การจัดการของเสีย
กฟผ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการบริหารจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในทุกกระบวนการ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า สิ่งแวดล้อม และ
สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในระบบนิเวศ
| เป้าหมายปี 2567 | ผลการดำเนินงาน |
| ● ปริมาณของเสีย (เถ้าลอย เถ้าหนัก ยิปซัม) ที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 215,000 ตัน | ● ปริมาณของเสีย (เถ้าลอย เถ้าหนัก ยิปซัม) ที่นำไปใช้ประโยชน์ จำนวน 856,092 ตัน |
| ● ปฏิบัติสอดคล้องตามข้อกำหนดและกฎหมาย | ● ปฏิบัติสอดคล้องตามข้อกำหนด กฎหมาย และเงื่อนไขตามรายงาน EIA/EHIA ของโครงการ |
นโยบายและความมุ่งมั่น
กฟผ. มีการประกาศใช้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและทุกหน่วยงานถือปฏิบัติ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการเกิดของเสีย และการเพิ่มการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อมุ่งสู่การนำของเสียไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) รวมถึงมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน และมีการดำเนินงานโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ (1) การนำเถ้าลอย เถ้าหนัก ยิปซัมไปใช้ประโยชน์ (2) การนำลีโอนาไดต์จากการทำเหมืองมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และ (3) การจัดการกากอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ซึ่งเป็นการนำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน และวัตถุพลอยได้จากการทำเหมือง รวมถึงของเสียอุตสาหกรรมจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในกลุ่มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง กลุ่มเกษตรกรรม
หรือใช้เป็นเชื้อเพลิงผสมโรงงานประเภทอื่น เป็นต้น ซึ่งในปี 2567 ทั้ง 3 โครงการ สามารถนำของเสียไปใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
การบริหารจัดการ [ 306-2]
กฟผ. ปฏิบัติตามตามกฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) และหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านการจัดการของเสียของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัด โดยนำส่งข้อมูลการจัดการของเสียให้กับหน่วยงานอนุญาตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามระยะเวลาที่กำหนด รวมทั้งมีการติดตามตรวจสอบการจัดการของเสียผ่านระบบการตรวจประเมินภายใน การตรวจประเมินจากหน่วยรับรองภายนอก และการทบทวนโดยฝ่ายบริหารตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน กฟผ. มีการจัดทำฐานข้อมูลการจัดการของเสีย เพื่อวิเคราะห์วิธีการจัดการของเสียในภาพรวมของ กฟผ. และศึกษาทางเลือกในการลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิต ตลอดจนนำของเสีย
จากกระบวนการผลิตมาใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อมุ่งสู่การนำของเสียไปฝังกลบหรือเผาทำลายเป็นศูนย์ ตามมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.10-2565) ข้อกำหนดการจัดการเพื่อมุ่งสู่การฝังกลบกากอุตสาหกรรมเป็นศูนย์ (Industrial Waste Management Toward Zero Landfill – Requirement)
นอกจากนี้ กฟผ. ยังสร้างการมีส่วนร่วมด้านการจัดการของเสีย ตามแนวทางการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในองค์กร ตามกรอบมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.2-2562) โดยร่วมมือ
กับหน่วยงานพันธมิตรภายนอกในการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น นำ Ceramic Heat Shield ซึ่งเป็นฉนวนกันความร้อนสูงในห้องเผาไหม้โรงไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งาน ไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมเซรามิกทนไฟ พร้อมกับจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานการจัดการระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมการศึกษาดูงานเชิงประจักษ์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมอง และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการนำของเสียไปใช้ประโยชน์อื่น รวมถึงการร่วมมือกับสถาบัน
การศึกษาในการศึกษาวิจัย คิดค้นแนวทางการพัฒนาการนำของเสียไปใช้ประโยชน์ ทดแทนการนำไปฝังกลบ
ของเสียที่เกิดจากกิจกรรมของ กฟผ. [306-1]
ของเสียที่เกิดจากกิจกรรมของ กฟผ. สามารถจำแนกตามแหล่งกำเนิดหลักได้ 2 แหล่ง คือ ของเสียที่มาจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าและของเสียที่มาจากกิจกรรมบริเวณพื้นที่สำนักงาน โดยแบ่งเป็น
ของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตราย ปัจจุบันของเสียบางส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และมีของเสียบางส่วนที่ต้องส่งไปจำกัดโดยการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่ง กฟผ. ได้พิจารณาส่งไปกำจัดกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีการตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานรับกำจัดของเสียที่ส่งไปกำจัดอย่างถูกต้องจึงส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมน้อยมากหรือไม่มีเลย
การจัดการของเสียในพื้นที่โรงไฟฟ้า
ในการจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า เหมือง และระบบส่ง กฟผ. มีการจัดทำวิธีการปฏิบัติงาน ขั้นตอนปฏิบัติในการจัดเก็บของเสีย และขั้นตอนการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินสารเคมีหรือของเสียรั่วไหล มีการจัดเตรียมอุปกรณ์รองรับ และมีการฝึกซ้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเป็นประจำ
ของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งของเสียอันตรายและของเสียไม่อันตราย จะมีการรวบรวมข้อมูลชนิดและปริมาณ คัดแยกตามคุณสมบัติและประเภทของเสีย และจัดเก็บไว้ในภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์ที่มั่นคง
แข็งแรง โดยมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่อาคารจัดเก็บอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การหก และการรั่วไหล รวมถึงมีระบบป้องกันการปนเปื้อนและการกระจาย
ของของเสียสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก
กฟผ. จะดำเนินการพิจารณาวิธีการจัดการของเสียทุกชนิดให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด
- ของเสียที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จะถูกนำไปวนใช้หรือใช้ซ้ำ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ส่วนของเสียที่มีศักยภาพสามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมอื่นภายนอกองค์การ กฟผ. จะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรในการจัดการของเสียดังกล่าว เพื่อลดของเสียไปฝังกลบให้เป็นศูนย์
- ของเสียที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จากกระบวนการผลิต จะถูกส่งไปกำจัดกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงมีการรายงานปริมาณและวิธีการจัดการในรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้กับหน่วยงานอนุญาตทราบเป็นประจำทุก 6 เดือน
การจัดการของเสียในพื้นที่สำนักงาน
ในการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมในพื้นที่สำนักงาน ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมจากสำนักงาน สถานพยาบาล และกองยานพาหนะ กฟผ. มีการจัดทำคู่มือการคัดแยกขยะ ซึ่งจำแนกขยะเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะย่อยสลายได้ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะกำพร้า/ขยะพลังงาน
ขยะทั้งหมดจะถูกรวบรวม คัดแยกประเภท และจัดส่งไปกำจัดกับหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง รวมถึงมีการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานผ่านการตรวจประเมินตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001)

ในปี 2567 ไม่พบผลกระทบที่สำคัญจากของเสีย และการรั่วไหลที่สำคัญของของเสีย ทั้งนี้ กฟผ. มีการกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบและแผนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หากเกิดการรั่วไหลของของเสียสู่ภายนอก โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ

