เศรษฐกิจหมุนเวียน
กฟผ. ให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการเกิดของเสีย และหลีกเลี่ยงการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้นำแนวคิดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
มาปรับใช้ในองค์การ โดยมีการวางแผนการปฏิบัติงานตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การนำไปใช้ การจัดการของเสีย และการวนกลับมาผลิตเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับ
การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 เพื่อตอบสนองต่อนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศ โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและ
เกิดประโยชน์สูงสุด
| เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินงาน |
| ● ปริมาณของเสีย (เถ้าลอย เถ้าหนัก ยิปซัม) ที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 760,000 ตัน | ● ปริมาณของเสีย (เถ้าลอย เถ้าหนัก ยิปซัม) ที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 1,303,144 ตัน |
| ● การจัดการของเสียสอดคล้องตามข้อกำหนดและกฎหมาย | ● การจัดการของเสียสอดคล้องตามข้อกำหนด กฎหมาย และเงื่อนไขตามรายงาน EIA/EHIA ของโครงการ |
การบริหารจัดการ
กฟผ. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนองค์การสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการประกาศใช้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้พนักงานและทุกหน่วยงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสีย และเพิ่มการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ให้มากที่สุด รวมถึงมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. และแผนการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์การ
ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. (EGAT Circular Economy Organization) ซึ่งได้กำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ระหว่างปี 2564 – 2573


ในปี 2568 กฟผ. สามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนงานโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ (1) การนำเถ้าลอย เถ้าหนัก
และยิปซัมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินกลับมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และก่อสร้าง (2) การสร้างมูลค่าเพิ่มจากลีโอนาไดต์ ซึ่งเป็นวัตถุพลอยได้จากการทำเหมือง โดยนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรม
(3) การจัดการกากอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนของเสียจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าให้กลายเป็นเชื้อเพลิงผสมในโรงงานต่าง ๆ หรือการนำมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีการอื่น ๆ แทนการฝังกลบ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย
Zero Waste to Landfill ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียนขององค์การที่เน้นการเปลี่ยนผ่านองค์การสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างคุณค่าผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร
หลักการสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน
ความหมายของเศรษฐกิจหมุนเวียน
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หมายถึง แนวคิดที่มีการวางแผนและออกแบบให้นำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงส่งเสริมให้เกิดการรักษาและ
สร้างคุณค่าจากทรัพยากรที่มีในระบบ โดยการใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์ให้ได้นานที่สุด จนเกิดเป็นวงจรหมุนเวียนทรัพยากรอย่างต่อเนื่องในระบบปิด ไม่มีการส่งของเสียออกนอกระบบและช่วยลดการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจก
ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หลักการที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

การดำเนินงานตามเศรษฐกิจหมุนเวียน
ปี 2564 กฟผ. ได้ดำเนินการศึกษาศักยภาพองค์การในการจัดทำระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยดำเนินการประเมินสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมของ กฟผ. โดยใช้แนวคิดการประเมินตลอดวัฏจักรชีวิต (LCA)
เก็บข้อมูลตัวแทนพื้นที่ครอบคลุมทุกประเภทธุรกิจเพื่อให้เห็นถึงรูปแบบหรือลักษณะการทำงานในปัจจุบันของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้โครงการที่มีศักยภาพเป็นโครงการนำร่อง
และจัดทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. และเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นองค์การเศรษฐกิจหมุนเวียน (EGAT CE Organization) มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางของมาตรฐาน
การตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.2-2562)
ปี 2565 กฟผ. มีการประกาศนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อนำไปปฏิบัติทั่วทั้งองค์การ โดยดำเนินการโครงการนำร่องในทุกสายงาน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และคณะทำงานโครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนและผลักดันให้เกิดการดำเนินงานตามแผนงานและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงจัดทำแนวทางการดำเนินงานของ กฟผ. ตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ตามมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.2-2562) เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์การเศรษฐกิจหมุนเวียน ในปี 2566
ปี 2566 กฟผ. ก้าวสู่การเป็นองค์การเศรษฐกิจหมุนเวียน นำนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน และแนวทางการดำเนินงานไปปฏิบัติทั่วทั้งองค์การ พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในทุกสายงาน เพื่อตอบสนองตามนโยบายและเป้าหมายตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน
ปี 2567 เป็นต้นไป กฟผ. มีแผนเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสียไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ และยกระดับการดำเนินงาน
สู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรม
การดำเนินงานตามมาตรฐาน มตช.2-2562
กฟผ. กำหนดแผนปฏิบัติการ Circular Economy Organization ไว้ในแผนวิสาหกิจ กฟผ. ระหว่างปี 2564 – 2573 โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์การเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายในปี 2566 จากการประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์การตามเกณฑ์ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้คะแนน 800 คะแนน ขึ้นไป
ปี 2565 กฟผ. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รวบรวมข้อมูลการดำเนินงานของ กฟผ. และประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนของแต่ละสายงาน เพื่อนำข้อมูลมาประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาพรวมของ กฟผ. ต่อไป
ปี 2566 กฟผ. ร่วมกับ สวทช. ดำเนินการประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์การของ กฟผ. (ตามคู่มือการประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์การของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2564 โดยยึดตามกรอบมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ : แนวทางการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร มาตรฐานเลขที่ มตช. 2-2562 ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน “BS 8001 : 2017 Framework for implementing the principles of the circular economy in organizations – Guide”
ของประเทศอังกฤษ) ได้คะแนน 815 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน และจัดทำรายงานการประเมินประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์การประจำปี 2566 และ
แนวทางการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนของ กฟผ. (Circular Economy Organization: Guidebook)
ตั้งแต่ ปี 2567 กฟผ. มีการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนและปรับปรุงการดำเนินงาน ตามมาตรฐาน มตช.2-2562 อย่างต่อเนื่อง
โครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน
เพื่อตอบสนองนโยบายและเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน กฟผ. จึงเริ่มดำเนินงานโครงการนำร่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จำนวน 8 โครงการ ครอบคลุมทั้ง 8 สายงานใน กฟผ. และตั้งแต่
ปี 2567 จะเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสียที่นำไปฝังกลบและเผาทำลาย นำไปสู่ความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมต่อไป









การจัดการของเสีย
การบริหารจัดการของเสียจากการดำเนินกิจการภาคพลังงานเป็นเรื่องที่ กฟผ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดย กฟผ. มีการปฏิบัติ
ตามกฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการของเสียของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการนำส่งข้อมูลการจัดการของเสียให้กับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งมีการติดตามตรวจสอบการจัดการของเสียผ่านระบบการตรวจประเมินภายใน การตรวจประเมินจากหน่วยงานรับรองภายนอก และการทบทวนโดยฝ่ายบริหารตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน กฟผ. มีการจัดทำฐานข้อมูลการจัดการของเสีย สำหรับวิเคราะห์วิธีการจัดการของเสียในภาพรวมองค์การ และศึกษาทางเลือกในการลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิตและการนำของเสีย
จากกระบวนการผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อมุ่งสู่การนำของเสียไปฝังกลบหรือเผาทำลายเป็นศูนย์ ตามมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.10-2565) ข้อกำหนดการจัดการเพื่อมุ่งสู่การฝังกลบกากอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ (Industrial Waste Management Toward Zero Landfill – Requirement)
นอกจากนี้ กฟผ. ยังสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการของเสีย ตามแนวทางการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร (มตช.2-2562) โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการนำของเสียไปใช้ประโยชน์
ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น การนำ Ceramic Heat Shield ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนสูงในห้องเผาไหม้โรงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน ไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมเซรามิกทนไฟ พร้อมจัดกิจกรรม
สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานการจัดการระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมการศึกษาดูงานเชิงประจักษ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมอง และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำของเสียไปใช้ประโยชน์อื่น รวมถึงการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการศึกษาวิจัย คิดค้นแนวทางการพัฒนาการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ทดแทนการนำไปฝังกลบ ของเสียที่เกิดจากกิจกรรมของ กฟผ. สามารถจำแนกตามแหล่งกำเนิดหลักได้ 2 แหล่ง คือ ของเสียจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าและของเสียจากกิจกรรมบริเวณพื้นที่สำนักงาน โดยแบ่งออกเป็นของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตราย ปัจจุบันของเสียบางส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และมีของเสียบางส่วนที่ต้องส่งไปจำกัดโดยการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่ง กฟผ. พิจารณา
ส่งไปกำจัดกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีการตรวจสอบวิธีการฝังกลบหรือเผาทำลายของหน่วยงานรับกำจัด ของเสียที่ส่งไปถูกกำจัดอย่างถูกต้องจึงส่งผลกระทบต่อชุมชน
และสิ่งแวดล้อมในระดับต่ำมากหรือไม่ส่งผลกระทบเลย
การจัดการของเสียในพื้นที่โรงไฟฟ้า
กฟผ. มีการบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และกิจกรรมจากเหมืองอย่างเป็นระบบ โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการของเสียของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัด
ของเสียที่เกิดขึ้น ทั้งของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตรายจะถูกรวบรวมและจัดประเภทตามชนิด คุณสมบัติ และปริมาณ โดยจัดเก็บในภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่มั่นคง แข็งแรง พร้อมกำหนดขอบเขตพื้นที่จัดเก็บอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย รวมถึงป้องกันการหก รั่วไหล และมีระบบควบคุมไม่ให้ของเสียปนเปื้อนหรือกระจายสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก
กฟผ. พิจารณาวิธีการจัดการของเสียทุกชนิดให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด ดังนี้
- ของเสียที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จะถูกนำไปวนใช้หรือใช้ซ้ำภายในองค์การ และของเสียที่มีศักยภาพสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมอื่นภายนอกองค์การ กฟผ. จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการจัดการของเสียดังกล่าว
- ของเสียที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะถูกส่งต่อให้ผู้รับกำจัดที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีการรายงานปริมาณและวิธีการจัดการในรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อหน่วยงานอนุญาตทราบเป็นประจำทุก 6 เดือน
การจัดการของเสียในพื้นที่สำนักงาน
กฟผ. ดำเนินการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมในพื้นที่สำนักงาน ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมจากสำนักงาน สถานพยาบาล และกองยานพาหนะ ดังนี้
- จัดทำหลักสูตรอบรมออนไลน์และคู่มือการคัดแยกขยะ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ถูกต้องให้แก่พนักงาน
- ส่งเสริมการคัดแยกของเสียตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องจัดการและสนับสนุนการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรือนำไปรีไซเคิล (Recycle) ให้มากที่สุด โดยจัดเตรียมภาชนะรองรับของเสียพร้อมติดป้ายแยกประเภทของเสียอย่างชัดเจน โดยจำแนกขยะเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะย่อยสลายได้ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะกำพร้าหรือขยะพลังงาน
- จัดให้มีจุดรองรับของเสียครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายในและภายนอกสำนักงาน เพื่อพักของเสียที่รอการนำส่งไปกำจัดกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต โดยไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางทัศนียภาพและมลภาวะอื่นปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม
ในปี 2568 กฟผ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ รวมถึงเป็นตัวกลางในการจัดเตรียมจุดรับของเสียมูลฝอยจากชุมชนรอบข้าง เพื่อนำส่งต่อให้หน่วยงานที่สามารถนำของเสียไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ผ่านโครงการวน (พลาสติกยืด) โครงการ Cirplas (พลาสติกแข็ง) โครงการไปรษณีย์ ReBox (กระดาษลัง) และโครงการ Wake Up Waste (ของเสียรีไซเคิล)
สำหรับการติดตามตรวจสอบการกำจัดขยะมูลฝอย กฟผ. กำหนดให้หน่วยงานภายนอกที่เป็นผู้รับจ้างดำเนินการกำจัดของเสียดังกล่าว ส่งเอกสารหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารยืนยันอื่น ซึ่งแสดงถึงการนำของเสียหรือขยะมูลฝอยไปกำจัดอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งมีการสุ่มตรวจติดตามสถานที่ปลายทางของหน่วยงานผู้รับจ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และ
ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในปี 2568 ไม่พบเหตุการณ์การรั่วไหลของของเสียที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบจากการดำเนินงานของ กฟผ. ทั้งนี้ กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวข้องกับการรั่วไหลของของเสีย กฟผ. มีมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ แผนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีการฝึกซ้อมเป็นประจำ รวมถึงมีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น
ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

