การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า

การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าเป็นภารกิจที่ กฟผ. ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี โดยมีการรณรงค์ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วนเกิดการใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ผ่านการส่งเสริมการใช้อุปกรณ์และระบบไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง การส่งเสริมมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมทัศนคติที่ดีให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
เพื่อรองรับการขยายตัวของสังคมและการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาชน
ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้า และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงาน
● ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 8,251 กิกะวัตต์-ชั่วโมง● ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 8,471.27 กิกะวัตต์-ชั่วโมง
● ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.303 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์● ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 4.417 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
● บูรณาการการดำเนินมาตรการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ให้มีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน● ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาแนวทางการบูรณาการฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานสำหรับเครื่องจักร อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และประกาศเปิดตัวฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานรูปแบบ
ที่บูรณาการ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568

การบริหารจัดการ

กฟผ. ดำเนินงานด้านการจัดการการใช้ไฟฟ้าภายใต้กลยุทธ์ 3 อ. ได้แก่

1. อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า

ขับเคลื่อนตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้นำเข้า ดำเนินการผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง พัฒนาเกณฑ์ประสิทธิภาพพลังงานและติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ควบคู่กับการใช้กลยุทธ์การตลาดในการส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง

ในปี 2568 กฟผ. ร่วมมือกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ศึกษาแนวทางบูรณาการฉลากแสดงประสิทธิภาพพลังงานของเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
พร้อมพัฒนาฉลากให้มีรูปแบบและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการพลังงานของประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 รูปแบบใหม่นี้ ครอบคลุม 45 ผลิตภัณฑ์ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยตัวฉลากมีลักษณะดังนี้

  • มีรูปแบบระดับ 1-5 ดาว เป็นการเพิ่มทางเลือกการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดไฟฟ้า
  • มีวงแหวนสีฟ้ารอบเลข 5 แสดงถึงพลังงานแห่งการหมุนเวียน ที่ส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับมาช่วยผู้บริโภคและโลก
  • มีการแสดงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดช่วงการใช้งาน เพื่อให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนจากการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5
  • มีสัญลักษณ์กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Circular Economy) เพื่อขยายบทบาทของฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จากช่วงการเลือกซื้อสู่การดูแลตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle)
    ของอุปกรณ์
  • มี QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น อาทิ การใช้งาน การติดตั้ง การดูแลบำรุงรักษา และข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์
  • มีการระบุโลโก้ของหน่วยงานผู้รับรองมาตรฐานหลักทั้ง กฟผ. และ พพ.

ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 มีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ผ่านการกระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้าให้เกิดการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน
ที่ไม่จำเป็น ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการผลิตไฟฟ้าจนถึงปลายทางผู้ใช้ไฟฟ้า และส่งเสริมการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกในภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลาง
ทางคาร์บอนของประเทศ

2. อาคาร

ให้คำปรึกษาด้านการส่งเสริมมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงภายในบ้านและอาคาร ครอบคลุมทั้งภาคที่อยู่อาศัย สำนักงาน ภาครัฐ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และโรงพยาบาล ภายใต้การดำเนินงาน ดังนี้

  • โครงการที่ปรึกษาพลังงาน (Energy Consultant) ดำเนินงานตรวจวัดการใช้พลังงานไฟฟ้าพร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินงานการตรวจวัดและพิสูจน์ผลการประหยัดพลังงาน (Measurement & Verification) ในปี 2568 จำนวน 13 แห่ง ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า 5.06 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 2,639 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
  • โครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5 ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรและผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมการออกแบบบ้านที่อยู่อาศัยและอาคารให้เกิดการประหยัดพลังงานผ่านเกณฑ์ประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 มีการประเมินแบบบ้านเบอร์ 5 จำนวน 52 แบบ 26 โครงการ 11 บริษัท สามารถลดการใช้พลังงาน 5.426 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 2,829 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
3. อุปนิสัย

เสริมสร้างองค์ความรู้ ทัศนคติ และอุปนิสัยประหยัดไฟฟ้าให้กับสถานศึกษา ทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา รวมทั้งประชาชนในภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และภาคที่อยู่อาศัย โดยมีกลยุทธ์สนับสนุนการดำเนินงานทั้งด้านการให้บริการทางวิชาการ ด้านการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงด้านวัสดุอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์และพัฒนาการเรียนรู้สู่การบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ อาทิ

  • กิจกรรมประกวดนวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ ศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน ด้านการจัดการของเสีย และด้านการเกษตร เพื่อลดการใช้พลังงานและลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทีมเยาวชนที่ได้รับรางวัลจะได้รับการพิจารณาคัดเลือกโควตาพิเศษเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับ กฟผ. จำนวน 11 แห่ง มีทีมสมัครเข้าร่วมทั้งหมดจำนวน 347 ทีม และผ่านเข้ารอบสุดท้ายรวม 30 ทีม โดยมีทีมที่มีผลงานเชิงประจักษ์และสามารถนำไปขยายผลการใช้งานได้จริง
    จำนวน 4 ผลงาน และมีการยื่นจดอนุสิทธิบัตรจำนวน 1 ผลงาน
  • กิจกรรมโรงเรียนเบอร์ 5 ส่งเสริมกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) ในสถานศึกษาและขยายผลการดำเนินงานสู่ครอบครัวนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้โรงเรียนพัฒนากระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม ให้นักเรียนมีองค์ความรู้และมีอุปนิสัยที่ดีในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2568 มีโรงเรียน
    ที่ผ่านเกณฑ์เป็นโรงเรียนเบอร์ 5 จำนวน 132 แห่ง มีการลดการใช้ไฟฟ้าในสถานศึกษาจำนวน 96 แห่ง และลดการไฟฟ้าในครัวเรือนได้จำนวน 25,855 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้นสามารถลดการใช้ไฟฟ้าจำนวน 10.323 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 5,384 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
  • การจัดทำห้องเรียนสีเขียว (Smart Green Learning Room) พร้อมสื่อการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนจำนวน 4 แห่ง เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนสามารถวางแผนการจัดการการเรียนรู้และกำหนดกิจกรรม
    บูรณาการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียน ผ่านการใช้สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยภายในห้องเรียนสีเขียว ทั้งในรูปแบบ Online และ On-site นำไปสู่พลัง
    เยาวชนที่สามารถเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์กิจกรรม แนวทางหรือนวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถขยายผลไปสู่ครอบครัวและชุมชน นำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้สีเขียวหรือ
    Green Learning Society ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการตรวจติดตามและพิสูจน์ผลการดำเนินงานด้านการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า กฟผ. มีการออกแบบแนวทางการเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรการอนุรักษ์พลังงานในภาคที่อยู่อาศัย ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมติดตามข้อมูลการดำเนินงานโครงการที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการประเมินผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยนำข้อมูลทั้งหมดมาบูรณาการเพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการภายหลังการดำเนินโครงการ (Post-evaluation) พร้อมจัดทำรายงานสรุปผลการประเมินและข้อเสนอแนะ อีกทั้งยังมีการสร้างและบูรณาการการจัดการฐานข้อมูลและการนำเสนอข้อมูลด้วย Dashboard เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจภาพรวมของข้อมูลและความก้าวหน้าของโครงการ และสามารถใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจหรือบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ในปี 2568 การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้ามีผลประหยัดไฟฟ้าสะสม จำนวน 8,471.27 กิกะวัตต์-ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สะสมตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime) รวม 4.417 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

ผลการดำเนินงานโครงการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า 
การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า จำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย
โครงการการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนภาคธุรกิจภาคสถาบันภาคอุตสาหกรรม
โครงการส่งเสริมฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5
โครงการให้คำปรึกษาพลังงานx
โครงการส่งเสริมฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 สำหรับบ้านและอาคารxx
โครงการห้องเรียนสีเขียวxx

โครงการฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
โครงการบ้านและอาคารเบอร์ 5
โครงการห้องเรียนสีเขียว