ความหลากหลายทางชีวภาพ

กฟผ. มุ่งมั่นเดินหน้าภารกิจการรักษาความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งครอบคลุมถึงการปกป้องและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นรากฐานสำคัญของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก (Global Biodiversity Framework) และ
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงาน
● จัดทำรายงานความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมืองแล้วเสร็จ● จัดทำรายงานความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมืองแล้วเสร็จ
● ค่า Baseline ของประเภทความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง● มีค่า Baseline ความหลากหลายชีวภาพ (Shannon-Wiener’s Index) ในพื้นที่ฟื้นฟูสภาพเหมือง ตามพื้นที่เป้าหมาย เช่น ป่าบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกเฉียงเหนือเท่ากับ 1.501 และป่าบริเวณบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันตกเฉียงเหนือเท่ากับ 1.576

การบริหารจัดการ

ด้วยตระหนักว่ากิจกรรมของ กฟผ. อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การสูญเสียพื้นที่ตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัย และขยายพันธุ์ของ
ทั้งพืชและสัตว์ จากการเปิดพื้นที่สร้างโครงการใหม่และการเปิดหน้าดินเพื่อการทำเหมืองเปิด การสูญเสียสัตว์น้ำและสัตว์น้ำวัยอ่อนในแหล่งน้ำ จากการสูบน้ำเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตและการหล่อเย็น
ของโรงไฟฟ้า และการแบ่งแยกพื้นที่อาศัยของสัตว์ป่าจากแนวสายส่งที่พาดผ่านเขตป่า กฟผ. จึงประกาศใช้นโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับองค์การในการดำเนินงาน
อย่างมีความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยนำหลักการบรรเทาผลกระทบเป็นลำดับขั้น (Mitigation Hierarchy) มาใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ดังนี้

การหลีกเลี่ยง (Avoid)

กฟผ. พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ตั้ง (Site Selection) ของโครงการอย่างรอบคอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนตั้งโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางระบบนิเวศ หรือมีความสำคัญด้าน
ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำผลการศึกษามาใช้ประกอบการออกแบบและกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการหลีกเลี่ยง
ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโครงการ

การลดผลกระทบ (Minimize)

กฟผ. กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินโครงการ เช่น การติดตั้งตะแกรงกั้นสัตว์น้ำวัยอ่อนบริเวณจุดสูบน้ำเข้า
ของโรงไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรชีวภาพ รวมถึงมีการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการติดตามแนวโน้มและเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของ
ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกัน กฟผ. จัดให้มีการประชุมไตรภาคี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
ให้หน่วยงานราชการและผู้นำชุมชนทราบเป็นประจำ ปีละ 1 – 2 ครั้ง ตามมาตรการที่กำหนด รวมถึงการส่งเสริมให้ชุมชนและหน่วยงานราชการในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและตรวจติดตาม
ด้านสิ่งแวดล้อม และการจัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม

การฟื้นฟู (Restore)

กฟผ. ดำเนินการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ เพื่อให้สภาพแวดล้อมสามารถกลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงกับสภาพเดิม อาทิ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ
การปลูกต้นไม้ ในพื้นที่โรงไฟฟ้าและเขื่อนของ กฟผ. และการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง จากการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้พื้นที่กลับคืนสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมเดิมมากที่สุด
โดยแบ่งการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การปลูกป่าทดแทน การจัดทำพื้นที่กักเก็บน้ำ และการพัฒนาพื้นที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและแหล่งท่องเที่ยว เช่น สวนพฤกษชาติและพิพิธภัณฑ์
ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษาเหมืองแม่เมาะ

การชดเชย (Offset)

การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ กฟผ. บางช่วง มีความจำเป็นต้องพาดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมและต้องตัดต้นไม้บางส่วนเพื่อดำเนินการก่อสร้าง กฟผ. จึงกำหนดและดำเนินมาตรการปลูกป่าทดแทนเพื่อชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) น่าน 2 – แม่เมาะ 3 (เฉพาะส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม) ซึ่ง กฟผ. ได้ดำเนินการสนับสนุนการปลูกป่าทดแทนรวม 4,800 ไร่ โดยประสานความร่วมมือกับกรมป่าไม้และชุมชนในพื้นที่ เพื่อดำเนินการในช่วงปี 2562–2563 ครอบคลุมพื้นที่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน และโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ท่าลี่ – ขอนแก่น 4 ที่ กฟผ. ประสานความร่วมมือกับกรมป่าไม้ ดำเนินการสนับสนุนการปลูกป่าทดแทนแล้วเสร็จในปี 2564
รวมพื้นที่ 600 ไร่ ณ บริเวณบ้านห้วยไคร้ ตำบลโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

นอกเหนือจากการจัดการผลกระทบโดยตรงจากกิจกรรมขององค์การ กฟผ. ยังมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์อื่น ๆ อาทิ การดับไฟป่า การทำแนวกันไฟ และการวางปะการังเทียมจากลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ภายใต้โครงการบ้านปลา กฟผ. เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลด้วยการใช้ทรัพยากรที่ครบอายุการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรร่วมกันกับชุมชน อาทิ การเปิดโอกาสให้ชุมชนใช้ประโยชน์พื้นที่เขื่อนในการประกอบอาชีพประมงและกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือกรณี
การพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Hydro-floating Solar Hybrid Project) ซึ่งเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่มีการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำของเขื่อน กฟผ. ส่งผลให้ไม่เกิดการเบียดเบียนการใช้ประโยชน์พื้นที่บนดิน ไม่รุกล้ำพื้นที่การเกษตรของชุมชนหรือพื้นที่ป่าไม้ และมีการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบดับเบิลกลาส (Double Glass) ที่มีคุณสมบัติเป็นกระจกทั้งสองด้าน ช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่
แผง ป้องกันสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ และทุ่นลอยน้ำที่ผลิตจากวัสดุ High Density Polyethylene (HDPE) ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับท่อส่งน้ำประปาจึงปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การออกแบบมุมลาดเอียงของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ยังเอื้อต่อการส่องผ่านของแสงและออกซิเจนสู่ใต้น้ำ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำหรือการดำรงอยู่ของสัตว์น้ำในพื้นที่

ในปี 2568 กฟผ. มีการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ ดังนี้

1. การส่งเสริมความตระหนักรู้ อาทิ
  • กิจกรรม Bird Walk กับ กฟผ. ครั้งที่ 2 ตอน Nature Notes: Quote “รักธรรมชาติ” ณ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี และกิจกรรม Bird Walk กับ กฟผ. ครั้งที่ 3 ตอน “ยามค่ำดูดาว นามเช้าดูนก” ณ เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
  • กิจกรรมค่ายผู้นำเยาวชนอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (EGAT Biodiversity Rangers) รุ่นที่ 3 “สัมผัสป่า สัมผัสชีวิต” ณ เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก
  • กิจกรรมสร้างความตระหนักร่วมกับเครือข่าย เช่น เครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และการสนับสนุนกิจกรรมการติดตั้งและทำความสะอาดรังเทียมนกแก้วโม่ง ณ วัดสวนใหญ่ อำเภอบางกรวย และวัดอัมพวัน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
2. การร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

กฟผ. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับใหม่กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อสานต่อความร่วมมือเดิมในการดำเนินงานด้านอนุรักษ์ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ  โดยการบูรณาการและการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน

3. การผลักดันพื้นที่สู่ OECMs

กฟผ. ดำเนินการประเมินศักยภาพของพื้นที่ และจัดเตรียมข้อมูลด้านกายภาพ ชีวภาพ และการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมถึงการเสนอพื้นที่ฟื้นฟูบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลำปาง เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยพื้นที่ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 พื้นที่นำร่อง OECMs ของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนการบูรณาการการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเข้ากับการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ประกอบการตัดสินใจ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย 30×30 ของทั้งระดับชาติและระดับโลกภายใต้กรอบ Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework

4. การจัดทำฐานข้อมูล

กฟผ. จัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ของ กฟผ. (EGAT Biodiversity Database) สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการและวางแผนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเชิงพื้นที่ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569