เคเบิลใต้ทะเล 230 kV เชื่อมต่ออนาคตที่ยั่งยืนทางพลังงานสู่เกาะสมุย#

22 December 2025

          เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดินแดนแห่ง “หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังสวย มะพร้าวอร่อย” เป็นสวรรค์เขตร้อนที่ครบครันด้วยธรรมชาติที่สวยงาม และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก รัฐบาลเตรียมผลักดันให้เกาะสมุยเป็น Tourism Hub ฝั่งอ่าวไทย เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเกาะสมุยให้ติด Top 10 ของโลก ซึ่งหมายถึงการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานของเกาะสมุยให้สามารถรองรับในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานไฟฟ้า

สมุยยังคงเผชิญไฟตก-ไฟดับเรื้อรัง #

          เกาะสมุยไม่ได้มีโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเอง แต่พึ่งพาไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายเคเบิลใต้ทะเลเป็นหลัก โดยรับไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ผ่านระบบเคเบิลใต้ทะเลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งมีทั้งหมด 4 วงจร มีระดับแรงดัน 115 กิโลโวลต์ จำนวน 2 วงจร และ 33 กิโลโวลต์ จำนวน 2 วงจร รวมจ่ายไฟฟ้าได้สูงสุดที่ 174 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ระบบเคเบิลใต้ทะเลนี้มีอายุการใช้งานมานานและเกิดชำรุดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถส่งไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอ จึงมักเกิดไฟตกไฟดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นไฮซีซันของเกาะสมุย ปัญหาไฟดับของเกาะสมุยนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่มีมานานและทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะธุรกิจการท่องเที่ยวขยายตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเวียนดับไฟหรือการนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่เข้ามาเสริมเป็นเพียงมาตรการแก้ไขชั่วคราว การสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในพื้นที่จึงต้องมีแผนการลงทุนและพัฒนาสายส่งไฟฟ้าเคเบิลใต้ทะเลเส้นใหม่เพิ่มเติม ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาวิกฤตไฟฟ้าแต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวว่า เกาะแห่งนี้มีศักยภาพเพียงพอที่คู่ควรเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

เร่งพัฒนาเคเบิลใต้ทะเล รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น#

          คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาระบบเคเบิลใต้ทะเลไปยังบริเวณอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566  ซึ่งนับเป็นโครงการสำคัญของ กฟผ. ตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2567 – 2580 (PDP 2024) เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่หมู่เกาะทะเลใต้ ได้แก่ อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และอำเภอเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการก่อสร้างเคเบิลใต้ทะเล ระดับแรงดัน 230 กิโลโวลต์ (kV) จากสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม ไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงเกาะสมุยแห่งใหม่ ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร จำนวน 2 วงจร รวมทั้งขยายสถานีไฟฟ้าแรงสูงขนอม เพื่อรองรับสายเคเบิลใต้ดิน 230 kV พร้อมก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงเกาะสมุย (แห่งใหม่) และติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 230/115 kV ขนาด 300 เมกะโวลต์-แอมแปร์ (MVA) จำนวน 2 ชุด เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการส่งไฟฟ้าไปยังเกาะสมุยและพื้นที่เกาะข้างเคียงวงจรละ 200 เมกะวัตต์ รวมเป็น 400 เมกะวัตต์ ทำให้รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่าปัจจุบันถึง 4 เท่า

ส่องการวางระบบเคเบิลที่ทันสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม#

          การออกแบบระบบเคเบิลใต้ทะเลได้คำนึงถึงความมั่นคงควบคู่กับสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เริ่มตั้งแต่การเลือกเส้นทางวางสายเคเบิลที่ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงไม่พาดผ่านแนวปะการัง หญ้าทะเล และไม่รุกล้ำเส้นทางเดินเรือหรือบริเวณพื้นที่จอดเรือ เพื่อความปลอดภัยและรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล ส่วนการติดตั้งสายเคเบิลใต้ทะเลจะใช้เทคโนโลยีแรงดันน้ำเซาะร่อง พร้อมกับวางสายเคเบิลใต้น้ำฝังลึกจาก Seabed ไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยขนาดร่องจะมีขนาดใหญ่กว่าสายเคเบิลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อลดการรบกวนต่อแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล จากนั้นร่องที่เซาะไว้จะคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติภายใน 10 วินาที พร้อมใช้ม่านดักตะกอน (Silt Curtain) มาป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นในช่วงขุดเซาะร่อง นอกจากนี้ยังเพิ่มเทคโนโลยี Online Sensor Monitoring เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเคเบิลใต้ทะเลแบบเรียลไทม์ด้วย เช่น การตรวจจับอุณหภูมิในสายเคเบิล รวมถึงระบบสื่อสาร Fiber Optic สามารถช่วยระบุตำแหน่ง หากเกิดเหตุขัดข้องของสายเคเบิลได้ ปัจจุบันโครงการฯ อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่สำหรับงานก่อสร้าง เพื่อเริ่มงานก่อสร้างในปี 2569 โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ วงจรที่ 1 ภายในปี 2571 และวงจรที่ 2 ภายในปี 2572

          การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญเพื่ออนาคตของเกาะสมุยอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเสริมศักยภาพและขีดความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้สูงสุด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเกาะสมุย สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ พร้อมประกาศความพร้อมด้านพลังงานของเกาะสมุยในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ Top 10 ของโลก