สิทธิมนุษยชน

ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และคุ้มครองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ส่งผลให้ กฟผ. ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ในระดับดีเด่น ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ จากผลงานการนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาเป็นพื้นฐานในการบริหารจัดการและปฏิบัติงาน

เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินงาน
● สัดส่วนของสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่ค้าที่มีการระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
หรือที่ผ่านการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน (งานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้านบาท ขึ้นไป)
เท่ากับร้อยละ 100
● สัดส่วนของสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่ค้าที่มีการระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
หรือที่ผ่านการประเมินด้านสิทธิมนุษยชน (งานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้านบาท ขึ้นไป)
เท่ากับร้อยละ 100
● มีการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ
ระดับชาติ ว่าด้วย ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
● มีการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ
ระดับชาติ ว่าด้วย ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) จำนวน 1 ครั้ง
● ระดับการรับรู้เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80● ระดับการรับรู้เรื่องนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เท่ากับร้อยละ 91.92
● สัดส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กฟผ. ที่ได้รับความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
● สัดส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กฟผ. ที่ได้รับความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน
เท่ากับร้อยละ 97.07

นโยบายและความมุ่งมั่น

กฟผ. ประกาศใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านแรงงาน ด้านที่ดิน ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านนักปกป้องนักสิทธิมนุษยชน และด้านการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ

นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมการ กฟผ. ยังได้อนุมัติคู่มือจริยธรรมและจรรยาบรรณ กฟผ. และประธานกรรมการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการ กฟผ. ยังได้ประกาศนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ (Compliance Policy) ซึ่งกำหนดให้ กฟผ. ดำเนินธุรกิจอย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ตลอดจนให้การรับรองและคุ้มครองด้านแรงงานไว้ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน กฟผ. ใช้เป็นหลักการในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนกำหนดให้มีการรายงานผลการบริหารจัดการข้อร้องเรียนและบัตรสนเท่ห์แก่ผู้บริหารและคณะกรรมการ กฟผ. ในที่ประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน และการประชุมคณะกรรมการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมายและ
กฎระเบียบทุกไตรมาส

โครงสร้างการดำเนินงาน

กฟผ. มีคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ. ซึ่งประกอบด้วยรองผู้ว่าการบริหารเป็นประธาน ผู้ช่วยผู้ว่าการกฎหมายและธรรมาภิบาลและผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารจัดการ
ความยั่งยืนเป็นรองประธาน และผู้แทนระดับผู้อำนวยการฝ่ายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคณะทำงาน ทำหน้าที่จัดทำนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ. จัดทำแผน
ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ. และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ. ให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีการกำกับดูแล ติดตาม และสั่งการ
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงรายงานผลการดำเนินงานเพื่อนำเสนอผู้ว่าการทุก 6 เดือน

การบริหารจัดการ

กฟผ. มีการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับ
สิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs)

การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน

กฟผ. ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนแก่พนักงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอผ่านการสื่อสารประชาสัมพันธ์นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ. รวมถึงข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ความหลากหลาย ความเสมอภาค ความหลอมรวม และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Diversity, Equity, Inclusion & Belonging: DEI&B)
การคุกคามทางเพศ และกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อลดโอกาสการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานของ กฟผ. และได้จัดให้มีการประเมินการรับรู้การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ.
ซึ่งผลการสำรวจพบว่า พนักงานรับรู้การดำเนินงานฯ อยู่ในเกณฑ์การรับรู้มาก โดยมีการรับรู้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 98.12 หลักการสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 97.08 และกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ร้อยละ 80.56

นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมกับสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) จัดฝึกอบรมหลักสูตรการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Due Diligence based on UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย 3 หัวข้อหลัก ได้แก่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน บทบาทขององค์กรกับการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน และการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ให้แก่คณะทำงานด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรและผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของ กฟผ.

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

กฟผ. จัดให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ปีละ 1 ครั้ง โดยกำหนดให้หน่วยงานที่มีภารกิจในการบริหารงานที่อาจเกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน
ในด้านแรงงาน ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และด้านการลงทุนต่างประเทศ ร่วมประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของ กฟผ. จะไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยได้มีการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินผลกระทบให้สะท้อน 3 มุมมอง ได้แก่ ระดับของผลกระทบ (Scale) จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ (Scope) และความสามารถในการเยียวยา
ผลกระทบ (Remediability) นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มข้อคำถามในแบบประเมินเพื่อให้สอดรับกับแนวทางการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ได้แก่ เรื่องการฟ้องคดีปิดปาก (Strategic Lawsuit Against Public Participation: SLAPP) ความเท่าเทียมในการเข้าทำสัญญากับรัฐ การจัดการก๊าซเรือนกระจก และการประเมินผลลัพธ์ของโครงการต่อสังคม (SROI)

ผลการตรวจสอบในปี 2568 พบว่า การดำเนินงานของ กฟผ. มีความเสี่ยงละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจาก กฟผ. ดำเนินงานโดยปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนยุทธศาสตร์ กฟผ. ปี 2568 – 2572  ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. มุ่งเน้นให้มีการใช้นวัตกรรมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้ กฟผ. ยังให้ความใส่ใจในการแก้ไขเยียวยาประชาชนผู้ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม ทั้งในรูปแบบจำนวนเงิน
และรูปแบบการสร้างอาชีพ พัฒนาชุมชนและสังคมในภาพรวม

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
ด้านแรงงาน
  • ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งมีความพยายามปรับปรุงสภาพการจ้างให้มีมาตรฐานสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างต่อเนื่อง
  • ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเท่าเทียม ปราศจากข้อจำกัดทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา และส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค ความหลอมรวม และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Diversity, Equity, Inclusion & Belonging: DEI&B) ภายในองค์การ (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ “DEI&B at EGAT”)
  • จ้างงานผู้พิการ จำนวน 25 คน และส่งเสริมการประกอบอาชีพคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ จำนวน 134 คน
  • มีสหภาพแรงงานและคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ กฟผ.
  • จัดโครงสร้างอารยสถาปัตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงานทุกกลุ่ม
  • กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของคู่ค้าว่าจะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเพิ่มหัวข้อสิทธิมนุษยชนในการสัมมนาร่วมกับคู่ค้า
ด้านที่ดิน ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • จัดให้มีการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนการพัฒนาโครงการ โดยบริษัทที่ปรึกษาที่เป็นกลางและมีผู้เชี่ยวชาญที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิ์จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ด้านนักปกป้องนักสิทธิมนุษยชน
  • มีนโยบาย แผนแม่บท และคู่มือการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม
  • มีศูนย์จัดการข้อคิดเห็น กฟผ. ที่เปิดรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะผ่านช่องทางที่หลากหลาย มีกระบวนการบริหารจัดการที่ชัดเจน และมีการแจ้งผลการจัดการข้อร้องเรียนให้ผู้ร้องเรียนทราบ
    ต่อไป รวมทั้งมีการคุ้มครองสิทธิของผู้เสนอข้อคิดเห็นหรือผู้ร้องเรียนและพยาน โดยข้อมูลของผู้เสนอข้อคิดเห็นหรือผู้ร้องเรียนและพยานทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่บ่งชี้ไปถึงตัวบุคคลได้จะถูกเก็บรักษาและปกปิดเป็นความลับ โดยจะเปิดเผยเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดการเรื่องร้องเรียนเท่านั้น (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หัวข้อ “กลไกจัดการเรื่องร้องเรียน”)
ด้านการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ
  • จัดทำแนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม กฟผ. (EGAT Group Way of Conduct: WOC) ที่มีความสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน มาตรฐานแรงงาน และหลักการสิทธิมนุษยชน เพื่อกำหนดนโยบายให้บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ปฏิบัติตามให้เป็นมาตรฐาน และสามารถกำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่ม กฟผ. ได้ดำเนินการทบทวนนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปีหรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เพื่อให้นโยบายมีความสอดคล้องกับหลักกฎหมาย หลักปฏิบัติสากลและ/หรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเสมอ
  • มีการกำกับดูแลบริษัทในกลุ่ม กฟผ. โดยการแต่งตั้งผู้แทน ทำหน้าที่เป็นกรรมการในบริษัทที่ กฟผ. ถือหุ้น
การเยียวยา

กฟผ. มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์การอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ดังนี้

  • กรณีผู้ได้รับผลกระทบเป็นพนักงาน กฟผ. จะดำเนินการตามข้อบังคับและระเบียบว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติงานให้แก่ กฟผ.
  • กรณีผู้ได้รับผลกระทบเป็นบุคคลภายนอก กฟผ. จะดำเนินการเยียวยาตามกฎหมายพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตามระเบียบว่าด้วยการสื่อสารองค์การ การสร้างความสัมพันธ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับกรณีการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า นอกจาก กฟผ. จะจ่ายค่าทดแทนที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อเยียวยาความเสียหายให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว กฟผ. ยังมีมาตรการเยียวยา โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อพิจารณาให้เงินช่วยเหลือเป็นการเพิ่มเติม อีกทั้งยังกำหนดให้มีงบประมาณสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการประกอบอาชีพของชุมชนในพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้า แนวสายส่งไฟฟ้า และเขื่อนอีกด้วย
การใช้แรงงานเด็ก แรงงานเกณฑ์ การเป็นทาสสมัยใหม่ และการร่วมสมาคมและเจรจาต่อรอง
ประเภทความเสี่ยงต่อกรณีการละเมิด
สิทธิมนุษยชนของแรงงาน
ประเภท
แหล่งดำเนินงาน
ระบุหน่วยงาน/ประเภทดำเนินงาน
ที่มีความเสี่ยง
แหล่งดำเนินงานที่มีความเสี่ยงมาตรการที่ดำเนินการโดยองค์การเพื่อขจัดการละเมิด
สิทธิมนุษยชนของแรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้แรงงานเด็ก (อายุต่ำกว่า 15 ปี หรือต่ำกว่าอายุที่สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ)ภายในองค์การไม่พบหน่วยงานและการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงมีข้อบังคับ กฟผ. ฉบับที่ 353 ว่าด้วย บุคคล ข้อ 9 (2) กำหนดให้
ผู้ที่จะได้รับการจ้าง การบรรจุ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และมีการกำหนดคุณสมบัติของลูกจ้างของผู้รับจ้างใน TOR ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
คู่ค้าหรือ
ผู้ส่งมอบ
หน่วยก่อสร้าง งานจ้างเหมาประเภทแรงงานไร้ฝีมืองานก่อสร้าง
งานดูแลรักษาบริเวณ (ทุกพื้นที่)
การใช้แรงงานเด็ก (อายุมากกว่าอายุทำงานขั้นต่ำที่เกี่ยวข้องและมีอายุต่ำกว่า 18 ปี) ที่สัมผัส หรือเกี่ยวข้องกับงานอันตรายภายในองค์การไม่พบหน่วยงานและการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงมีข้อบังคับ กฟผ. ฉบับที่ 353 ว่าด้วย บุคคล ข้อ 9 (2) กำหนดให้
ผู้ที่จะได้รับการจ้าง การบรรจุ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ มีการกำหนดคุณสมบัติของลูกจ้างของผู้รับจ้างใน TOR ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
คู่ค้าหรือ
ผู้ส่งมอบ
หน่วยก่อสร้าง งานจ้างเหมาประเภทแรงงานไร้ฝีมืองานก่อสร้าง
งานดูแลรักษาบริเวณ (ทุกพื้นที่)
การใช้แรงงานเกณฑ์และแรงงานบังคับภายในองค์การไม่พบหน่วยงานและการดำเนินงานที่มีความเสี่ยง
คู่ค้าหรือ
ผู้ส่งมอบ
ไม่พบหน่วยงานและการดำเนินงานที่มีความเสี่ยง 
การละเมิดสิทธิในการใช้เสรีภาพในการสมาคมหรือการร่วมเจรจาต่อรองภายในองค์การไม่พบหน่วยงานและการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงกฟผ. มีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กฟผ. (สร.กฟผ.) เป็นไปตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และกำกับการดำเนินงานภายใต้ข้อบังคับ สร.กฟผ. พ.ศ. 2563
คู่ค้าหรือ
ผู้ส่งมอบ
ไม่พบการดำเนิน งานที่มีความเสี่ยง
เหตุกรณีการเลือกปฏิบัติและการดำเนินการแก้ไขที่กระทำ
ระบุเหตุการณ์
กรณีการเลือกปฏิบัติ
ระบุแผนการ
ดำเนินงานเพื่อแก้ไขเหตุการณ์
เลือกปฏิบัติ
จำนวนเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นในรอบ
การรายงาน
สถานะของเหตุกรณีการเลือกปฏิบัติ
มีการทบทวนโดยองค์กรกำลังดำเนินการแก้ไขตามแผนดำเนินการแล้วและมีการทบทวนผลลัพธ์
ผ่านกระบวนการทบทวน
การบริหารจัดการภายในเป็นประจำ
ไม่ได้อยู่ภายใต้
การดำเนินการอีกต่อไป
0000000
เหตุการณ์การละเมิดสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง
การละเมิดสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองจำนวนเหตุการณ์การละเมิดสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง
ปี 2568ปี 2567ปี 2566
กิจกรรมหรือเหตุการณ์การละเมิดสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง000

การจัดการความขัดแย้งและความปลอดภัย

กฟผ. เป็นหน่วยงานที่ดำเนินกิจการโครงสร้างพื้นฐานแห่งชาติด้านพลังงาน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม หากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะช่วยหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิอันอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งและข้อพิพาทได้

กฟผ. มีนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดล้อม กฟผ. (EGAT Quality, Security, Safety, Health and Environment Management System: EGAT QSSHE) และมาตรฐานระบบบริหารจัดการด้านการรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยหน่วยงานภาครัฐฝ่ายพลเรือนของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตลอดจนมาตรฐานสากลเกี่ยวกับการจัดการด้านรักษาความปลอดภัย (ISO 28000: 2022) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานรักษาความปลอดภัยแก่
หน่วยงานทั่วทั้งองค์การ โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานรักษาความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ กฟผ. ได้รับการฝึกอบรมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ได้แก่ หลักสูตรการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย และหลักสูตร
การดำเนินงานรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีเนื้อหาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย เช่น สิทธิในการป้องกันตัวและการกระทำโดยจำเป็นตามประมวลกฎหมายอาญา ระดับการใช้กำลัง สิทธิในการจับกุม และการตรวจค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยในปี 2568 มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กฟผ. ทั่วประเทศ เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 199 คน จากจำนวนทั้งหมด 205 คน คิดเป็นร้อยละ 97.07 โดยผู้ที่ไม่ได้เข้ารับการอบรมจะได้รับวิดีโอสำหรับทบทวนความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการสื่อสารและชี้แจงแนวทางการดำเนินงานรักษาความปลอดภัยที่เน้นย้ำหลักการด้านสิทธิมนุษยชนผ่านเวทีการประชุมต่าง ๆ เช่น การประชุมหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ และการเรียกแถวความพร้อม

สำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัยจ้างเหมา กฟผ. ได้กำหนดคุณสมบัติในเงื่อนไขขอบเขตงานจ้างว่า ต้องเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ได้รับอนุญาตและได้รับการฝึกอบรมครบถ้วนตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 โดยครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมทั้งกำหนดให้ผู้รับจ้างจัดฝึกอบรมทบทวนพนักงานรักษาความปลอดภัยจ้างเหมาเป็นระยะ ตลอดระยะเวลาของสัญญา

นอกจากนี้ กฟผ. ยังจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน สำหรับการจัดการผลกระทบด้านลบที่อาจเกิดขึ้น โดยเมื่อได้รับข้อร้องเรียน กฟผ. จะดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง หากปรากฎว่ามีความผิดจริง
ตามที่ร้องเรียน หน่วยงานจะดำเนินการลงโทษทางวินัยตามระเบียบ กฟผ. กรณีเป็นพนักงาน กฟผ. หรือดำเนินการแจ้งไปยังผู้รับจ้าง เพื่อให้ดำเนินการลงโทษตามระเบียบของผู้รับจ้าง กรณีที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยจ้างเหมา จากนั้นจะแจ้งผลการจัดการข้อร้องเรียนให้ผู้ร้องเรียนทราบต่อไป