การจัดการน้ำ

น้ำนับเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีอยู่อย่างจำกัด กฟผ. จึงกำหนดแนวทางบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุลและลดผลกระทบอันเนื่องมาจากการดำเนินงาน
ของ กฟผ. ที่อาจเกิดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงาน
● คุณภาพน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้า มีค่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565● คุณภาพน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้า มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2565

การบริหารจัดการ

กฟผ. มีแนวทางในการใช้ทรัพยากรน้ำในกระบวนการผลิตไฟฟ้าและการอุปโภคบริโภคภายในองค์การให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดจากกิจกรรมขององค์การต่อสังคมและ
สิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ โดยมีการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การดึงน้ำ การใช้น้ำ และการระบายน้ำสู่ภายนอก รวมถึงมีการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

การจัดการการใช้น้ำในฐานะทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน

การใช้น้ำของ กฟผ. ในสัดส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังความร้อนร่วมทั้ง 8 แห่ง ที่มีการดึงน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงมาใช้
โดยมีทั้งแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น ได้แก่ เขื่อนแม่ขามและเขื่อนแม่จาง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ได้แก่ คลองระพีพัฒน์แหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าวังน้อย ลำน้ำพองแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าน้ำพอง แม่น้ำเจ้าพระยาแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือและโรงไฟฟ้าพระนครใต้ แม่น้ำบางปะกงแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าบางปะกง คลองปกาสัยแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้ากระบี่ และคลอง
โพมาแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าจะนะ ซึ่งแหล่งน้ำทั้ง 8 แห่งนี้ ไม่จัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองในระดับประเทศและระดับสากล และไม่มีจำนวนสายพันธุ์ที่อนุรักษ์และคุ้มครอง

กฟผ. มีการประเมินผลกระทบจากการใช้น้ำจากแหล่งน้ำของโรงไฟฟ้าก่อนดำเนินโครงการ อาทิ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)
โดยระบุรายละเอียดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า สำหรับในช่วงดำเนินโครงการ โรงไฟฟ้าทุกแห่งของ กฟผ. ต้องได้รับอนุญาตใช้น้ำในแหล่งน้ำจากหน่วยงานอนุญาตตามพื้นที่ ตลอดจนมีการเก็บข้อมูลและควบคุมปริมาณและคุณภาพน้ำอย่างใกล้ชิด โดยโรงไฟฟ้าบางแห่งมีการจัดตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบการสูบน้ำจากแหล่งน้ำ เพื่อพิจารณาอนุญาตก่อนสูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าสู่โรงไฟฟ้า ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าแหล่งน้ำทุกแห่งสามารถรองรับการใช้น้ำจากโรงไฟฟ้าได้ ทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน โดยไม่ส่งผลกระทบหรือเกิดปัญหาการแย่งใช้น้ำจากชุมชน นอกจากนี้ กฟผ. ยังกำหนดมาตรการป้องกันและฟื้นฟูผลกระทบที่อาจเกิดกับทรัพยากรแหล่งน้ำ ทั้งด้านกายภาพและด้านชีวภาพ เช่น การติดตั้งตะแกรงกั้นสัตว์น้ำและสัตว์น้ำ
วัยอ่อนไว้บริเวณจุดสูบน้ำเข้าของโรงไฟฟ้า และการจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งกำหนดมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำใกล้เคียงอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการใช้น้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นเพียงการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยไม่มีการสูญเสียน้ำในกระบวนการ และเป็นผลพลอยได้จากการชลประทานเพื่อการเกษตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม กฟผ. ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนทั้งด้านเหนือและท้ายอ่างเก็บน้ำ โดยมีการศึกษาผลกระทบจากการเก็บกักและระบายน้ำ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อ
รับทราบปัญหา หารือ และติดตามแนวทางการแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ด้านการใช้น้ำของเหมืองถ่านหิน มีการออกแบบให้มีบ่อกักเก็บน้ำฝนภายในบ่อเหมือง โดยจะสูบน้ำจนถึงระดับควบคุมและเก็บน้ำไว้ใช้ น้ำส่วนหนึ่งจะถูกนำกลับมาใช้ในกิจกรรมการทำเหมือง เช่น การสเปรย์น้ำดับฝุ่นในฤดูแล้งเพื่อลดปริมาณฝุ่นจากถนน สายพานลำเลียง และการดับไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของถ่านหินและฟื้นฟูสภาพเหมือง และอีกส่วนหนึ่งจะถูกสูบออก ทั้งนี้ กฟผ. ได้มีการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระเบียบปฏิบัติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดูแลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ
ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพอย่างเคร่งครัด

การจัดการผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ   

กฟผ. มีการควบคุมคุณภาพน้ำที่ระบายจากโรงไฟฟ้า โดยติดตั้งระบบบำบัดน้ำให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนนำไปไว้ในบ่อพักน้ำภายในพื้นที่ของโรงไฟฟ้า และระบายสู่แหล่งน้ำ
ที่ได้รับอนุญาตบริเวณใกล้เคียง เช่น คลองปกาสัยและคลอง 26 ซึ่งเป็นแหล่งรองรับการระบายน้ำจากโรงไฟฟ้ากระบี่และโรงไฟฟ้าวังน้อย ตามลำดับ โรงไฟฟ้าหลายแห่งมีการนำน้ำในบ่อพักน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไปใช้ในการรดน้ำสนามหญ้าและต้นไม้ภายในโรงไฟฟ้าทั้งหมด โดยไม่มีการระบายน้ำทิ้งสู่แหล่งน้ำภายนอก มีเพียงการระบายน้ำจากระบบหล่อเย็น ซึ่งผ่านการลดอุณหภูมิก่อนระบายกลับสู่
แหล่งน้ำเท่านั้น โดยอุณหภูมิของน้ำดังกล่าวจะถูกควบคุมให้มีค่าอยู่ในช่วงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

สำหรับการระบายน้ำจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อคาดการณ์และวางแผนสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งบูรณาการข้อมูลภาครัฐและเอกชน
ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินการของ กฟผ. จะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิการใช้น้ำของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสอดคล้องกับกฎหมายและแนวทาง
การดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติของประเทศไทย โดยในช่วงฤดูน้ำแล้ง กฟผ. จะดำเนินการระบายน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของกรมชลประทาน
และชุมชน และในช่วงฤดูน้ำหลาก กฟผ. จะบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่บริเวณเหนือและท้ายเขื่อน ทั้งนี้ หากเกิดผลกระทบอันไม่อาจ
หลีกเลี่ยงได้ กฟผ. ก็มีมาตรการช่วยเหลือประชาชน ทั้งในด้านเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ

ในส่วนการบริหารจัดการน้ำของเหมืองถ่านหิน จะมีระบบระบายน้ำเพื่อแยกน้ำธรรมชาติและน้ำที่อาจปนเปื้อนจากกิจกรรมการทำเหมืองออกจากกัน และมีการจัดเตรียมพื้นที่รองรับน้ำและระบบบำบัดน้ำ
ที่อาจได้รับการปนเปื้อนไว้อย่างเพียงพอ โดยน้ำส่วนที่สูบออกจากบ่อเหมืองจะถูกนำไปรวมในบ่อดักตะกอนภายนอกบ่อเหมือง และทำการบำบัดคุณภาพด้วยระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียมหรือบึงประดิษฐ์ (Constructed Wetland) ซึ่งอยู่ใกล้กับบ่อดักตะกอน แล้วจึงปล่อยลงทางน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้ง บริเวณพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงทุกไตรมาส โดยเก็บตัวอย่างครอบคลุมฤดูแล้งและฤดูฝน จำนวน 14 สถานี เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม และมีการแจ้งผลการจัดการคุณภาพน้ำ
ผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานและบอร์ดรายงานคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมที่ติดตั้งบริเวณพื้นที่ชุมชน รวมถึงมีการสำรวจความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี
เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและรับฟังข้อคิดเห็นสำหรับการปรับปรุงการทำงาน ทั้งนี้ สภาพพื้นที่แอ่งแม่เมาะมีชั้นหินปูนแทรกอยู่ตามชั้นดินชั้นถ่าน จากการติดตามคุณภาพน้ำที่ผ่านมา พบว่ามีค่า
ความเป็นกรด-ด่าง อยู่ในระดับปานกลางถึงด่างเล็กน้อย จึงไม่พบสภาวะที่มีฤทธิ์เป็นกรดในเหมือง

ปริมาณการดึงน้ำ การระบายน้ำ และการใช้น้ำ
ข้อมูลปี 2568ปี 2567ปี 2566
ทุกพื้นที่
(ล้านลิตร)
พื้นที่ขาดแคลนน้ำ (ล้านลิตร)ทุกพื้นที่
(ล้านลิตร)
พื้นที่ขาดแคลนน้ำ (ล้านลิตร)ทุกพื้นที่
(ล้านลิตร)
พื้นที่ขาดแคลนน้ำ (ล้านลิตร)
ปริมาณน้ำที่ดึงจากภายนอก      
ปริมาณน้ำที่ดึงจากภายนอกทั้งหมด234,194.81214,959.69245,272.63224,120.38213,129.71194,593.94
น้ำผิวดิน (รวมน้ำฝน)233,035.08213,929.17244,115.14223,169.95211,670.85193,239.78
– ปริมาณน้ำจืด143,021.37140,315.12139,161.03136,526.74123,139.27121,014.16
– ปริมาณน้ำอื่น ๆ90,013.7173,614.05104,954.1186,643.2088,531.5872,225.62
น้ำบาดาล91.8231.1482.5238.58102.0058.81
– ปริมาณน้ำจืด91.8231.1482.5238.58102.0058.81
– ปริมาณน้ำอื่น ๆ0.000.000.000.000.000.00
น้ำจากองค์กรอื่น1,067.90999.381,074.96911.851,356.861,295.34
– ปริมาณน้ำจืด1,067.90999.381,074.96911.851,356.861,295.34
– ปริมาณน้ำอื่น ๆ0.000.000.000.000.000.00
ปริมาณน้ำระบาย      
ปริมาณน้ำระบายทั้งหมด131,821.07106,181.35180,974.33169,222.05134,061.94123,818.27
– ปริมาณน้ำทิ้งที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำผิวดิน130,020.82104,381.10179,218.25167,465.98131,860.21121,616.54
– ปริมาณน้ำทิ้งที่ปล่อยสู่แหล่งน้ำใต้ดิน1,800.251,800.251,756.081,756.082,201.732,201.73
– ปริมาณน้ำทิ้งที่ปล่อยสู่ทะเล0.000.000.000.000.000.00
– ปริมาณน้ำทิ้งที่ปล่อยสู่องค์กรอื่น0.000.000.000.000.000.00
– ปริมาณน้ำทิ้งที่เป็นน้ำจืด63,307.6049,350.3573,929.0473,924.3155,626.4355,625.14
– ปริมาณน้ำทิ้งที่เป็นน้ำอื่น ๆ68,513.4756,831.00107,045.2995,297.7478,435.5168,193.13
ปริมาณน้ำใช้      
ปริมาณน้ำใช้ทั้งหมด102,373.74108,778.3464,298.3054,898.3279,067.7670,775.67

หมายเหตุ
–  น้ำจืด หมายถึง น้ำที่มีค่าของแข็งละลายน้ำ (Total Dissolved Solid) ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม/ลิตร              
– น้ำอื่น ๆ หมายถึง น้ำที่มีค่าของแข็งละลายน้ำ (Total Dissolved Solid) เกิน 1,000 มิลลิกรัม/ลิตร ขึ้นไป
– ปริมาณน้ำใช้ หมายถึง ปริมาณน้ำที่ดึงจากภายนอก – ปริมาณน้ำที่ระบายออก