมือของ กฟผ. เชื่อมั่นว่า การหยุดจ่ายก๊าซในช่วงดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม กรณีหากมีความจำเป็นต้องหยุดจ่ายไฟฟ้าในบางพื้นที่ กฟผ.ได้กำหนดวิธีการและขั้นตอนเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้ กฟผ.ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ ๓ ส่วนหลัก คือ ด้านระบบผลิตได้ ปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือชุดที่ ๑ ให้สามารถเดินเครื่องด้วยก๊าซฯ ฝั่งตะวันออกได้ ประสานงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้เดินเครื่องเต็มความสามารถ รับซื้อไฟฟ้าในส่วนเพิ่ม (Enhance Capacity) จากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ ทดสอบเปลี่ยนเชื้อเพลิงดีเซลโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ได้รับผลกระทบให้มีความพร้อมสูงสุด และใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลเดินเครื่องทดแทนปริมาณก๊าซฯ ที่ลดลง สำหรับด้านระบบส่ง ได้มีการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯ ส่วนด้านเชื้อเพลิง ได้สำรองน้ำมันให้เพียงพอก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ โดยโรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าราชบุรี ได้จัดเก็บน้ำมันเตาเต็มความสามารถ ส่วนโรงไฟฟ้าอื่นที่ได้รับผลกระทบให้สำรองน้ำมันดีเซลอย่างน้อยเพื่อให้เดินเครื่องต่อเนื่องได้ ๓ วัน และประสานกับ ปตท. ให้มีการเติมน้ำมันเพิ่มในช่วงหยุดผลิตก๊าซฯ

ภายหลังการฝึกซ้อม นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การซ้อมแผนฯในวันนี้ จะทำให้กระทรวงพลังงานมีความมั่นใจว่า หากเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายขึ้นในอนาคต จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างรอบคอบ ในเวลาอันรวดเร็ว ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับทุกภาคส่วน เนื่องจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นรู้หน้าที่ของตนเอง รู้ว่าทำอะไรได้บ้างและต้องทำอย่างไร เพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่างๆให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรเร่งการปรับปรุงระบบข้อมูลข่าวสารของกระทรวงพลังงาน อยากให้เร่งพัฒนาให้เร็วที่สุด เพื่อจัดเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ให้ประชาชนได้รับทราบ และย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์แหล่งก๊าซฯพม่าหยุดจ่ายก๊าซฯในวันที่ ๑๐ – ๒๗ เมษายนนี้ ตามมาตรการที่ได้ซักซ้อมไว้