20150619-M01-01

          1.ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำร่างรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ และ EIA ท่าเรียบเรือคลองรั้ว (ค.1) ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงการรับฟังความคิดเห็น ค.3 ในปี 2557 โครงการได้ปรับปรุงมาตรการต่างๆ จากการรับฟังข้อเสนอของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้ง กลุ่มประมง ท่องเที่ยว เกษตรกรรม ฯลฯ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อมหลายมาตรการ เช่น เปลี่ยนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าจากชนิด Supercritical เป็น Ultra supercritical เพื่อลด CO2 เปลี่ยนขนาดของเรือขนส่งถ่านหินจาก 100,000 ตัน เป็นเรือขนาดเล็ก 10,000 ตัน เปลี่ยนการใช้เรือขนส่งเป็นการสร้างสายพานลำเลียงจากท่าเทียบเรือความยาว 9 กิโลเมตรถึงโรงไฟฟ้า กำหนดคุณสมบัติของถ่านหินให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น มาตรการทั้งหมดล้วนเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นจากข้อเสนอของชุมชนและดีกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ชุมชนเกิดความมั่นใจ ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาประชาชนที่ชุมชนจะสามารถตรวจสอบการดำเนินงานได้ในอนาคต

20150619-M01-02

          2.เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าทันสมัยที่สุดในเชิงพาณิชย์ ด้วยหม้อต้มไอน้ำความร้อนและแรงดันสูงระดับ Ultra supercritical เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีผลให้สามารถลดการใช้ถ่านหินและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ร้อยละ 20 เช่นกัน

20150619-M01-03

เปรียบเทียบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้าถ่านหินปัจจุบันกับโรงไฟฟ้ากระบี่

          3.ใช้อุปกรณ์ควบคุมมลภาวะประสิทธิภาพสูง ไอเสียจากการเผาไหม้ถ่านหินก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศจะถูกดักจับด้วยระบบควบคุมก๊าซมลภาวะและโลหะหนักที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ 90 หลายขั้นตอน ประกอบด้วย SCR ดักจับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ACI ดักจับไอปรอท ESP ดักจับฝุ่นขนาดเล็กที่เรียกว่าเถ้าลอย และ FGD ดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดอออกไซด์

20150619-M01-04

หมายเหตุ

  • Selective Catalytic Reduction (SCR) เครื่องควบคุมก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน
  • Activated Carbon Injection (ACI) อุปกรณ์ดักจับไอปรอท
  • Electrostatic Precipitator (ESP) อุปกรณ์ดักจับฝุ่นละอองแบบไฟฟ้าสถิต
  • Flue Gas Desulfurization (FGD) เครื่องควบคุมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

 

20150619-M01-05

20150619-M01-06

          4.สถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าอยู่ห่างไกล เป็นสถานที่ตั้งเดิมซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งกว่า 10 กิโลเมตร จึงไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิทัศน์ของการท่องเที่ยว และวิถีชีวิตชุมชน

20150619-M01-07

          5.การขนส่งถ่านหินใช้เส้นทางเดินเรือเดียวกับการขนส่งน้ำมัน โครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ใช้เรือขนส่งถ่านหินขนาดเล็ก 10,000 ตัน บรรทุกถ่านหินประเภทซับบิทูมินัสหรือบิทูมินัส 8,000 ตัน วันละไม่เกิน 2 ลำ ไปยังท่าเทียบเรือคลองรั้ว สำหรับใช้ในโรงไฟฟ้าวันละประมาณ 7,260 ตัน โดยเป็นเส้นทางเดียวกับเรือขนส่งน้ำมัน ที่ใช้มากว่า 15 ปี ความเร็วเรือขนส่งใกล้ชายฝั่งไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงไม่สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การทำประมง หรือเกิดการกวนตะกอนใต้ท้องน้ำ

20150619-M01-08

20150619-M01-09

          6.ไม่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศน์ เส้นทางเดินเรือมีระยะห่างจากแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งดูปะการัง โดยจุดดำน้ำดูปะการังของจังหวัดกระบี่กว่า 13 จุด ห่างจากเส้นทางการเดินเรือกว่า 10 กิโลเมตร มีเพียง 2 จุดที่มีระยะห่าง 3.9 และ 6 กิโลเมตร สำหรับผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Site) โรงไฟฟ้ากระบี่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ ส่วนท่าเทียบเรือและสายพานลำเลียงที่ต้องผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ของชาวประมง ได้กำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบโดยการก่อสร้างอุโมงค์ลำเลียงถ่านหินลอดใต้คลองย่านสะบ้าและป่าชายเลน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้มโดยรอบ

20150619-M01-10

          7.การจัดเก็บขี้เถ้าและการนำไปใช้ประโยชน์ เถ้าหนัก (Bottom Ash) จะถูกลำเลียงด้วยระบบสายพานไปเก็บยังบ่อฝังกลบ ที่มีขนาดความจุบ่อเพียงพอตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ส่วนเถ้าลอย (Fly Ash) สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมอื่น เช่น อุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์

20150619-M01-11

20150619-M01-12

เถ้าลอย (Fly Ash) สามารถนำไปใช้ในการผลิตปูนซีเมนต์

          8.โปร่งใส ตรวจสอบได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ก๊าซมลภาวะและโลหะหนักจากไอเสียที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าจึงมีน้อยมากและดีกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งเป็นข้อมูลที่แตกต่างจากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานกับดูแลคอยตรวจสอบ และชุมชนสามารถตรวจสอบได้จากจอแสดงผลที่ติดตั้งรอบบริเวณโรงไฟฟ้า

20150619-M01-13

20150619-M01-14

20150619-M01-15

20150619-M01-16

          9.มีถนนสาธารณประโยชน์ ตามแนวสายพานลำเลียงจะมีการก่อสร้างกำแพงกันเสียง ปลูกต้นไม้ และมีถนนสาธารณะคู่ขนาน ให้ชุมชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน

20150619-M01-17

          10.ตอบแทนกลับคืนสู่ชุมชน นอกจากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะไม่สร้างผลกระทบแก่ชุมชนแล้ว ยังจะช่วยสร้างผลประโยชน์ทางสังคม (Social benefit) ทั้งในรูปของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ระหว่างการก่อสร้าง 50,000 บาทต่อเมกะวัตต์ เป็นเวลา 4 ปี เป็นจำนวนเงิน 160 ล้านบาท และรายได้จากการผลิตไฟฟ้าหน่วยละ 2 สตางค์ คิดเป็นเงินประมาณ 120 ล้านบาทต่อปี ตลอดอายุโรงไฟฟ้า 30 ปี รวมเป็นเงินราว 3,600 ล้านบาท ที่สามารถนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยผู้แทนชุมชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมอาชีพ และอื่นๆ รวมทั้งเกิดเม็ดเงินจากการจ้างงาน ภาษีรายได้ ภาษีโรงเรือน ฯลฯ ให้ท้องถิ่นเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ที่สนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคใต้โดยรวม

20150619-M01-18

20150619-M01-19