ข่าวประชาสัมพันธ์

กฟผ. จับมือเทศบาลเมืองบางกรวย ขับเคลื่อน “BangKruai Smart City” สู่เมืองน่าอยู่และยั่งยืน

          เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับเทศบาลเมืองบางกรวยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) BangKruai Smart City มุ่งสู่การพัฒนาเมืองบางกรวยให้ยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์การสร้างคุณค่าร่วม (CSV: Creating Shared Value) ร่วมกับภาคีเครือข่ายและชุมชนในพื้นที่ โดยมี นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ (รวย.) และนายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนามกับเทศบาลเมืองบางกรวย นำโดย นายสุรศักดิ์ วิชินโรจน์จรัล นายกเทศมนตรีเมืองบางกรวย และนางอินทุอร ปิ่นทอง รองปลัดเทศบาล รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลเมืองบางกรวย โดยมีคณะผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ.

          นายสุรศักดิ์ วิชินโรจน์จรัล นายกเทศมนตรีเมืองบางกรวย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเทศบาลเมืองบางกรวย กับ กฟผ. นับเป็นโอกาสอันดี และเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หรือ BangKruai Smart City ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เทศบาลเมืองบางกรวยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเมืองที่ทันสมัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพการดูแลสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน การได้รับความร่วมมือจาก กฟผ. ซึ่งเป็นองค์การที่มีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านพลังงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เทศบาลเมืองบางกรวยมีความเชื่อมั่นว่า การทำงานร่วมกับ กฟผ. จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการต้นแบบที่สามารถขยายผลได้ในอนาคต

          ด้าน นายวฤต รัตนชื่น รวย. กล่าวว่า จากประสบการณ์การดำเนินโครงการ Smart City ในหลายพื้นที่ กฟผ. ได้เรียนรู้ว่า หัวใจของ Smart City ไม่ใช่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี แต่คือความสุขและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนให้เกิดชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กฟผ. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่บางกรวย ซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์การและชุมชนของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ผ่านความร่วมมือกับเทศบาลเมืองบางกรวย เพื่อสร้างเมืองในนิยามร่วมกัน คือเมืองที่ประชาชนมีความสุข กฟผ. จึงได้ดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์การสร้างคุณค่าร่วม (CSV) เป็นกรอบการทำงานร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และบูรณาการทรัพยากร เพื่อยกระดับบางกรวยสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะที่ประชาชนมีส่วนร่วม เป็นเมืองน่าอยู่ ทันสมัย และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

ที่มา : EGAT Today

กฟผ. เปิดเวทีโชว์สุดยอดนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า สู่อนาคตประเทศไทย ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

          เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 5–9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100–104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยมี นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) และนายยุทธพง ตันเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) ร่วมเปิดบูทนิทรรศการผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของ กฟผ. อย่างเป็นทางการ

          ในโอกาสเดียวกัน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พลิกโฉมประเทศด้วยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม” พร้อมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการเพื่อให้กำลังใจนักวิจัยและนักประดิษฐ์จากหน่วยงานต่าง ๆ

          ในการนี้ กฟผ. ได้นำเสนอผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์เด่น จำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย 1) ผลงานเรือสำรวจพร้อมระบบเก็บตัวอย่างน้ำแบบปลอดเชื้ออัตโนมัติ (สำหรับเก็บตัวอย่างน้ำทางจุลชีววิทยา) โดยฝ่ายแพทย์และอนามัย (อพอ.) ร่วมกับโรงไฟฟ้าพระนครใต้ (อฟต.) 2) ผลงานการประยุกต์นวัตกรรมการตรวจสอบโซลาร์ฟาร์มด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับ โดยฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า (อบฟ.) 3) ผลงานการพัฒนาระบบเฝ้าติดตามแผ่นดินถล่มบริเวณเหมืองเปิดถ่านหินลิกไนต์แม่เมาะโดยการรังวัดด้วยดาวเทียมกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลกแบบจลน์ในทันที โดยฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ (อบม.) และ 4) ผลงานหัวเจาะพิฆาต Version 2 โดยฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ (อบม.) ร่วมกับฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ (อผม.)

          นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ชยน. เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานด้านพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในหลากหลายมิติ ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมให้แก่เยาวชนและสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ นิทรรศการของ กฟผ. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า (Innovate Power Solutions for a Better Life)” มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ทันสมัย และเข้าถึงได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

          นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดภายในงาน จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1) ระบบวิเคราะห์ผลการทดสอบ OTDR และการตรวจสอบเฝ้าระวังสถานะอุปกรณ์ Teleprotection ด้วยระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ โดยฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อปอ.) ร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการเทคโนโลยีดิจิทัล (อปท.) 2) อุปกรณ์จัดเก็บพรีฟอร์มอาร์เมอร์รอด โดยฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) 3) กล่องพลังงานสำรองสำหรับใช้งานในลานไกไฟฟ้าภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง โดยฝ่ายระบบสื่อสาร (อรส.) 4) กล่องนิรภัยเพื่อการขนส่งและจัดเก็บแบตเตอรี่และวัตถุอันตราย โดยฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (อพธ.) และ 5) อุปกรณ์เพิ่มความสูงของการปฏิบัติงานแบบชั่วคราว โดยฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ (อปต.) สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากร กฟผ. ในการพัฒนานวัตกรรมจากการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อยอดสู่การใช้งานในระดับองค์การและประเทศ

ที่มา : EGAT Today

 

วช. ชื่นชม! กฟผ. สร้างชื่อ คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับโลก ตอกย้ำศักยภาพนักวิจัยไทยบนเวทีต่างประเทศ

          นายยุทธพง ตันเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงานแถลงข่าวผลสำเร็จของคณะนักประดิษฐ์ กฟผ. ที่สามารถคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากเวที “The 5th Asia Exhibition of Innovations and Inventions Hong Kong” (AEII2025) ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จากผลงานเรื่อง “โปรแกรมช่วยตัดสินใจวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการติดตั้ง Solar Rooftop และ Battery Energy Storage System” ของ ฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในงานฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจให้นักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรุงเทพฯ

          สำหรับผลงานดังกล่าว นับเป็นความภาคภูมิใจของ กฟผ. และประเทศไทย หลังคว้ารางวัล Special Prize on Stage จากองค์กรนานาชาติ CAI Award Invention & Innovation โดย China Association of Inventions และ รางวัลเหรียญทองแดง จากเวที AEII2025 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 4–5 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นางสาววลัญชพร บุญโนนแต้ นักคอมพิวเตอร์ระดับ 8 กองธุรกิจโซลูชั่นพลังงานไฟฟ้า (กธซพ-ธ.) อธพ. เป็นผู้แทนคณะนักประดิษฐ์ ได้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในหัวข้อ “From Idea to Award: เส้นทางความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติ” เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์แรงบันดาลใจ และแนวคิดให้กับผู้ที่สนใจภายในงานแถลงข่าวฯ อีกด้วย

 

ที่มา : EGAT Today

กฟผ. คว้า 5 รางวัล จาก 3 ผลงานเวทีประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ เวที AEII 2025 และเวที SIIF 2025

          นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) เปิดเผยว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์จากการประกวดผลงานที่คิดค้นหรือประดิษฐ์สิ่งซึ่งเป็นประโยชน์แก่ กฟผ. ประจำปี 2567 จำนวน 3 ผลงาน เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีระดับนานาชาติ จำนวน 2 เวที ได้แก่ เวที “The 5th Asia Exhibition of Innovations and Inventions Hong Kong” (AEII 2025) ระหว่างวันที่ 4-5 ธันวาคม 2568 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายชัยศรี ภูธิวุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายรายงานทางการเงินและบัญชี (อรง.) เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง และเวที “2025 Seoul International Invention Fair: SIIF 2025” ระหว่างวันที่ 3-6 ธันวาคม 2568 ณ COEX Convention & Exhibition Center กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยมี นายเดชนคร เตี้ยชั้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจัดการสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้า (อหฟ.) เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง โดยทั้ง 2 เวที กฟผ. สามารถคว้า 5 รางวัลจาก 3 ผลงาน ดังนี้

         เวที “The 5th Asia Exhibition of Innovations and Inventions Hong Kong” (AEII 2025) จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัล Special Prize on stage จากองค์กรนานาชาติ CAI Award Invention & Innovation โดย China Association of Inventions และ รางวัลเหรียญทองแดง จากผลงาน “โปรแกรมช่วยตัดสินใจวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อประเมินความคุ้มค่าในการติดตั้ง Solar Rooftop และ Battery Energy Storage System” โดย ผู้ปฏิบัติงานฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.)

          ทีมนักประดิษฐ์ได้พัฒนาโปรแกรมช่วยตัดสินใจวิเคราะห์การใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อประเมินความคุ้มค่าในการติดตั้ง Solar Rooftop และ Battery Energy Storage System (BESS) ซึ่งเป็นระบบใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลจาก Automatic Meter Reading (AMR) ร่วมกับแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรม เพื่อประเมินขนาดกำลังการผลิต Solar PV และ BESS ที่เหมาะสม พร้อมคำนวณความคุ้มค่าในมุมมองของ กฟผ. และลูกค้า ช่วยลดเวลา ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจลงทุน ปัจจุบันได้มีการต่อยอดขยายผลโดยนำไปใช้งานให้หน่วยงานภายนอก อาทิ การประเมินเพื่อยื่นข้อเสนอระบบบริหารจัดการพลังงานในด้านการควบคุมการเปิด/ปิดเครื่องปรับอากาศต่อลูกค้าให้กับบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (EGCO) และใช้ในการประเมินเพื่อยื่นข้อเสนอบริการติดตั้ง Solar Rooftop ให้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และอนาคต กฟผ. สามารถพัฒนาระบบสำหรับขายในเชิงพาณิชย์ให้แก่ธุรกิจรับติดตั้ง Solar Rooftop อื่น ๆ ได้

         ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ไชยะคำ กงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง ได้เยี่ยมชมผลงานของ กฟผ. และได้ให้ความสนใจ โดยพาทีมนักประดิษฐ์ กฟผ. ดูงานบริษัท A-Grade Energy Limited ณ Science Park Hong Kong เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นบริษัท Start Up ผลิตแผงโซลาร์เซลล์สำหรับติดตั้งบนพื้นและผนังอาคาร ที่รัฐบาลฮ่องกงให้การสนับสนุน

          AEII เป็นเวทีการประกวดและนำเสนอผลงานของนักประดิษฐ์จากประเทศต่าง ๆ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ Hong Kong Trade Development Council ร่วมกับ Hong Kong Exporters’ Association (HKEA) และ เวทีการประกวดผลงานของสมาพันธรัฐสวิส PALEXPO SA, Geneva ในงานดังกล่าวมีผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มหาวิทยาลัย สถาบันด้านการวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ นักวิจัยและนักประดิษฐ์จากหลายประเทศเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงเป็นจำนวนมาก

          ทีมนักประดิษฐ์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลแรกของ กฟผ. ที่ใช้สำหรับบริหารสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ ได้แก่ รัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าลาว (สปป.ลาว) Tenaga Nasional Berhad (มาเลเซีย) และ Electricite du Cambodge (กัมพูชา) โดยรองรับ Electronic Signature สามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับกระบวนการเสนอราคา การยืนยันการอ่านค่าหน่วยมาตรวัดไฟฟ้า การคำนวณและยืนยันค่าซื้อขาย การแจ้งเตือน และการจัดการเอกสารอย่างครบวงจร ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน และลดการใช้เอกสาร รวมถึงสามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ในระดับภูมิภาค ซึ่งอนาคตมีแผนจะขยายผลเตรียมความพร้อมที่จะเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ ERP (SAP) เพื่อพัฒนาต่อยอดให้ Foreign Grid to Grid PPA Management Platform เป็นแพลตฟอร์มกลางในการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ขยายการใช้งานกับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเทิน 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำเงี้ยบ 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนหงสา เป็นต้น

          รางวัลเหรียญทองแดง จากผลงาน “นวัตกรรมขึงสายส่งไฟฟ้าแรงสูงข้ามสายส่ง 230 เควี แม่เมาะ 3 - เชียงใหม่ 3 โดยไม่ดับกระแสไฟฟ้า” โดยผู้ปฏิบัติงานสังกัดฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ (อปน.) ทีมนักประดิษฐ์ได้พัฒนานวัตกรรมขึงสายไฟฟ้าแบบใหม่โดยไม่ดับกระแสไฟฟ้า โดยใช้โปรแกรมคำนวณที่พัฒนาขึ้นใหม่ หาค่าพารามิเตอร์ของสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้า เพื่อออกแบบวิธีการทำงาน หาค่าระยะสายไฟฟ้า ค่าแรงดึง และค่าหย่อนตัวของสายไฟฟ้า (Sage) ให้มีความปลอดภัย ในทุกขั้นตอนการทำงาน และได้พัฒนาเครื่องมือใหม่เพื่อสนับสนุนกระบวนการใหม่ โดยใช้หุ่นยนต์ไต่สายตัวที่หนึ่ง (Pilot Robot) ซึ่งควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล ให้มีแรงดึงเพิ่มขึ้นถึง 60 กิโลกรัม และสามารถเดินไต่บนเชือกฉนวนข้ามอุปกรณ์ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าแรงสูง และใช้หุ่นยนต์ตัวที่สอง คือ หุ่นยนต์ป้อนสาย (Assistant Robot) ช่วยดึงสายไฟฟ้าแรงสูงจากพื้นดินส่งให้หุ่นยนต์ Pilot Robot เพื่อลากสายไฟให้ตึง เพื่อให้สามารถขึงสายไฟฟ้าข้ามสายส่งด้านล่างที่มีกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย โดยเมื่อขึงข้ามสายส่งจนครบ 6 เส้น งานขึงสายไฟฟ้าจึงแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ โดยที่ไม่ต้องดับกระแสไฟฟ้า ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน

          สำหรับเวที “2025 Seoul International Invention Fair” ประเทศไทยส่งผลงานเข้าร่วมจำนวนมากกว่า 220 ผลงาน จาก 63 หน่วยงานทั้งในระดับเยาวชน นักวิจัย และนักประดิษฐ์ จากสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–6 ธันวาคม 2568 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี โดยภายในงานฯ มีผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการกว่า 1,000 ผลงาน จากนานาประเทศกว่า 40 ประเทศ

 

ที่มา : EGAT Today

กฟผ. คว้า 2 รางวัลสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับนานาชาติเวที iENA 2025 ณ เมืองนูเรมเบิร์ก เยอรมนี

          นายศุภชัย คูณเศรษฐ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ส่งผลงานสิ่งประดิษฐ์ กฟผ. ที่ได้รับรางวัลดีมาก จำนวน 2 ผลงาน จากการประกวดผลงานคิดค้นหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์แก่ กฟผ. ประจำปี 2567 เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานในเวที “The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New products” (iENA 2025) ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2568 ณ Exhibition Center Nuremberg เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมีสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน นำนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทย เข้าร่วมการประกวดและจัดแสดงผลงาน จำนวน 29 ผลงาน จาก 10 หน่วยงาน ซึ่งงาน iENA เป็นเวทีการประกวดและนำเสนอผลงานของนักประดิษฐ์ นักวิจัย นักลงทุน และนักวิชาการจากนานาประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนของเยอรมนี จัดขึ้นโดย AFAG Messen und Ausstellungen GmbH ร่วมกับสมาพันธ์นักประดิษฐ์นานาชาติ (IFIA) โดยมีผลงานเข้าร่วมกว่า 500 ผลงาน มากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก

          ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ กล่ำกลาย ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีดิจิทัล (ชหท.) ได้ร่วมเดินทางในฐานะหัวหน้าคณะเดินทาง นำทีมคณะนักประดิษฐ์ กฟผ. เข้าร่วมงาน โดยสามารถคว้ารางวัลรวมทั้งสิ้น 2 รางวัล ดังนี้

          1. รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากผลงาน “อุปกรณ์แปลงข้อมูลระหว่างระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล” โดยผู้ปฏิบัติงานฝ่ายระบบควบคุมและป้องกัน (อรค.) ทีมนักประดิษฐ์ได้พัฒนา EGAT Gateway X ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบ Digital Substation ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูงกับระบบจัดการและควบคุมจากภายนอก ซึ่งบทบาทสำคัญของ Gateway ใน Digital Substation คือ แปลงข้อมูลจากโพรโทคอล MMS ที่ใช้งานภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง (มาตรฐาน IEC 61850) ให้เป็นโพรโทคอล IEC 60870-5-104 ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมภายนอก (มาตรฐาน IEC 60870-5-104) ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ในมาตรฐานและโพรโทคอลที่แตกต่างกัน รวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูงและทำการประมวลผลเบื้องต้นก่อนส่งไปยังศูนย์ควบคุมกำลังไฟฟ้า ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สามารถใช้วิเคราะห์และบำรุงรักษาระบบ ทำให้ตรวจพบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

         2. รางวัลพิเศษ Special Prize on Stage จากหน่วยงาน The First Institute of Researchers and Inventors สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จากผลงาน “แอปพลิเคชั่นการจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleXA” โดยผู้ปฏิบัติงานฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.) และฝ่ายจัดการและพัฒนาระบบดิจิทัล (อจท.) ทีมนักประดิษฐ์เริ่มต้นการพัฒนาแอปพลิเคชัน EV เป็นรายแรก ๆ ของประเทศไทย โดยแนวคิดหลักในการออกแบบ EleXA มาจากการมุ่งเน้นให้เป็น “ผู้ช่วยคู่ใจสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า” ที่ครอบคลุมทุกความต้องการและอำนวยความสะดวกตั้งแต่ก่อนตัดสินใจซื้อจนถึงการใช้งานจริง ด้วยแนวคิด “Sustainable Mobility Empowerment” เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างยั่งยืน โดดเด่นด้วยการผสานฟีเชอร์ที่อำนวยความสะดวกตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจนกลับถึงจุดหมายปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา ระบบการจอง ระบบชำระค่าบริการชาร์จ การวางแผนเส้นทาง รวมถึงการเชื่อมโยงข้ามเครือข่ายสถานีชาร์จต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา : EGAT Today

กฟผ. โชว์ศักยภาพ 4 นวัตกรรมสุดล้ำ ในงานนวัตกรรม Powerex and Electric Asia 2025

          เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นายสุพัฒนพงศ์ สิกขาบัณฑิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (ช.อวน.) เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี Powerex and Electric Asia 2025 ซึ่งเป็น 1 ใน 3 งานใหญ่ที่รวบรวมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมด้านการเดินเรือและด้านพลังงานไว้ด้วยกัน ได้แก่ งาน “Thailand Marine & Offshore Expo (TMOX) 2025” งาน “Oil & Gas Thailand (OGET) 2025” และ งาน “Powerex and Electricity Asia 2025” โดยจัดขึ้นพร้อมกันระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2568 มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ตลอดจนบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติ เข้าร่วมและแสดงผลงานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

          นายสุพัฒนพงศ์ สิกขาบัณฑิต ช.อวน. กล่าวว่า กฟผ. ในฐานะรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานไฟฟ้า ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกภาคส่วนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ที่มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตและการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ และร่วมก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนด้านพลังงานซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ กฟผ. ยังได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญที่มากด้วยประสบการณ์ มาร่วมให้ข้อมูลและคำปรึกษาภายในงาน หวังว่าผู้ร่วมงานจะได้เห็นพัฒนาการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมพลังงานและไฟฟ้า เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าไทยและเอเชีย

 

          ทั้งนี้ กฟผ. ได้ร่วมจัดแสดง 4 ผลงานนวัตกรรมสุดล้ำ ได้แก่

1. “Thailand’s First Lithium Black Mass Recycling Plant การพัฒนาโรงงานต้นแบบการแยกแบล็คแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า/แบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขยายขนาด” เปลี่ยนแบตเตอรี่ลิเทียมเสื่อมสภาพให้กลายเป็นวัสดุทรงคุณค่า จากฝ่าย อวน.

2. “BackEN EV ระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ตัวช่วยเจ้าของสถานีชาร์จฯ รองรับการดำเนินงานเชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร จากฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.)

3. “ระบบบริหารจัดการพลังงาน (ENZY Platform)” แพลตฟอร์มอัจฉริยะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน จากฝ่าย อธพ.

4. “ผลงานเครื่องอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (FLEXXFAST: SMART DC FAST CHARGER)” หนุนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้ารองรับผู้ใช้งาน EV จากฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า (อบฟ.) และบริษัท อีแกท ไดมอนด์ เซอร์วิส จำกัด (EDS)

          ในวันเดียวกันนี้ กฟผ. ยังได้ร่วมบรรยายผลงาน “BackEN EV ระบบบริหารจัดการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” โดย น.ส.จุติมา ผ่องโยธากาน วิทยากรระดับ 7 และ น.ส.ชนันพร อมรประเสริฐชัย วิทยากรระดับ 7 กองธุรกิจโซลูชั่นยานยนต์ไฟฟ้า (กธซย-ธ.) อธพ. ณ เวที Tech Talk Stage ฮอลล์ 101 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการสนับสนุนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของ กฟผ. ให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย

          ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมงาน เพื่อสัมผัสและอัปเดตนวัตกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำในอุตสาหกรรมพลังงานและไฟฟ้าในเอเชีย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 โดยสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://fireworks-visitor.com/th-ogettmoxpowerex/

 

ที่มา : EGAT Today

นักประดิษฐ์ กฟผ. สร้างชื่อในเวทีนานาชาติ คว้า 5 รางวัลใหญ่ด้านพลังงาน ในงาน INOVA 2025 เมืองซาเกร็บ สาธารณรัฐโครเอเชีย

          นายยุทธพง ตันเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม (อวน.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมนักวิจัยและนักประดิษฐ์ กฟผ. คว้า 5 รางวัลใหญ่ ในเวทีระดับนานาชาติ “The 49th INOVA-International Invention Show” (INOVA 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2568 ณ เมืองซาเกร็บ สาธารณรัฐโครเอเชีย จากผลงาน “การประยุกต์นวัตกรรมการตรวจสอบโซลาร์ฟาร์มด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และอากาศยานไร้คนขับ” ซี่งทำหน้าที่ตรวจสอบโซลาร์ฟาร์มที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างครอบคลุม รวดเร็วและแม่นยำ คว้า 3 รางวัล ได้แก่ รางวัล “INOVA 1 Runner” ซึ่งเป็นรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ของงาน INOVA 2025 รางวัลเหรียญทอง และรางวัลพิเศษ จาก International Fair of Innovation and Creative Education for Youth (ICE-USV) ประเทศโรมาเนีย นอกจากนี้ ผลงาน “ระบบช่วยขยายผลและติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัยโรงไฟฟ้า” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในโรงไฟฟ้าของ กฟผ. เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนด้านการจัดการความปลอดภัย คว้า 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลเหรียญทอง และรางวัลพิเศษ จาก Corneliu Group Association ของประเทศโรมาเนีย

ที่มา : EGAT Today

 

จุฬาฯ กับ กฟผ. ลงนาม MOA โครงการ “การพัฒนาคู่เสมือนดิจิทัลของโครงข่ายไฟฟ้าแบบเวลาจริง”

   

          เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการ “การพัฒนาคู่เสมือนดิจิทัลของโครงข่ายไฟฟ้าแบบเวลาจริง (Development of a Real-Time Digital Twin of Power Grid)” เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบคู่เสมือนดิจิทัลของระบบ RE100 Microgrid และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยสำหรับการวิจัยและสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลังของประเทศ โดยมี รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ลงนามร่วมกับ นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ (รวย.) ผู้แทน กฟผ. พร้อมด้วยคณาจารย์และผู้บริหาร อาทิ รศ.ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และ นายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม SPARK อาคารเกเวอร์ต สแควร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

ที่มา : EGAT Today

3 การไฟฟ้า จับมือโชว์ผลงานนวัตกรรมพลังงานในงาน “Show and Share Innovation 2025” เพื่ออนาคตยั่งยืน

          กฟผ. ร่วมกับ กฟน. และ กฟภ. จัดงาน “Show and Share Innovation for the Better Life 2025” เวทีแสดงศักยภาพผลงานวิจัย พัฒนา สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า เพื่อยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมพลังงานยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน

          เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ร่วมจัดงาน Show and Share Innovation for the Better Life 2025 โดยมีนายวฤต รัตนชื่น ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ (ชยน.) กฟผ. นายดิเรก บุญปิยทัศน์ รองผู้ว่าการวางแผนและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า กฟน. และ นายพงศกร ยุทธโกวิท รองผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม กฟภ. ร่วมเปิดงาน โดยมีนวัตกรจากทั้ง 3 การไฟฟ้า พร้อมทั้งหน่วยงานด้านนโยบายและกำกับดูแลกิจการด้านพลังงาน หน่วยงานด้านวิจัยของประเทศ สถาบันการศึกษา และประชาชนที่สนใจร่วมงาน ณ ห้อง Bangkok Convention Centre B2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

          งาน Show and Share Innovation for the Better Life 2025 เป็นเวทีนำเสนอผลงานนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาบริการไฟฟ้าอัจฉริยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัลและสังคมคาร์บอนต่ำ โดยปีนี้มี กฟน. เป็นเจ้าภาพจัดงาน ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการและผลงานเด่นจากทั้ง 3 การไฟฟ้า การเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านนวัตกรรมในหัวข้อ “นวัตกรรมเพื่อความมั่นคงระบบไฟฟ้า”เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในอนาคต โดยผู้บริหารจาก 3 การไฟฟ้า และมีคุณหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

          นายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและนวัตกรรมระบบไฟฟ้า กฟน. กล่าวในการเสวนาว่า กฟน. มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับความมั่นคงและความยั่งยืนของระบบไฟฟ้าในอนาคต โดยมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งในระบบจำหน่าย ระบบควบคุม และสถานีไฟฟ้าย่อย เช่น การเปลี่ยนวัสดุสายไฟให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น การพัฒนาอุปกรณ์ตัดวงจรและฉนวนไฟฟ้าที่ติดตั้งได้โดยไม่ต้องดับไฟ การใช้เสาเหล็ก Steel Monopole เพื่อลดปัญหาเสาหักล้ม ตลอดจนการติดตั้ง Smart Meter และระบบตรวจสอบโหลดหม้อแปลง (TLM) เพื่อบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กฟน. ยังได้พัฒนา Modular Substation แบบ Net Zero ซึ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าภายนอกและลดการปล่อยคาร์บอน โดยทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงและมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

          นายสมชาย ทรงศิริ ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรม (วางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า) กฟภ. กล่าวถึงภาพรวมด้านยุทธศาสตร์และทิศทางด้านนวัตกรรมของ กฟภ. รวมถึงนโยบาย PEA MOVE ของผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคคนที่ 16 (นายมงคล ตรีกิจจานนท์) ภายในการเสวนาว่า ในด้าน Innovation and Green Energy การใช้นวัตกรรมและพลังงานสะอาด โดย กฟภ. ได้นำนวัตกรรมแพลตฟอร์ม CARBONFORM มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินก๊าซเรือนกระจกขององค์กร และให้บริการลูกค้าภายนอก เพื่อการลดและชดเชยคาร์บอนมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ นอกจากนั้น กฟภ. ยังมีนวัตกรรมเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า ผ่านการดำเนินโครงการ Microgrid ในพื้นที่วิกฤตด้านพลังงานไฟฟ้า และโครงการส่งเสริมการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าสะอาดด้วย Third Party Access และ Energy Trading Platform และเพื่อให้การดำเนินงานด้านนวัตกรรมเกิดความยั่งยืนในอนาคต กฟภ. ได้กำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางยุทธศาสตร์ด้านการจัดการนวัตกรรม เพื่อให้เป็นองค์กรนวัตกรรมที่มุ่งมั่นให้บริการแก่ลูกค้าทั้งในด้านการจัดทำพลังงานสะอาดและระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะทั้งในปัจจุบันและอนาคต

          นายวฤต รัตนชื่น ชยน. กล่าวในการเสวนาว่า กฟผ. เดินหน้ายกระดับระบบไฟฟ้าให้ทันสมัย ยืดหยุ่น และยั่งยืนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รองรับพลังงานหมุนเวียนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต โดย กฟผ. มีการปรับโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน โดยปรับปรุงสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารกําลังการผลิตไฟฟ้า และลดความผันผวนของระบบ ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานทั้งแบตเตอรี่ (BESS) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ พร้อมพัฒนาศูนย์ควบคุมการตอบสนองด้านโหลด (DRCC) และศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (REFC) เพื่อใช้ข้อมูลมาวางแผนและบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันโครงการเพื่อความยั่งยืน อาทิ 1. ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) 2. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ 3. EV Integration และระบบชาร์จไฟอัจฉริยะผ่านแพลตฟอร์ม EleXA และ BackEN EV4. Urban Mining และการบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างคุ้มค่า 5. การจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability Linked Bond) มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรสู่ความยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

          การจัดงานครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือของ 3 การไฟฟ้า เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้ใช้ไฟฟ้า ส่งเสริมงานวิจัยพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม บูรณาการความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมขยายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ให้การผลิต จัดหา และส่งจ่ายไฟฟ้าของประเทศมีคุณภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน

 

 

 

ที่มา : EGAT Today

ผู้รับผิดชอบข้อมูล : ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม

ผู้ดูแลเว็บไซต์ : ปิยะ โรจน์ฤทธิไกร

ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ชั้น 10 อาคาร  ท.103

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
53 หมู่ 2 ถ.จรัญสนิทวงศ์ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

013151
Today: 11
This Week: 65
This Month: 342
Total: 13,151