พลังงานเหนือผืนน้ำ ฮีโร่พลังงานสะอาดที่ยั่งยืน#
4 December 2025“โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ” ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก กำลังการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนผิวน้ำนี้เติบโตอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและมีราคาถูกลงทำให้กลายเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่น่าสนใจและมีศักยภาพมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรายังคงเผชิญอยู่กับปัญหาโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การพัฒนาโรงไฟฟ้าประเภทนี้จึงมีบทบาทมากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

สำหรับในประเทศไทยเองได้เดินหน้าพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar Project หรือ Floating Photovoltaics : FPV) ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั่วประเทศ โดยมีแผนพัฒนาโครงการอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มมากขึ้น โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ นั้นนับเป็นวิธีอันชาญฉลาดที่ทำให้เราได้ทั้งพลังงานและประโยชน์อื่นอย่างรอบด้าน
สร้างสมดุลด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม#
ข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของการพัฒนาโครงการฯนี้ คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่พื้นที่ติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการใช้ที่ดิน โดยเลือกใช้พื้นที่ผิวน้ำของอ่างเก็บน้ำในเขื่อน เพื่อสงวนการใช้พื้นที่บนบกให้สามารถนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ทำการเกษตร เป็นที่อยู่อาศัย เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่ใช้ดูดซับคาร์บอน เพราะหากเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม จะต้องใช้พื้นที่มหาศาล นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เช่น ลานไกไฟฟ้า เสาส่งไฟฟ้า ร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีอยู่เดิม ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย ทำให้มีราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม

เพิ่มประสิทธิภาพผลิตไฟ เสริมบริหารจัดการน้ำ#
การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนผิวน้ำยังช่วยให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากน้ำช่วยระบายความร้อน จึงช่วยลดอุณหภูมิของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ที่ปกคลุมบางส่วนของผิวน้ำ ยังช่วยลดการระเหยของน้ำในเขื่อน แม้จะมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยแต่ก็สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อการบริหารจัดการน้ำ สำหรับการอุปโภคบริโภคของชุมชน และการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้ง อีกทั้งการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนผิวน้ำทำให้สะดวกในการทำความสะอาดแผงฯ ซึ่งช่วยรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อีกด้วย

วัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใส่ใจต่อระบบนิเวศ#
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ เป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2050 อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการเลือกใช้วัสดุทุ่นลอยน้ำวัสดุประเภท High Density Polyethylene (HDPE) ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับท่อประปาและระบบยึดโยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศภายในอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งติดตั้งแผงแสงอาทิตย์แบบดับเบิลกลาส (Double Glass) ที่มีคุณสมบัติเป็นกระจกทั้งสองด้าน ช่วยป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่แผง และยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนการติดตั้งได้ออกแบบให้ทำมุมลาดเอียง เพื่อให้แสงอาทิตย์สามารถส่องผ่านลงไปผิวน้ำได้ และมีช่องเปิดให้ออกซิเจนสัมผัสกับผิวน้ำ ช่วยรักษาระบบนิเวศใต้น้ำ

สร้างรายได้ชุมชน ต่อยอดท่องเที่ยว#
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ อาทิ การสร้างงานในท้องถิ่นทั้งช่วงก่อสร้างและช่วงระหว่างการดำเนินการของโรงไฟฟ้า ชุมชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้ายังได้การจัดสรรงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อนำไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆของชุมชน เขื่อนหลายแห่งยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สามารถต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

ปัจจุบัน กฟผ. เดินหน้าพัฒนาโครงการฯ ในพื้นที่เขื่อนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ด้วยเป้าหมายกำลังการผลิตรวม 2,725 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan : PDP) โดย กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับชุมชนโดยรอบ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น การเข้าถึงข้อมูลโครงการ ไปจนถึงการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน เช่น การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ การส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เพื่อให้โครงการฯ และชุมชนเติบโตไปด้วยกัน เพื่อเป็นโครงการพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ทั้งมิติด้านพลังงาน เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม
