คดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ. จ่ายเงินค่าทดแทนแล้ว และไม่เกิดปัญหามลภาวะมาตั้งแต่ปี 2541

MaeMoh90day

          จากบทความของอาจารย์ประสาท มีแต้ม กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากกรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ที่แม้ศาลตัดได้สินแล้วให้จ่ายมานานนับ 10 ปีแล้ว แต่การจ่ายจริงก็ยังไม่เกิดขึ้น และถ้าจะจ่ายกันจริงๆ จะไหวหรือ ในเมื่อคิดเป็นเงินปีละ 2.8 หมื่นล้านบาทต่อโรง http://goo.gl/PTu1xh

          กฟผ. ขอชี้แจงว่า การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบกรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ. จ่ายค่าทดแทนเรียบร้อยเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2558 หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ให้ กฟผ. จ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะตามที่ศาลปกครองชั้นต้นได้พิพากษา รวมทั้งบางรายที่ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่ายื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาการฟ้องคดี ก็ให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนด้วย รวมทั้งสิ้น 123 ราย และให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินต้น

          จากการคำนวณค่าสินไหมทดแทนของสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่สรุปเป็นเงินต้นจำนวน 26,432,400 บาท และดอกเบี้ยจนถึงวันชำระคือวันที่ 13 มีนาคม 2558 จำนวน 22,998,887.62 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49,431,287.62 บาท โดย กฟผ. ได้นำแคชเชียร์เช็คไปวางต่อสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่ ในวันที่ 13 มีนาคม 2558 จากนั้นสำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่จะแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีมารับค่าสินไหมทดแทนต่อไป

          ทั้งนี้ ค่าสินไหมทดแทนคำนวณตามคำสั่งศาลนี้เป็นค่าทดแทนในกรณีที่ กฟผ. ปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐาน (ตามที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2539) ซึ่งเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2535 ถึงเดือนสิงหาคม 2541 มิใช่ค่าสินไหมทดแทนจากการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์แต่อย่างใด เนื่องจาก โดยตามข้อเท็จจริงแล้วก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไม่มีการสะสมในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้น กฟผ. ได้ติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และมลภาวะอื่น ๆ รวมทั้งระบบตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ครบถ้วนแล้ว

maemoh3

          และศาลฯ ชี้ว่า ตั้งแต่กันยายน 2541 ถึงปัจจุบัน กฟผ. ไม่มีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินค่ามาตรฐานอีก เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่นละอองที่อยู่ในการฟ้องร้องด้วยนั้น ศาลฯ มีความเห็นว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วยของโรคปอดอักเสบจากฝุ่นแร่โดยตรงหรือที่เรียกว่าโรคนิวโมโคนีโอซีส

          ปัญหาในอดีตที่ผ่านมานั้น กฟผ. ได้แก้ไขแล้วเสร็จมากว่า 15 ปีแล้ว ปัจจุบัน โรงไฟฟ้า และเหมืองแม่เมาะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ กฟผ. จะร่วมกับชุมชนพัฒนา ความเจริญด้านต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต ซึ่งประชาชนสามารถติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แบบตามเวลาจริง (Real-time) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 11 สถานี โดยรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ที่ http://maemoh.egat.com/so2online/index.php รวมถึงสามารถพิสูจน์ได้จากประสบการณ์ตรงที่นักท่องเที่ยวทั่วประเทศได้มาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ในเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กฟผ. แม่เมาะ พร้อมจะเปิดบ้านต้อนรับประชาชนให้มาเยี่ยมชมเป็นประจำทุกวัน จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. ทำงานอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้