บทความ กฟผ.

         รถบัสไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาดและเริ่มมีราคาถูกลง กำลังเป็นตัวเลือกสำคัญของเมืองใหญ่หลายๆ แห่งทั่วโลก ที่ล้วนมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

20180502 ART02 01

          มี 4 เหตุผลหลักที่รัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางของประเทศต่าง ๆ ต้องการสนับสนุนการใช้รถบัสไฟฟ้าในภาคขนส่งสาธารณะ เหตุผลแรก คือความต้องการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชาวเมือง ด้วยการลดมลภาวะทางอากาศและเสียง โดยรถบัสไฟฟ้าปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถบัสที่ใช้น้ำมันดีเซลถึงครึ่งหนึ่ง เหตุผลที่ 2 รัฐบาลมองเห็นรถบัสไฟฟ้าเป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีน ที่พยายามบุกตลาดรถบัสไฟฟ้าของโลก ด้วยการใช้นโยบายจ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ผลิต พร้อมทั้งสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตแบตเตอรี่ เหตุผลที่ 3 หลาย ๆ ประเทศต้องการลดการนำเข้าเชื้อเพลิง เช่น ภูฏานที่ต้องการให้ภาคพลังงานมีการใช้พลังงานหมุนเวียน 100 เปอร์เซ็นต์ และผลักดันการขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้า เพื่อจะได้ไม่ต้องนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และเหตุผลสุดท้าย เหตุผลด้านภาพลักษณ์ ที่ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำประเทศต้องการได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม

หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกสนับสนุนการใช้รถบัสไฟฟ้า

          ประเทศจีนได้ชื่อว่าเป็นผู้นำรถบัสสาธารณะไฟฟ้าในเอเชีย และกระตือรือร้นในการสนับสนุนยานพาหนะชนิดนี้มาก การจ่ายเงินช่วยเหลือของรัฐบาลทำให้ราคารถบัสไฟฟ้าในจีนถูกกว่ารถบัสที่ใช้ระบบเครื่องยนต์เผาไหม้ทั่วไปเกือบครึ่งหนึ่ง และรัฐบาลยังจ่ายเงินช่วยเหลือการผลิตแบตเตอรี่รถไฟฟ้า ซึ่งมีต้นทุนสูงถึงร้อยละ 40 ของต้นทุนรถบัสไฟฟ้าด้วย โดยเมืองเซินเจิ้นได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐเป็นเงิน 500,000 หยวน (79,215 เหรียญสหรัฐ) ต่อรถบัส 1 คัน และยังได้รับเงินช่วยเหลือการเดินรถบัสไฟฟ้าอีก 420,000 หยวน (66,540 เหรียญสหรัฐ) อีกด้วย

          ส่วนประเทศอินเดีย ได้ขยายการสนับสนุนรถบัสไฟฟ้าในปี 2554 โดยรัฐบาลกลางให้เงินสนับสนุนถึงร้อยละ 60 ของต้นทุนทั้งหมด เมืองใหญ่ 11 เมือง ที่ได้รับคัดเลือกในโครงการนำร่องรถบัสไฟฟ้าจำนวนทั้งหมด 390 คัน จะได้รับเงินสนับสนุน 7,500,000-10,000,000 รูปี (115,350-153,800 เหรียญสหรัฐ) ต่อรถบัสไฟฟ้า 1 คัน

          อย่างไรก็ตามรัฐบาลจำเป็นต้องตรวจสอบการใช้เงินสนับสนุนนี้ ยกอย่างตัวในประเทศจีน ที่ลดจำนวนเงินช่วยเหลือลงเกือบครึ่งหนึ่งในปีนี้ เพราะมีการตรวจพบว่ามีบริษัทได้รับเงินช่วยเหลือไปโดยที่ไม่มีการผลิตรถบัสไฟฟ้าใด ๆ

20180502 ART02 02

สนับสนุนอุตสาหกรรมท้องถิ่น

         เพื่อสนับสนุนการผลิตรถบัสไฟฟ้าในประเทศ รัฐบาลได้ออกนโยบายให้มีการใช้ชิ้นส่วนประกอบของรถที่ผลิตในท้องถิ่น เช่น ในอินเดีย มีกฎว่ารถบัสไฟฟ้าต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตในท้องถิ่นร้อยละ 15 ถึงจะมีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน ด้านไต้หวันระบุว่าต้องมีชิ้นส่วนที่ผลิตโดยไต้หวันร้อยละ 70 ส่วนมาเลเซียยกเว้นการเก็บภาษีกับบริษัทที่ประกอบและผลิตรถบัสไฟฟ้า

สร้างสภาพแวดล้อมให้สนับสนุน

20180502 ART02 03

         แม้รัฐบาลจะออกนโยบายและมาตรการต่าง ๆ มารองรับ แต่ยังต้องมีการสร้างสภาพแวดล้อมสนับสนุนการเติบโตของรถบัสไฟฟ้าด้วย ยกตัวอย่างเช่น มาเลเซีย ที่เมืองหลวงอย่างกัวลาลัมเปอร์มีระบบขนส่งสาธารณะที่ใช้รถบัสไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์มาเป็นเวลา 2 ปีเต็มแล้ว และยังมีแผนขยายเส้นทางการเดินรถใหม่อีก 10 เส้นทาง การประสบผลสำเร็จเช่นนี้เป็นเพราะรัฐให้การสนับสนุนสร้างเลนสำหรับรถไฟฟ้า และป้ายประจำทางรถไฟฟ้าตลอดเส้นทาง รวมถึงจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ

         การให้การสนับสนุน และปรับปรุงสถานีอัดประจุไฟฟ้าก็เป็นอีกทางหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของรถบัสไฟฟ้า หลาย ๆ ประเทศพยายามวางมาตรฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้า เช่น เกาหลี ที่มีแผนสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้ารวม 3,000 สถานีภายในสิ้นปี 2561 และเพิ่มอีก 2 เท่า ภายในปี 2563 ประเทศไต้หวันวางมาตรฐานเวลาที่ใช้ในการประจุไฟฟ้าเข้ายานพาหนะให้เร็วขึ้น และจะสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ราคาถูกลง

20180502 ART02 04

          อุปสรรคหลักที่เมืองใหญ่ ๆ หลายแห่งไม่สามารถพัฒนารถบัสไฟฟ้าได้ เป็นเพราะเชื่อว่ามีต้นทุนสูง แต่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของรถบัสไฟฟ้ามีราคาเท่ากับรถบัสดีเซล ทั้งนี้ อีกเหตุผลหนึ่งที่รถบัสไฟฟ้าเริ่มมีราคาถูกลง เกิดจากต้นทุนของแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

ณ ไทยแลนด์ สถานีอัดประจุไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ณ สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี

          กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าในปัจจุบัน มาตั้งแต่ปี 2560 โดยได้ทำการติดตั้งบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักผู้ว่าการ สำนักงานกลาง กฟผ. บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อใช้ในการศึกษาประสิทธิภาพของสถานีอัดประจุไฟฟ้าและรองรับการใช้งานอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าจากโครงการวิจัยพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง โดยมีสถานีอัดประจุไฟฟ้า 2 สถานี ทั้งแบบ DC - AC Quick Charger ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 15 - 30 นาที และ AC Normal Charger ใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 - 6 ชั่วโมง นอกจาก 2 สถานีดังกล่าวแล้ว ภายในปี 2561 - 2562 จะติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 22 สถานี โดยติดตั้งที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จำนวน 4 สถานี (สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถมินิบัสไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) และภายใน กฟผ. สำนักงานกลาง และโรงไฟฟ้าที่มีรถมินิบัสไฟฟ้าอีกจำนวน 18 สถานี (โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา โรงไฟฟ้าลำตะคอง จ.นครราชสีมา และเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี)

20180502 ART02 05

          ส่วนการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งภายในและภายนอก กฟผ. จะมีการเรียกเก็บค่าบริการ / ค่าไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดอัตราค่าบริการหรือค่าไฟฟ้า ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เป็นผู้กำหนด ในขณะที่ กกพ. อยู่ระหว่างกำหนดอัตราค่าบริการ กฟผ. ได้จัดทำแผนศึกษาวิจัยการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าและศึกษาแนวทางการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับบุคคลทั่วไป โดยจะมีการเก็บข้อมูลการใช้พลังงานประกอบการศึกษาฯ เป็นระยะเวลา 1 ปี ด้วยการเชิญชวนให้บุคคลทั่วไป สมัครลงทะเบียนเข้าใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อเก็บข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย / ค่าบริการ

แปลและเรียบเรียง : สุภร เหลืองกำจร

ข้อมูลจาก A green revolution for public transport
https://govinsider.asia/connected-gov/green-revolution-public-transport/?ct=t(GI_PVSub381.1)&mc_cid=0555b8f1ab&mc_eid=a65fdd6f9d