มองอนาคต SMR ไทย ผ่านเลนส์ความสำเร็จพลังงานเกาหลีใต้#
27 November 2025เกาหลีใต้ ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเอเชีย โดดเด่นด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งการผลิตยานยนต์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ซึ่งแม้ว่าจะต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก แต่เกาหลีใต้ยังคงตั้งเป้าสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions เพื่อความยั่งยืนเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลให้เกาหลีใต้เลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นแหล่งพลังงานสะอาดในสัดส่วนที่มากถึง 30 % และจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ทำให้วันนี้เกาหลีใต้มีเทคโนโลยีนิวเคลียร์เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นจิกซอว์ตัวหลักที่ทำให้ประเทศเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างมั่นคง

ก้าวย่างของเกาหลีใต้จากผู้นำเข้าเทคโนโลยีสู่ผู้ส่งออกนิวเคลียร์#
เกาหลีใต้เริ่มต้นเส้นทางพลังงานนิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 1978 ด้วยการเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าแห่งแรก “KORI-1” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ในลักษณะสัญญาแบบ Turn Key แม้จะเริ่มต้นจากการพึ่งพาต่างประเทศ แต่ด้วยวิสัยทัศน์การวางแผน การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกาหลีใต้ได้สั่งสมองค์ความรู้และพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง จนสามารถออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ภายในประเทศได้สำเร็จในชื่อ OPR-1000 และต่อยอด สู่รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่าง APR-1400 ความสำเร็จดังกล่าวส่งผลให้ในปี 2009 เกาหลีใต้สามารถส่งออกเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 4 เครื่อง นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์เกาหลีใต้บนเวทีโลก และในปัจจุบันเกาหลีใต้ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใช้งานอยู่ถึง 26 โรง คิดเป็นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าประมาณ 30% ของพลังงานทั้งหมด และยังมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่อีก 4 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (SMR) อีกด้วย
R&D หัวใจสำคัญของความสำเร็จด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้#
เกาหลีใต้มีการลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาด้านนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง สร้างรากฐานทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการส่งออก โดยมีสถาบันวิจัยหลักด้านพลังงานปรมาณูที่สำคัญคือ KAERI (Korea Atomic Energy Research Institute) และ KHNP-CRI (Korea Hydro & Nuclear Power – Central Research Institute) ที่ก่อตั้งขึ้นที่เมืองแทจอน (Daejeon) โดย KAERI ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล NST (National Research Council of Science & Technology) ได้ดำเนินงานวิจัยครอบคลุมทุกด้านของพลังงานนิวเคลียร์ ตั้งแต่การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ การควบคุมความปลอดภัย วัฏจักรเชื้อเพลิง การจัดการกากกัมมันตรังสี ไปจนถึงการประยุกต์ใช้รังสีในภาคอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร และยา และหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ การพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวตรอนความเร็วสูง (GEN 4) ที่ใช้โซเดียมเป็นสารหล่อเย็น และการวิจัยการจัดเก็บกากกัมมันตรังสีระดับสูงในอุโมงค์ใต้ดิน KURT (KAERI Underground Research Tunnel) ซึ่งสร้างในชั้นหินแกรนิตลึกที่มีความยาว 551 เมตร ความลึก 120 เมตร ภายในมีน้ำใต้ดินที่ไม่มีออกซิเจน (Anoxic water) ซึ่งมีส่วนช่วยลดอัตราการกัดกร่อนของภาชนะบรรจุ และคงสภาพของเชื้อเพลิงไว้ได้ยาวนาน มีการทดสอบภาชนะบรรจุ เพื่อจำลองการเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วภายใต้สภาวะทางธรณี เพื่อใช้เป็นต้นแบบการจัดการกากกัมมันตรังสี ในอนาคต ซึ่งอุโมงค์แห่งนี้ได้ทำการวิจัยร่วมกับนักวิชาการจากหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือของ IAEA

สำหรับ KHNP-CRI อีกหนึ่งองค์กรหลักในฐานะผู้ดำเนินการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์รุ่นใหม่ รวมถึงระบบความปลอดภัยด้านต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยี i-SMR (Innovative SMR) ที่ออกแบบให้ใช้น้ำเป็นสารระบายความร้อน และติดตั้งให้เครื่องปฏิกรณ์ฝังอยู่ใต้ดิน โดยมีระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety ที่ใช้หลักธรรมชาติในการระบายความร้อนและหยุดเครื่องอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือบุคลากรควบคุม เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ภายในศูนย์ KHNP-CRI ได้จัดแสดงภาพจำลองแนวคิดของ Smart City ที่ผสมผสานระบบพลังงานระหว่าง i-SMR พลังงานหมุนเวียน และไฮโดรเจน ซึ่งมีแผนพัฒนาขึ้นที่เมืองแทกู (Deagu) ภายใต้แนวคิด “Smart Net-Zero” โดยมีศูนย์ควบคุมที่ใช้ AI และเทคโนโลยี ICT ในการบริหารจัดการระบบพลังงานแบบครบวงจร

ด้านความปลอดภัยได้จัดตั้งศูนย์ทดสอบ NuSTEC (Nuclear Structural and Seismic Testing Center) สำหรับจำลองแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวแบบรุนแรงได้ 3 ทิศทางพร้อมกัน เพื่อตรวจสอบความทนทานของอุปกรณ์และโครงสร้างในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อีกทั้งยังมี AIMD (Artificial Intelligence Monitoring & Diagnosis Division) ซึ่งประยุกต์ใช้ AI และ Big Data เพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์และวินิจฉัยสภาพอุปกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตรวจจับความผิดปกติหรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดความเสียหายจริง ช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ KHNP-CRI ยังได้จัดตั้ง Hydrogen Full-Cycle Research Center เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจนครบวงจร ตั้งแต่การผลิตทั้งในรูปแบบ Alkaline และ PEM (Proton Exchange Membrane) ซึ่งสามารถผลิตก๊าซไฮโดรเจนได้สูงสุดถึง 2.7 กิโลกรัมต่อชั่วโมงจากน้ำ การเก็บไฮโดรเจน และการใช้งานในระบบเซลล์เชื้อเพลิงแบบ PEM เพื่อผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติด้วยเซลล์เชื้อเพลิงแบบ SOFC (Solid Oxide Fuel Cell) นับเป็นแบบจำลองนำร่องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในอนาคต
เกาหลีใต้ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์ของโลก ผ่านการสร้างโรงไฟฟ้า การส่งออกเทคโนโลยี และการวิจัยพัฒนา ทั้งหมดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าประเทศจะเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้อย่างมั่นคง สำหรับประเทศไทยร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ ได้กำหนดให้มีโรงไฟฟ้า SMR จำนวน 2 โรง รวมกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ไว้ในปลายแผนปี 2580 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะผู้รักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ได้ติดตามและศึกษาความก้าวหน้าของเทคโนโลยี SMR จากหลายประเทศทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีความร่วมมือกับ KHNP ที่จะร่วมกันศึกษา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคนิคของเทคโนโลยี SMR และร่วมกันวางแนวทางพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับโครงการ SMR ในอนาคต ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ.2050 ของประเทศไทย




