เกี่ยวกับ กฟผ.

         การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิต จัดให้ได้มา และจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ใช้ไฟฟ้าตามกฎหมายกำหนดและประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้าภายใต้กรอบพระราชบัญญัติ กฟผ.

ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าในธุรกิจใหญ่

การผลิตไฟฟ้า

กฟผ. ผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งตั้งอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศรวมจำนวนทั้งสิ้น 51 แห่ง มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 16,235.02 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหลายประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 3 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 6 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (พลังน้ำ) 30 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ (ลม แสงอาทิตย์ และความร้อนใต้พิภพ) 10 แห่ง โรงไฟฟ้าดีเซล 1 แห่ง และโรงไฟฟ้าอื่น ๆ (โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ) 1 แห่ง

การรับซื้อไฟฟ้า

นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แล้ว กฟผ. ยังรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ 12 ราย รวมกำลังผลิต 18,158.50 เมกะวัตต์ และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก รวมกำลังผลิต 9,333.69 เมกะวัตต์ รวมทั้งรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว และมาเลเซีย รวมกำลังผลิต 6,234.90 เมกะวัตต์

การส่งไฟฟ้า

กฟผ. ดำเนินการจัดส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าของ กฟผ. และที่รับซื้อจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นผ่านระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ที่ระดับแรงดัน 500 กิโลโวลต์ 230 กิโลโวลต์ 132 กิโลโวลต์ 115 กิโลโวลต์ และ 69 กิโลโวลต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่รับซื้อโดยตรงจาก กฟผ. กฟน. และ กฟภ. ซึ่งนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศต่อไป นอกจากนี้ กฟผ. ยังจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ได้แก่ สปป.ลาว ด้วยระบบส่งไฟฟ้าแรงดัน 115 กิโลโวลต์ และ 22 กิโลโวลต์ และมาเลเซีย ด้วยระบบไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง (HVDC) 300 กิโลโวลต์

ธุรกิจอื่นๆ

ธุรกิจเกี่ยวเนื่องของ กฟผ.

         ในปี 2568 กฟผ. ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับยุทธศาสตร์สร้างรายได้เพิ่มจากความสามารถและทรัพยากรที่มีอยู่ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้ากว่า 50 ปี จึงสามารถให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพและครบวงจร จนได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยให้บริการด้านธุรกิจ 2 กลุ่มหลักคือ

  1. ธุรกิจโรงไฟฟ้าและระบบส่ง ได้แก่ งานวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง งานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า งานบำรุงรักษาระบบส่งแก่กลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้าของ กฟผ. ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และงานบริการด้านธุรกิจโทรคมนาคม
  2. ธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน ได้แก่ นวัตกรรมวัตถุพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้า โซลูชันพลังงานไฟฟ้า และโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า

ธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่ง

กฟผ. มีความชำนาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่กระบวนการการนำเสนอแนวคิด การศึกษาความเหมาะสม การคัดเลือกผู้รับเหมา งานวิศวกรรม การบริหารจัดการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า การทดสอบและตรวจรับโรงไฟฟ้า ไปจนถึงการจ่ายไฟฟ้าและขนานโรงไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้แก่โรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการงานวิศวกรรมที่ปรึกษาแก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหหกรรม และโรงผลิตเชื้อเพลิงผสมจากกากอุตสาหกรรมให้แก่โรงไฟฟ้าเอกชนในประเทศ เพื่อสนับสนุนภาคพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภาครัฐ

ธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า

กฟผ. มีความชำนาญในการให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างครบวงจร ด้วยบุคลากรมืออาชีพที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน การใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการทำงานที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาประจำโรงไฟฟ้า (Operation and Routine Maintenance) และงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Maintenance) แก่โรงไฟฟ้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศภายใต้สัญญาระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากการบริหารสัญญาระยะยาวที่มีอยู่เดิมในปี 2568 กฟผ. ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลุกค้าโดยสามารถทำสัญญางานบำรุงรักษาหลัก งานบริการที่ปรึกษาวิศวกรรมเพิ่มเติมช่วงเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เพื่อให้บริการแก่โรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย

ธุรกิจบำรุงรักษาระบบส่ง

กฟผ. ให้บริการงานให้คำปรึกษาทางวิชาการกับโรงไฟฟ้าที่จะเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าใหม่ และโรงไฟฟ้าที่ปรับปรุงระบบเชื่อมโยง ตลอดจนงานบำรุงรักษาอุปกรณ์สายส่งไฟฟ้าแรงสูงตามวาระ อุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแรงสูงภายในสถานีไฟฟ้าแรงสูง และอุปกรณ์ระบบสื่อสารและป้องกันของโรงไฟฟ้าเอกชน งานให้บริการเก็บและทดสอบน้ำมันหม้อแปลงให้กลุ่มลูกค้าโรงไฟฟ้า กลุ่มลูกค้าโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงงานบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไขและปรับปรุง

ธุรกิจโทรคมนาคม

กฟผ. ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ผ่านเส้นใยแก้วนำแสงที่มีอยู่ในระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง โดยได้รับใบอนุุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 และการให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Private Leased Circuit: IPLC) จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โครงข่ายใยแก้วนำแสงของ กฟผ. ครอบคลุมมากกว่า 700,000 คอร์-กิโลเมตร ผ่านสถานีไฟฟ้าแรงสูงมากกว่า 260 สถานี และติดตั้งบนสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เส้นใยแก้วนำแสงห่อหุ้มด้วยเหล็กและอะลูมิเนียมในสายดิน (OPGW) ที่มีความมั่นคงสูง โดยมีบริการต่าง ๆ ได้แก่ บริการเส้นใยแก้วนำแสง (Dark Fiber) บริการวงจรช่องสัญญาณโทรคมนาคม (Domestic and International Bandwidth) และบริการวงจร IP MPLS (Internet Protocol Multiprotocol Label Switching) แก่หน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งได้พัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการจากลูกค้ากลุ่ม Data Center ผู้ให้บริการ Cloud และผู้ให้บริการดิจิทัลรายสำคัญ ตลอดจนเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับการเติบโตในระยะยาว และมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาประเทศในการขยายโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคม รองรับเทคโนโลยี 5G, Internet of Things (IoT) และระบบดิจิทัลขั้นสูง รวมถึงผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมเข้ากับแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Internet Data Center (IDC), Big Data Analytics, การประมวลผลแบบ Cloud และ Edge Computing ตลอดจนการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ของภาครัฐ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ธุรกิจนวัตกรรมวัตถุพลอยได้

กฟผ. ได้ดำเนินการธุรกิจนวัตกรรมวัตถุพลอยได้อย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์การนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ และขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิด “Zero Waste to Landfill” ด้วยการนำวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะและวัตถุพลอยได้จากการทำเหมืองมาพัฒนาและใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ เป็นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainnovation) ได้แก่ เถ้าลอยลิกไนต์ สามารถทดแทนปูนซีเมนต์ในการก่อสร้าง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 738,000 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 61 ล้านต้น อีกทั้งยิปซัมสังเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้ผลิตปูนซีเมนต์ ไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้เทียม และวัสดุปรับปรุงดินธรรมชาติ และฮิวมิค (EGAT Humic) วัตถุพลอยได้จากการทำเหมืองแม่เมาะช่วยเพิ่มผลผลิตและธาตุอาหารให้ดิน ลดต้นทุนให้เกษตรกร สนับสนุนการเกษตรคาร์บอนต่ำและสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรม

กฟผ. ยังมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำวัตถุพลอยได้จากการผลิตไฟฟ้าและการทำเหมืองไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปี 2568 มี 6 โครงการ ดังนี้
          1. การออกแบบอััตราส่่วนผสม Alkali-activated Fly Ash คอนกรีีต
          2. การพััฒนาผลิิตภััณฑ์์จีีโอโพลิิเมอร์์ คอนกรีีตพรุุน จากเถ้้าลอยแคลเซีียมสููงที่่ช่่วยดููดซับก๊๊าซคาร์์บอนไดออกไซด์์
(CO2) จากก๊๊าซเผาไหม้้ (Flue Gas) ของโรงไฟฟ้้าแม่่เมาะ
          3. การเพิ่่มมููลค่ายิิปซััมสัังเคราะห์์ด้้วยเทคโนโลยีีการดัักจัับใช้้ประโยชน์์ และกัักเก็็บคาร์์บอน
          4. โครงการศึึกษาความเหมาะสมโรงเก็็บยิปซััมสัังเคราะห์์
          5. การใช้้ประโยชน์์จากก๊๊าซไอเสีียมาปรัับปรุุงคุุณสมบััติิเถ้้าหนััก เพื่อลดความชื้น ดููดซับก๊๊าซคาร์์บอนไดออกไซด์์ และนำไปใช้้ประโยชน์์เชิิงพาณิิชย์์
          6. แนวทางการใช้้สารปรัับปรุุงดิินกรดฮิวมิค กฟผ. เพื่อเพิ่่มคุุณภาพผลผลิิตพืืชเศรษฐกิิจ

ธุรกิจโซลูชันพลังงานไฟฟ้า (EGAT Smart Energy Solutions)

ธุรกิจโซลูชันพลังงานไฟฟ้ามุ่งเน้นการต่อยอดความเชี่ยวชาญของ กฟผ. ในอุตสาหกรรมพลังงานที่สั่งสมมากกว่า 50 ปี เพื่อพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านการบริหารจัดการพลังงานอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของโครงการ การออกแบบ การติดตั้ง การขอใบอนุญาต ตลอดจนการบำรุงรักษา โดยให้ความสำคัญกัับการส่่งเสริมการใช้้พลัังงานหมุุนเวีียน พลัังงานสะอาด และนวััตกรรมด้้านพลัังงานที่่เกี่่ยวข้อง เช่่น ระบบผลิิตไฟฟ้าพลัังงานแสงอาทิิตย์์ และระบบกัักเก็็บพลัังงานไฟฟ้้า (Energy Storage System: ESS) ควบคู่่กับการประยุุกต์์ใช้้แพลตฟอร์์มการบริิหารจััดการพลัังงานและระบบบริิหารจััดการงานบำรุุงรัักษา เพื่อยกระดัับประสิิทธิิภาพการใช้้พลัังงานและตอบสนองความต้้องการของภาคธุุรกิิจและสัังคมไทยอย่่างยั่งยืืน

กฟผ. ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการพลังงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อผลักดันการมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ของประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาโครงการ Smart Campus ด้านพลังงานสำหรับโรงเรียน โดยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของหน่วยงานและปลูกฝังให้เยาวชนเข้าใจการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้พัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคเอกชน ครอบคลุมทั้งกลุ่มโรงแรม โรงงาน ร้านอาหาร และผู้ใช้พลังงานที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

กฟผ. ยังได้จัดกิจกรรมความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในการส่งเสริม Smart Energy Solutions เช่น ธนาคารออมสิน และสมาคมหอการค้าไทย โดยมุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า (EGAT EV Business Solutions)

ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าดำเนินการตามยุทธศาสตร์การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งและครอบคลุมให้กับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศแบบครบวงจร กฟผ. สนับสนุนและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Infrastructure) ผ่านการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า การให้บริการแอปพลิเคชันยานยนต์ไฟฟ้า และระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า

ในปี 2568 ธุรกิจโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้า ได้พัฒนาและส่งมอบบริการ ดังนี้
          1. ขยายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า “EleX by EGAT” ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 305 สถานี ทั้งที่ กฟผ. ดำเนินการเอง และร่วมกับพันธมิตร เช่น สถานีให้บริการน้ำมัน PT เครือสหพัฒน์ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด อาคารสาธรธานี และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้เริ่มพัฒนาสถานีขนาดใหญ่ (EV Station Hub) เพื่อรองรับลูกค้าให้มากขึ้นในอนาคต ได้แก่ สถานีศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานี EleX by EGAT PT นครชัยศรี 11 และสถานี PT GIGA EV ลาดพร้าว-วังหิน เป็นต้น
          2. ให้บริการแอปพลิเคชัน “EleXA” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในการค้นหาและจองใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้า สั่งชาร์จ ชำระค่าบริการ รวมถึงให้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น วางแผนการเดินทางเชื่อมโยงโครงข่ายแอปพลิเคชันร่วมกับสถานีชาร์จแบรนด์อื่น ๆ และขยายการให้บริการแอปพลิเคชันแก่สถานีชาร์จในเครือข่ายภายใต้ชื่อ “EleXA NETWORK” กว่า 450 สถานี
          3. ให้บริการระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า “BackEN EV” ซึ่งเป็นระบบที่สนับสนุนภาคเอกชนและนักลงทุนในการเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้สามารถดำเนินการและดูแลสถานีอัดประจุไฟฟ้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยยังเปิดรับและแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า BackEN EV อย่างเป็นทางการอีกด้วย
          4. ให้บริการครบวงจร (EGAT EV Total Solution) ซึ่งประกอบด้วยการให้บริการสำรวจพื้นที่ ให้คำปรึกษา ออกแบบวางผัง ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า บริหารจัดการสถานี และให้บริการ Customer Service แก่ลูกค้าผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
          5. ให้บริการกลุ่มธุรกิจ EV Experts ซึ่งประกอบด้วยการให้ความรู้วิชาการและเทคนิคผ่าน EGAT EV Academy การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพช่างเทคนิคสถานีอัดประจุไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ระบบบริหารการบำรุงรักษาสถานีอัดประจุไฟฟ้า (iMPS) และการให้บริการทางด้านการทดสอบทางไฟฟ้าและความปลอดภัยต่างๆ ซึ่งให้การรับรองโดย กฟผ.

การดำเนินงานของบริษัทในกลุ่ม กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงทุนเพื่อประกอบธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีบริษัทในกลุ่ม กฟผ.จำนวน 8 บริษัท

สัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทในกลุ่ม กฟผ.

ชื่อบริษัทชื่อย่อทุนจดทะเบียน
(ล้านบาท)
สัดส่วนการถือหุ้น
(ร้อยละ)
สถานะ
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)RATCH22,192.345บริษัทย่อย
บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดEGATi12,197.499.99บริษัทย่อย
บริษัท อีแกท ไดมอนด์ เซอร์วิส จำกัดEDS62345บริษัทย่อย
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)EGCO5,30025.41บริษัทร่วม
บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัดDCAP1,67035กิจการร่วมค้า
บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัดINNOPOWER1,90040กิจการร่วมค้า
บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัดInnoSpace835.0111.98เงินลงทุน
บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัดPE LNG28,779.2950กิจการร่วมค้า

ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 27 เม.ย. 2569