อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กฟผ. ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจขององค์การที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เนื่องจากจะช่วยลดและควบคุมความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
ลดความสูญเสียด้านบุคคลอันหมายรวมถึงพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ด้านทรัพย์สิน และความสูญเสียต่อกระบวนการทำงานที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการ
ดำเนินธุรกิจ รวมทั้งภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์การได้

เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงาน
● อัตราความถี่การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงานหรือเสียชีวิตของพนักงาน
(Injury Frequency Rate: IFR) ลดลงจากปีก่อนหน้า (ปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 0.436) ร้อยละ 40
● อัตราความถี่การบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงานหรือเสียชีวิตของพนักงาน
เท่ากับ 0.381 ลดลงจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 12.61
● อัตราความรุนแรงของการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงานหรือเสียชีวิตของพนักงาน
(Injury Severity Rate: ISR) ลดลงจากปีก่อนหน้า (ปี 2567 ซึ่งเท่ากับ 436.60) ร้อยละ 40
● อัตราความรุนแรงของการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงานหรือเสียชีวิตของพนักงาน
เท่ากับ 364.61 ลดลงจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 16.49
● พนักงานที่ตรวจสุขภาพและพบผลตรวจผิดปกติ ได้รับการติดตามและให้คำแนะนำ
ร้อยละ 100
● พนักงานที่ตรวจสุขภาพและพบผลตรวจผิดปกติ ได้รับการติดตามและให้คำแนะนำ
ร้อยละ 100

นโยบายและความมุ่งมั่น

กฟผ. มีนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดใช้เป็นแนวทางปฏิบัติทั่วทั้งองค์การ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ  ข้อบังคับ และข้อกำหนด
ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงสร้างการดำเนินงาน

ด้านการกำกับดูแลกฟผ. มีคณะกรรมการ กฟผ. ทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมตามที่กฎหมายและมาตรฐานกำหนด โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติ
ด้านต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมถึงความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

ด้านการบริหารจัดการ กฟผ. มีฝ่ายความปลอดภัย หน่วยงานภูมิภาคด้านความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานทุกระดับ ทำหน้าที่ดูแลงานด้านความปลอดภัย รวมถึงมีคณะกรรมการและคณะทำงานในการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้แก่ คณะกรรมการกำกับการดำเนินงานด้านความเสี่ยงปฏิบัติการและความปลอดภัย
ทำหน้าที่กำหนดแนวทาง กำกับ และติดตามการดำเนินงานความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ด้านความปลอดภัยและรักษาความปลอดภัย คณะทำงานตรวจประเมินการดำเนินงานด้านความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
และความปลอดภัย ทำหน้าที่ตรวจประเมินหน่วยงานที่มีระดับความเสี่ยงสูง และคณะทำงานค้นหาสาเหตุอุบัติเหตุร้ายแรงที่มีความเสี่ยงสูง ทำหน้าที่วิเคราะห์หาสาเหตุอุบัติเหตุร้ายแรงที่มีความเสียหายสูง
พร้อมดำเนินการสรุปผล นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายแพทย์และอนามัย ทำหน้าที่ดูแลงานบริการตรวจรักษาโรค งานส่งเสริมสุขภาพ และงานอนามัยสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การบริหารจัดการ

ระบบจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

กฟผ. บริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยภายใต้ระบบบริหารจัดการคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม (EGAT Quality, Security, Safety, Health and Environment Management System: EGAT QSSHE) ซึ่งครอบคลุมการปฏิบัติงานของพนักงานและผู้รับเหมา ตลอดจนกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของ กฟผ. ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 และข้อกำหนดของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001:2018)

กฟผ. มีการตรวจติดตามประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดทำเกณฑ์การตรวจประเมิน การกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจ
ประเมิน การวางแผน การกำหนดระยะเวลาการตรวจ การรายงานผลการตรวจและติดตามแก้ไขข้อบกพร่อง โดยจัดให้มีการตรวจประเมินปีละ 1 ครั้ง จำแนกเป็น (1) การตรวจประเมินและขอการรับรอง
จากหน่วยงานภายนอก ตามระบบ ISO 45001 สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจหลักของ กฟผ. เช่น งานผลิตไฟฟ้า งานระบบส่ง และงานเชื้อเพลิง ซึ่งมีแหล่งอันตรายและมีความเสี่ยงสูง และ
(2) การตรวจประเมินภายใน ตามระบบ EGAT QSSHE สำหรับทุกหน่วยงานที่ไม่ได้ขอการรับรองภายนอก โดยเป็นการประเมินตนเองผ่านระบบ Audit Management นอกจากนี้ ยังกำหนดให้หน่วยงาน
ที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ได้รับการตรวจประเมินสภาพการณ์จากผู้ตรวจประเมินภายใน กฟผ. โดยหากพบข้อบกพร่อง จะติดตามให้มีการแก้ไขป้องกัน
และนำประเด็นที่พบจากการตรวจประเมินเข้าหารือในการประชุมทบทวนฝ่ายบริหารต่อไป

การระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

กฟผ. มีการระบุอันตรายและการประเมินความเสี่ยงและประเด็นสิ่งแวดล้อม ในงานที่ทำเป็นประจำและไม่เป็นประจำ ครอบคลุมทุกขั้นตอนการทำงานของพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงาน เพื่อลดและควบคุมความเสี่ยงในทุกกระบวนการทำงานที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน โดยใช้เว็บแอปพลิเคชันสำหรับการประเมินความเสี่ยงและประเด็นสิ่งแวดล้อม (Risk Assessment and Environmental Aspects: RAEA)

การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ประกอบด้วย

  1. การระบุและชี้บ่งอันตรายตามกิจกรรม พื้นที่ ลักษณะงาน 
  2. การประเมินความเสี่ยง โดยพิจารณาจากโอกาสและความรุนแรง 
  3. การจัดลำดับความสำคัญ เพื่อกำหนดมาตรการหรือแผนงานการจัดการความเสี่ยง
  4. การติดตาม ควบคุม และการประเมินมาตรการหรือแผนงานการจัดการความเสี่ยง รวมทั้ง รายงานผลการดำเนินงานสู่ระดับบริหาร เพื่อนำมาทบทวนและปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผลประเมินความเสี่ยงและประเด็นสิ่งแวดล้อม จะถูกนำไปใช้ในการวางแผนและควบคุมการปฏิบัติ เช่น การกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ และแผนงาน ตลอดจนการกำหนดมาตรการควบคุมในระเบียบปฏิบัติ กระบวนการทำงานสำคัญ หรือวิธีปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หากพนักงาน ผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานพบว่า สภาพการณ์หรือลักษณะงานมีอันตราย
หรือความเสี่ยงสูงหรือร้ายแรง ซึ่งไม่สามารถดำเนินการแก้ไขเองได้ สามารถปฏิเสธการทำงานที่มีอันตรายได้

กฟผ. ได้กำหนดแนวทางการแจ้งอุบัติการณ์และการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่อาจจะหรือก่อให้เกิดการบาดเจ็บ เจ็บป่วย หรือโรคจากการทำงาน ทรัพย์สินเสียหาย รวมทั้งอุบัติเหตุในกระบวนการผลิต
ภายในหน่วยงานพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงและทุกกิจกรรมการทำงาน ครอบคลุมพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงาน ประกอบด้วย การแจ้งเหตุการณ์ การค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ การวิเคราะห์อุบัติการณ์ ค่าใช้จ่ายเนื่องจากอุบัติเหตุ และการสื่อสารอุบัติการณ์ โดยกำหนดให้หน่วยงานดำเนินการทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงและประเด็นสิ่งแวดล้อมทุกครั้งที่มีอุบัติเหตุ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ และเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

บริการด้านอาชีวอนามัยและการส่งเสริมสุขภาพ
  • การตรวจสุขภาพประจำปีและการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงแก่พนักงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยรายการตรวจเป็นไปตามหลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    และตรวจสุขภาพตามลักษณะงานพิเศษของฝ่ายแพทย์และอนามัย
  • การประเมินความพร้อมด้านสุขภาพสำหรับกลุ่มพนักงานที่ปฏิบัติงานลักษณะงานพิเศษ
  • การติดตามและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ เพื่อให้พนักงานมีสุขภาพพร้อมต่อการปฏิบัติงาน
  • การตรวจประเมินสุขภาพก่อนกลับเข้าทำงานภายหลังการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยซึ่งไปตามกฎหมาย
  • การเฝ้าติดตามผลตรวจสุขภาพพนักงานที่สัมผัสเสียงดัง และการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานในการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการ ซึ่งกรณีที่ตรวจพบความผิดปกติเกี่ยวกับการได้ยิน พนักงานจะได้รับคำแนะนำหรือส่งต่อเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไป
  • การส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเองผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ กิจกรรมบุคคลต้นแบบด้านสุขภาพดี (EGAT Healthy Idol) ซึ่งเป็นการแข่งขันลดน้ำหนัก ภายในเวลา 90 วัน
    โดยมีการอบรมให้ความรู้เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมสร้างสุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตามหลัก 3 อ ได้แก่ อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย และกิจกรรม EGAT Step Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขันเดินโดยการนับจำนวนก้าวผ่านแอปพลิเคชัน
การมีส่วนร่วม การปรึกษา และการสื่อสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • ระบบการบริหารจัดการ EGAT QSSHE มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วม การปรึกษา และการสื่อสารกับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
    อาทิ การเปิดโอกาสและกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม การปรึกษาพนักงานเรื่องการปรับปรุงอุปกรณ์ความปลอดภัยหรือมาตรการควบคุม และการดำเนินการกรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรงและอุบัติการณ์ที่มีศักยภาพความสูญเสียสูง รวมถึงมีการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างความตระหนักด้านอาชีวอนามัยและเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทั่วทั้งองค์การผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ คลิปวิดีโอ และการสนทนาด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มประชุม
  • มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยมีสัดส่วนคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนลูกจ้างร้อยละ 50 และตัวแทนนายจ้างร้อยละ 50 มีความถี่ในการประชุม 1 ครั้งต่อเดือน และมีหน้าที่สำคัญ อาทิ การจัดทำนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การจัดทำแนวทางป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง การรายงานและเสนอแนะมาตรการปรับปรุงสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อม
    ในการทำงาน การพิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย ตลอดจนการติดตาม ประเมิน และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
  • มีผู้ประสานงานทางด้านสุขภาพอนามัยประจำทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริการอาชีวเวชศาสตร์หรืองานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การดูแลพนักงานให้เข้ารับการตรวจสุขภาพ และมีการจัดประชุมผู้ประสานงานสุขภาพอนามัยประจำหน่วยงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบด้านสุขภาพและอาชีวอนามัย รวมถึงมีการจัดตั้งช่องทางการสื่อสารสำหรับการแจ้งข่าว ประชาสัมพันธ์ ซักถาม หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับงานด้านสุขภาพและอนามัย
การฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ในปี 2568 กฟผ. จัดให้มีการฝึกอบรมหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่พนักงาน อาทิ หลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร ระดับหัวหน้างาน และหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ฯ รวมทั้งหลักสูตรด้านความปลอดภัยตามลักษณะความเสี่ยงของงาน รวมจำนวน 147 รุ่น มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด 6,732 คน รวมถึงมีการจัดงาน EGAT Safety Together 2025 เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงาน โดยภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากวิทยากรทรงคุณวุฒิ การนำเสนอผลงานด้านความปลอดภัยของพนักงาน และการมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ กฟผ. ยังดำเนินการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพแก่พนักงานผ่านการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เช่น โรคจากการทำงาน (อันตรายจากเสียงและสารเคมี Office Syndrome และการดูแลสุขภาพพนักงานกะ) การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (Automated External Defibrillator: AED) และผ่านการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ในประเด็นต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ผลกระทบต่อสุขภาพหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวและการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และยุงลายพาหะโรคร้ายที่มากับฤดูฝน

การส่งเสริมสุขภาพ

กฟผ. ส่งเสริมให้พนักงานมีความตระหนักและทัศนคติที่ดี และมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมบุคคลต้นแบบด้านสุขภาพดี (EGAT Healthy Idol) ซึ่งเป็นการแข่งขัน
ลดน้ำหนัก ภายในเวลา 90 วัน โดยมีการอบรมให้ความรู้เรื่องอาหารและการออกกำลังกาย มีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมสร้างสุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการอบรม
ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพตามหลัก 3 อ ได้แก่ อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย และกิจกรรม EGAT Step Challenge ซึ่งเป็นการแข่งขันเดินโดยการนับจำนวนก้าวผ่านแอปพลิเคชัน

การจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของคู่ค้า

กฟผ. มีระเบียบว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยของผู้รับจ้าง โดยกำหนดกิจกรรมด้านความปลอดภัยที่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับจ้าง การจัดการผู้รับจ้างก่อนเริ่มงาน การจัดการผู้รับจ้างขณะทำงาน การส่งมอบงานตรวจรับงาน และการประเมินผลการดำเนินงานและรายงาน โดยมีเนื้อหาครอบคลุมข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่สำคัญ อาทิ กำหนดให้มีการจัดทำเงื่อนไขด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการจัดจ้าง มีการจัดประชุมเปิดงานร่วมกับผู้รับจ้างเพื่อสื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย รวมถึงให้ผู้รับจ้างจัดทำแผนงานความปลอดภัยให้ตรวจสอบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน กำหนดให้ผู้รับจ้างตรวจสุขภาพของลูกจ้างตามปัจจัยเสี่ยง และกำกับดูแลให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลขณะปฏิบัติงาน และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลูกจ้างของผู้รับจ้าง จะดำเนินการสอบสวนค้นหาสาเหตุตามระเบียบว่าด้วยการจัดการอุบัติการณ์ต่อไป

การฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานของผู้รับเหมา
กิจกรรมจำนวนวันทำงาน
ของพนักงานทั้งหมด
ของผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง (วัน)
จำนวนพนักงานทั้งหมด
ของผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง (คน)
จำนวนพนักงาน
ที่ได้รับการฝึกอบรม
ด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัย (คน)
ร้อยละของพนักงาน
ที่ได้รับการฝึกอบรม
ด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัย (ร้อยละ)
งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่ง8,2952,6782,678100
งานปฏิบัติการโรงไฟฟ้าและระบบส่ง26,90110,83510,835100
งานบำรุงรักษา35,6805,3695,369100
งานเหมือง3654,4004,400100

หมายเหตุ: โปรแกรมการฝึกอบรมสำหรับพนักงานของผู้รับเหมาเป็นไปตามกฎหมาย

สถิติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย  
ข้อมูล หน่วย ปี 2568 ปี 2567 ปี 2566
ผู้ปฏิบัติงานที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย   
ผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย  
พนักงาน  คน 14,94314,87515,312
ร้อยละ        100100100
พนักงานของผู้รับเหมาคน 3,9433,9513,888
 ร้อยละ        100100100
ผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่ได้รับการทวนสอบโดยหน่วยงานภายใน  
พนักงาน คน 5,4565,5117,277
ร้อยละ  36.5137.0547.51
พนักงานของผู้รับเหมาคน 1,1221,1431,059
 ร้อยละ        28.4628.9327.24
ผู้ที่อยู่ภายใต้ระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่ได้รับการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอก  
พนักงาน คน 9,4879,3648,040
ร้อยละ  63.4962.9552.49
พนักงานของผู้รับเหมาคน 2,8212,8082,829
 ร้อยละ        71.5471.0772.76
การบาดเจ็บจากการทำงาน 
ชั่วโมงการทำงาน  
พนักงาน ชั่วโมง 23,627,89527,489,00028,296,576
พนักงานของผู้รับเหมา ชั่วโมง n/an/an/a
การเสียชีวิต 
พนักงาน คน 121
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 0.04230.07280.03534
พนักงานของผู้รับเหมา คน 011
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน n/an/an/a
การบาดเจ็บที่มีความรุนแรงสูง (ไม่รวมเสียชีวิต)  
พนักงาน คน 110
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 0.04230.03640
พนักงานของผู้รับเหมา คน 007
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน n/an/an/a
การบาดเจ็บที่สามารถบันทึกได้  
พนักงาน คน 423031
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 1.77761.09131.0955
พนักงานของผู้รับเหมา คน 01227
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน n/an/an/a
การเจ็บป่วยจากการทำงาน      
การเสียชีวิตเนื่องจากเจ็บป่วยจากการทำงาน  
พนักงาน คน 000
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 000
พนักงานของผู้รับเหมา คน 00n/a
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 00n/a
การเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานที่สามารถบันทึกได้ 
พนักงาน คน 000
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 000
พนักงานของผู้รับเหมา คน 00n/a
คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน 00n/a

หมายเหตุ:

  • การบาดเจ็บที่มีความรุนแรงสูง หมายถึง การบาดเจ็บจากการทำงานที่ส่งผลให้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บโดยที่คนงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้หรือไม่สามารถคาดหมายให้ฟื้นตัวเต็มที่จนถึงภาวะสุขภาพก่อนได้รับบาดเจ็บ ภายใน 6 เดือน
  • การบาดเจ็บที่สามารถบันทึกได้ หมายถึง การบาดเจ็บจากการทำงานที่ร้ายแรงซึ่งวินิจฉัยโดยแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาต หรือการบาดเจ็บจากการทำงานซึ่งส่งผลให้เกิดกรณีใด ๆ ต่อไปนี้: การเสียชีวิต การหยุดงาน การจำกัดการทำงานหรือย้ายไปงานอื่น การรักษาพยาบาลนอกเหนือจากการปฐมพยาบาล และการสูญเสียสติ
  • ข้อมูลอุบัติเหตุปี 2568 ครอบคลุมถึงกรณีการปฐมพยาบาล (First Aid) โดยยังไม่ได้จำแนกแยกจากกรณีการรักษาโดยแพทย์ (Medical Treatment)
  • การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับงานที่สามารถบันทึกได้ หมายถึง การเจ็บป่วยจากการทำงานที่ร้ายแรงซึ่งวินิจฉัยโดยแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาต หรือการเจ็บป่วยจากการทำงานซึ่งส่งผลให้เกิดกรณีใด ๆ ต่อไปนี้: การเสียชีวิต การหยุดงาน การจำกัดการทำงานหรือย้ายไปงานอื่น การรักษาพยาบาลนอกเหนือจากการปฐมพยาบาล และการสูญเสียสติ